อนาคตประเทศไทย อาจขาดแคลนแรงงาน ทำให้จำนวนแรงงานต่างประเทศเข้ามาในประเทศสูงขึ้นทุกปี
.
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ ความเสี่ยงขาดแคลนแรงงานในหลายภาคเศรษฐกิจ จากปัจจัยโครงสร้างประชากร เช่น จำนวนคนสูงอายุที่เพิ่มขึ้นและอัตราการเกิดที่ลดลง ทำให้แรงงานไทยในระบบมีแนวโน้มลดลงเทียบกับความต้องการแรงงานที่ยังสูงขึ้นในหลายอุตสาหกรรมทั้งการเกษตร ก่อสร้าง และการผลิต
.
สถานการณ์ขาดแคลนแรงงานในไทยเริ่มชัดเจนขึ้นจากกรณีแรงงานกัมพูชาซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานข้ามชาติสำคัญจำนวนมากทยอยกลับประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจหลายแห่งหยุดชะงักและบริษัทต้องการแรงงานทดแทนโดยด่วน ข้อมูลล่าสุดยังพบว่าจำนวนแรงงานข้ามชาติที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องเพิ่มขึ้นจากราว 3.06 ล้านคนในปี 2567 เป็นประมาณ 3.65 ล้านคนในปี 2568 แสดงให้เห็นว่าการจ้างแรงงานต่างประเทศกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
รัฐบาลไทยและภาคธุรกิจกำลังปรับนโยบายและมาตรการเพื่อรับมือกับช่องว่างแรงงานนี้ เช่น การขยายทะเบียนแรงงานต่างด้าวเพื่อให้อยู่และทำงานได้ถูกต้องตามกฎหมาย การนำเข้าแรงงานจากหลายประเทศ และการลงทะเบียนแรงงานที่เคยทำงานโดยผิดกฎหมายให้ถูกต้อง เพื่อช่วยบรรเทาการขาดแคลนแรงงานในระยะสั้นและยาว
.
นอกจากนี้ รายงานโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) คาดการณ์ว่าภายในปี 2037 ไทยจะต้องการแรงงานดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งรวมถึงแรงงานข้ามชาติอีกหลายหมื่นคนหากขยายระบบการดูแลในชุมชน
.
ด้วยแนวโน้มโครงสร้างประชากรและความต้องการแรงงานที่เพิ่มขึ้น ทั้งในภาคผลิตและบริการ จึงมีแนวโน้มที่จำนวนแรงงานต่างประเทศจะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้นทุกปี เพื่อเติมช่องว่างแรงงานที่แรงงานไทยหามาไม่ทันและยังช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น.
อนาคตประเทศไทย อาจขาดแคลนแรงงาน ทำให้จำนวนแรงงานต่างประเทศเข้ามาในประเทศสูงขึ้นทุกปี
.