อินเดียสั่งล็อกดาวน์ ‘ไวรัสนิปาห์’ร้ายแรงกว่าโควิด
.
อินเดียเร่งควบคุมการระบาดของไวรัสนิปาห์ กักตัวกลุ่มเสี่ยงเกือบ 100 คน หลังยืนยันพบผู้ป่วย 5 รายในรัฐเวสต์เบงกอล กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบอาการ
.
ทางการอินเดียประกาศเพิ่มมาตรการความปลอดภัยเพื่อควบคุมการระบาดของ 'ไวรัสนิปาห์' ในรัฐเวสต์เบงกอล หลังจากพบผู้ติดเชื้อ 5 ราย จนถึงตอนนี้มีประชาชนที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงเกือบ 100 คนถูกขอให้กักตัวอยู่ที่บ้านเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองบาราซัต ใกล้กับเมืองโกลกาตา และพื้นที่ใกล้เคียง
.
รายงานระบุว่า ผู้ป่วยสองรายแรก เป็นพยาบาลชายและหญิงที่ทำงานในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองบาราซัต ซึ่งตอนนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ต่อมาพบผู้ป่วยเพิ่มอีก 3 ราย เป็นแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโรคติดเชื้อในเมืองเบเลกาตา
.
แหล่งข่าวจากโรงพยาบาลบาราซัตยืนยันว่า ขณะนี้พยาบาลชายมีอาการคงที่แล้ว สามารถเดินและพูดคุยได้ และรับประทานอาหารได้แล้ว อย่างไรก็ตาม พยาบาลหญิงยังคงอยู่ในภาวะโคม่าและยังคงได้รับยาปฏิชีวนะและยาต้านไวรัสในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง
.
[ 'ไวรัสนิปาห์' ร้ายแรงแค่ไหน? ]
.
ไวรัสนิปาห์ มีอาการเริ่มต้นคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้ ปวดหัว ไอ เจ็บคอ และปวดเมื่อยตามตัว ภายใน 4 ถึง 14 วัน
.
แต่โรคนี้อาจรุนแรงขึ้นได้ โดยจะส่งผลกระทบต่อสมองและทำให้เกิดอาการสับสน ง่วงซึม มึนงง มีอาการชัก และอาจถึงขั้นโคม่า
.
โดยตอนนี้มีการประเมินกลุ่มเสี่ยงเมื่อตรวจพบว่าผู้ป่วยมีไข้ ปวดหัว และมีปัญหาด้านการหายใจหรืออาการทางระบบประสาทใดๆ ก็ตาม
.
'ไวรัสนิปาห์' สามารถแพร่ระบาดระหว่างสัตว์สู่คน และถูกจัดอยู่ในรายชื่อเชื้อโรคสำคัญลำดับต้นๆ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เนื่องจากมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดการระบาด ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และไม่มีวิธีการรักษาเฉพาะเจาะจง ทำให้การตรวจพบและคัดแยกผู้ติดเชื้อตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
.
อินเดียพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์เกือบทุกปี แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับลักษณะการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน ซึ่งไวรัสนี้มักถูกพบในค้างคาวบางชนิด โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้
.
อย่างไรก็ตาม นายราจีฟ จายาเดวัน อดีตประธานสมาคมแพทย์อินเดีย (IMA) เผยว่า การติดเชื้อในมนุษย์นั้นค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก ส่วนใหญ่มักเกิดจากการแพร่กระจายโดยบังเอิญเนื่องจากการสัมผัสระหว่างมนุษย์กับค้างคาว เช่น การบริโภคผลไม้ที่อาจติดเชื้อจากค้างคาว ไวรัสชนิดนี้จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้มากกว่าในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ใกล้ป่า
.
ไวรัสนิปาห์ คร่าชีวิตคนอินเดียมาหลายปี
.
นับตั้งแต่ตรวจพบครั้งแรกในปี 2018 ไวรัสนิปาห์ได้คร่าชีวิตผู้คนในรัฐเกรละของอินเดียไปแล้วหลายสิบราย ยังไม่รวมถึงช่วงหลังจากไวรัสนี้ถูกระบุถึงครั้งแรกตั้งแต่ปี 1998
.
ก่อนหน้านี้เคยพบการระบาดในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งไวรัสได้แพร่กระจายผ่านของเหลวในร่างกายของค้างคาวและสุกรที่ติดเชื้อ และพบว่าในบางกรณีก็แพร่จากคนสู่คนได้
ที่มา สำนักข่าว
SPRiNG
...........
เดือนก่อนมีฝีดาษลิง เดือนนี้มีไวรัสนิปาห์มาอีก
ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะทุกคน
โรคระบาดใหม่มาอีกแล้ว "ไวรัสนิปาห์" อินเดียสั่งล็อกดาวน์และกักตัวกลุ่มเสี่ยงแล้ว
อินเดียสั่งล็อกดาวน์ ‘ไวรัสนิปาห์’ร้ายแรงกว่าโควิด
.
อินเดียเร่งควบคุมการระบาดของไวรัสนิปาห์ กักตัวกลุ่มเสี่ยงเกือบ 100 คน หลังยืนยันพบผู้ป่วย 5 รายในรัฐเวสต์เบงกอล กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบอาการ
.
ทางการอินเดียประกาศเพิ่มมาตรการความปลอดภัยเพื่อควบคุมการระบาดของ 'ไวรัสนิปาห์' ในรัฐเวสต์เบงกอล หลังจากพบผู้ติดเชื้อ 5 ราย จนถึงตอนนี้มีประชาชนที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงเกือบ 100 คนถูกขอให้กักตัวอยู่ที่บ้านเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองบาราซัต ใกล้กับเมืองโกลกาตา และพื้นที่ใกล้เคียง
.
รายงานระบุว่า ผู้ป่วยสองรายแรก เป็นพยาบาลชายและหญิงที่ทำงานในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองบาราซัต ซึ่งตอนนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ต่อมาพบผู้ป่วยเพิ่มอีก 3 ราย เป็นแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโรคติดเชื้อในเมืองเบเลกาตา
.
แหล่งข่าวจากโรงพยาบาลบาราซัตยืนยันว่า ขณะนี้พยาบาลชายมีอาการคงที่แล้ว สามารถเดินและพูดคุยได้ และรับประทานอาหารได้แล้ว อย่างไรก็ตาม พยาบาลหญิงยังคงอยู่ในภาวะโคม่าและยังคงได้รับยาปฏิชีวนะและยาต้านไวรัสในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง
.
[ 'ไวรัสนิปาห์' ร้ายแรงแค่ไหน? ]
.
ไวรัสนิปาห์ มีอาการเริ่มต้นคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้ ปวดหัว ไอ เจ็บคอ และปวดเมื่อยตามตัว ภายใน 4 ถึง 14 วัน
.
แต่โรคนี้อาจรุนแรงขึ้นได้ โดยจะส่งผลกระทบต่อสมองและทำให้เกิดอาการสับสน ง่วงซึม มึนงง มีอาการชัก และอาจถึงขั้นโคม่า
.
โดยตอนนี้มีการประเมินกลุ่มเสี่ยงเมื่อตรวจพบว่าผู้ป่วยมีไข้ ปวดหัว และมีปัญหาด้านการหายใจหรืออาการทางระบบประสาทใดๆ ก็ตาม
.
'ไวรัสนิปาห์' สามารถแพร่ระบาดระหว่างสัตว์สู่คน และถูกจัดอยู่ในรายชื่อเชื้อโรคสำคัญลำดับต้นๆ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เนื่องจากมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดการระบาด ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และไม่มีวิธีการรักษาเฉพาะเจาะจง ทำให้การตรวจพบและคัดแยกผู้ติดเชื้อตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
.
อินเดียพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์เกือบทุกปี แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับลักษณะการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน ซึ่งไวรัสนี้มักถูกพบในค้างคาวบางชนิด โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้
.
อย่างไรก็ตาม นายราจีฟ จายาเดวัน อดีตประธานสมาคมแพทย์อินเดีย (IMA) เผยว่า การติดเชื้อในมนุษย์นั้นค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก ส่วนใหญ่มักเกิดจากการแพร่กระจายโดยบังเอิญเนื่องจากการสัมผัสระหว่างมนุษย์กับค้างคาว เช่น การบริโภคผลไม้ที่อาจติดเชื้อจากค้างคาว ไวรัสชนิดนี้จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้มากกว่าในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ใกล้ป่า
.
ไวรัสนิปาห์ คร่าชีวิตคนอินเดียมาหลายปี
.
นับตั้งแต่ตรวจพบครั้งแรกในปี 2018 ไวรัสนิปาห์ได้คร่าชีวิตผู้คนในรัฐเกรละของอินเดียไปแล้วหลายสิบราย ยังไม่รวมถึงช่วงหลังจากไวรัสนี้ถูกระบุถึงครั้งแรกตั้งแต่ปี 1998
.
ก่อนหน้านี้เคยพบการระบาดในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งไวรัสได้แพร่กระจายผ่านของเหลวในร่างกายของค้างคาวและสุกรที่ติดเชื้อ และพบว่าในบางกรณีก็แพร่จากคนสู่คนได้
ที่มา สำนักข่าว SPRiNG
...........
เดือนก่อนมีฝีดาษลิง เดือนนี้มีไวรัสนิปาห์มาอีก
ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะทุกคน