ทำไมเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายแล้วไม่ตายซะที?

กระทู้สนทนา
ทำไมเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายแล้วไม่ตายซะที?
“ Stamatis Moraitis : the man who forgot to die "
ดร.นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ

Stamatis Moraitis ชายชาวกรีก-อเมริกัน วัย 65 ปี เป็นชาวกรีกที่ย้ายไปตั้งรกรากและทำงานในสหรัฐอเมริกา
เขาทำงานหนัก มีความเครียดสะสม และใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมเมืองใหญ่

จนกระทั่งวันหนึ่งมีอาการหอบเหนื่อยมากจึงไปพบแพทย์ในปี 1976
ผลการวินิจฉัยออกมาตรงกันจากการยืนยันของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 9 คน ว่าเขาเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย
และบอกว่าจะอยู่ได้อีกเพียง 6 ถึง 9 เดือน
แพทย์เสนอการรักษาด้วยเคมีบำบัดเพื่อยื้อชีวิต แต่สตามาติสปฏิเสธ
เขาคำนวณดูแล้วว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาและการจัดงานศพในสหรัฐฯ นั้นแพงมากจนอาจทิ้งหนี้สินไว้ให้ภรรยาและลูกหลาน
เขาจึงตัดสินใจกลับบ้านไปรอความตาย

เขาเก็บกระเป๋าและเดินทางกลับไปยังเกาะเล็กๆ ในทะเลอีเจียน
สถานที่ซึ่งเขาเกิดและเติบโต คือเกาะอิคาเรีย (Ikaria) ประเทศกรีซ
โดยหวังแค่ว่าพอตายแล้วจะได้ฝังในสุสานบรรพบุรุษด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง
และได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่คุ้นเคย

เมื่อกลับมาถึงอิคาเรีย สตามาติสมีร่างกายที่อ่อนแอจนต้องนอนพักเป็นส่วนใหญ่
ภรรยาและแม่ของเขาช่วยกันดูแล เขาใช้เวลาช่วงแรกไปกับการนอนซึมเศร้าและรอวันสุดท้าย
แต่ต่อมาก็คิดว่าจะมัวนอนรอความตายทำไม เพราะยังไงมันก็ไม่รอดอยู่แล้ว หาอย่างอื่นทำดีกว่า
ทุกเช้าวันอาทิตย์ เขาเริ่มเดินกระย่องกระแย่งไปโบสถ์บนเขาเพื่อจุดเทียน

การเดินขึ้นเขาที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในตอนแรก กลายเป็นกิจวัตรที่ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
อากาศบริสุทธิ์ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ปราศจากมลพิษเริ่มเข้ามาแทนที่อากาศในปอดที่เคยเต็มไปด้วยควันบุหรี่และความเครียด

สตามาติสเริ่มกลับมาทานอาหารท้องถิ่นที่เขาเคยกินในวัยเด็ก
หรือที่เรารู้จักกันในปัจจุบันว่า อาหารเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean diet)
ประกอบด้วย
- ผักและสมุนไพร โดยเขาเริ่มทำสวนผักหลังบ้าน ปลูกผักกินเองซึ่งปลอดสารพิษ
- น้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นแหล่งไขมันดีที่ใช้ปรุงอาหารทุกมื้อ
- นมแพะ ย่อยง่ายและมีสารอาหารสูง
- ชาสมุนไพร ชาวอิคาเรียนิยมดื่มชาที่ต้มจากสมุนไพรท้องถิ่นอย่าง rosemary , sage, และมินต์
ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แถมยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆ ช่วยลดความดันโลหิต
- ไวน์ สตามาติสเริ่มปลูกองุ่น ตอนแรกเขาคิดว่สึคงอยู่ไม่ถึงวันที่องุ่นเหล่านี้สามารถทำไวน์ได้
แค่ปลูกไว้ให้คนข้างหลัง แต่ในที่สุดเขาก็อยู่จนได้ดื่มไวน์แดงที่ผลิตเอง  

สตามาติสเลิกใส่นาฬิกา เลิกกังวลเรื่องเวลา เลิกเครียดกับข่าวสารบ้านเมือง
เขาใช้เวลาช่วงบ่ายเล่นโดมิโนและพูดคุยหัวเราะกับเพื่อนบ้าน ดื่มไวน์แดงจากไร่ของเขา เข้านอนเมื่อรู้สึกง่วง

6 เดือนผ่านไปก็ยังไม่ตาย
9 เดือนผ่านไปเขารู้สึกแข็งแรงขึ้นด้วยซ้ำ
1 ปีผ่านไป เขาสามารถเดินขึ้นเขา ขุดดินทำสวน และซ่อมแซมบ้านได้    

ปีแล้วปีเล่า จากชายที่รอความตาย สตามาติสกลายเป็นคุณตาที่แข็งแรง
เขาขยายสวนองุ่น สร้างห้องเพิ่มในบ้านเพื่อไว้รับรองลูกหลานที่มาเยี่ยม
สุขภาพของเขาดีขึ้นจนแทบจำไม่ได้ว่าเคยป่วยหนัก

30 ปีต่อมา สตามาติสตัดสินใจเดินทางกลับไปยังสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง
ไม่ใช่เพื่อรักษา แต่เพื่อไปหาหมอเจ้าของไข้ เพื่อถามว่า "เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
แต่พบว่าแพทย์ทั้ง 9 คนที่เคยวินิจฉัยเขาเสียชีวิตไปหมดแล้ว

สตามาติส โมราอิติส เสียชีวิตลงอย่างสงบที่เกาะอิคาเรียด้วยโรคชราในปี ค.ศ. 2013  โดยมีอายุรวม 102 ปี
หมายความว่าเขามีชีวิตอยู่ต่อมาได้อีก 36 ปี หลังจากการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย






คำอธิบายทางการแพทย์
- Epigenetics แม้สตามาติสอาจมียีนมะเร็งหรือเซลล์เนื้อร้าย แต่สภาพแวดล้อมใหม่ เช่น อาหาร, อากาศ, การลดความเครียด อาจไปปิดการทำงานของยีนก่อมะเร็ง (methylation) และเปิดยีนที่ซ่อมแซม (demethylation)
- Caloric restriction and Mediterranean diet ซึ่งเป็นอาหารที่ชาวอิคาเรียนิยม และมีการอดอาหารตามประเพณีทางศาสนาออร์โธดอกซ์ ซึ่งช่วยกระตุ้นกระบวนการ autophagy (การกลืนกินตัวเองของเซลล์) ให้ร่างกายกำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพหรือผิดปกติออกไป ผมเคยโพสต์เรื่อง Mediterranean diet ไปแล้ว ลิงก์อยู่ในคอมเม้นต์ด้านล่าง
- Social connection  การใช้ชีวิตในชุมชน พบปะผู้คน ได้หัวเราะ และการไม่มีความเครียดเรื่องเวลา ช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดที่กดภูมิคุ้มกัน เมื่อความเครียดลดลง ระบบภูมิคุ้มกันจึงกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง
- Physical activity การออกกำลังกายของชาวอิคาเรียไม่ใช่การเข้ายิม แต่คือการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ เช่น การเดินขึ้นเขา การทำสวน
สตามาติสไม่ได้รอดชีวิตเพราะเขาพยายามที่จะรอด แต่เขารอดเพราะเขากลับไปใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติอย่างแท้จริงโดยลืมที่จะกังวลเรื่องความตาย


ดร.นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ
รองประธานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานและวิจัย
ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข มหาวิทยาลัยรังสิต

References :




โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่