สวัสดีครับ อยากตั้งกระทู้สำหรับแชร์เรื่องราว หากำลังใจดีๆนะครับ
จริงๆชีวิตก็แย่มาสักพักแล้ว ตั้งแต่ปี 2025 ถึงต้นปี 2026 คงจะหนักสุดช่วงนี้ เป็นช่วงที่เริ่มต้นปีใหม่ น่าจะมีอะไรดีๆตามที่วางแผนไว้แต่ก็ไม่เป็นแบบนั้น เริ่มจากธุรกิจที่ทำมา กำลังไปได้ดีในช่วงแรกๆ แบบดีขึ้นเรื่อยๆ จนน่าภูมิใจ แต่ก็มาเจอจุดที่มีปัญหา ถึงเราจะคิดไว้ก่อนแล้วแต่มันก็เกิดขึ้น ทั้งลูกค้ายกเลิกงาน ( ลูกค้าปิดกิจการ ) บางรายไม่จ่าย ต้องตามหนี้กัน เราเลยหันมาพัฒนากับแบรนด์ตัวเองเพื่อทดแทนรายได้ที่เสียไป แต่ก็ทำเรื่องแบงค์ไม่ผ่าน ทำไป 2-3 รอบ แก้ไปหลายวิธี แบงค์ก็จะมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นมาตลอดจนไม่สามารถทำเรื่องกู้ได้
ในช่วงที่งานโดนยกเลิกไปบ้างและกำลังหารายรับจากทางอื่น บางจังหวะเราก็ต้องดึงเงินตัวเองมาลง มาใช้จ่าย ซึ่งก็ไม่ได้มีมากนัก จ่ายซัพพลายเออร์ จ่ายลูกน้อง แต่ไม่ได้จ่ายเงินเดือนตัวเองก็มี ก็แก้ไขไป แบรนด์ก็โตขึ้นยอดก็มาแต่มันไม่ได้เร็วเท่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
แน่นอนว่าไม่ว่าจะธุรกิจส่วนตัวหรืองานประจำ พอรายได้ขาดมือก็ไม่พอค่าใช้จ่ายตัวเอง จนติดลบมาเรื่อยๆ แต่ระหว่างทางก็ไม่เคยยอมแพ้ ก็หาวิธี แก้ไขไป ดีบ้าง ล้มบ้าง แต่ล้มสะมากกว่าดี
บางเดือนก็ยืมเงินเพื่อน ยืมเงินคนรู้จักมา ก็ต้องขอบคุณมากที่ช่วยเหลือกัน แต่ก็มีไปกู้เงินจากสถาบันการเงิน ( แต่เงื่อนไขก็ยากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถกู้ได้ ) ของอะไรที่เราคิดว่าไม่จำเป็น เราก็ปลง ตัดใจนะ ไม่ยึดติด ขายได้ขาย จำนำได้ก็เอา ทองมีอยู่นิดหน่อยก็ขายไป เคยหอบของหลายชิ้นมากไปจำนำ เดี๋ยวอันนั้นยังไม่เปิดรับ อันนี้มีรอย อันนี้ได้หลักร้อยบาท ก็หอบของกลับบ้าน กลับมาด้วยน้ำตา
บางวันเงินขาดมือจริงๆ ขนาดจะไปซื้อของยังต้องคิดว่าซื้อได้แค่ไหน พาที่บ้านไปธุระก็ต้องคิดว่าไปได้มากแค่ไหน เลื่อนได้ไหม รอคอยยอดขายเงินลูกค้าแบบใจจดใจจ่อว่าจะเข้ามาทันค่าใช้จ่ายไหม ตอนนั้นเงินหลักร้อยคือสำคัญกับครอบครัวจริงๆ ได้มาก็ดีใจแล้ว ทำรายรับรายจ่ายทุกวัน ประหยัดทุกวัน นั่งปลงในทุกๆวันว่าไม่เป็นไรมันจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้นั่งเฉยๆไม่ทำอะไร มีงานอะไรนิดหน่อยที่พอทำได้แล้วน่าจะเกิดผลดี ก็ทำ ทำไปเรื่อยๆ หาวิธีไปเรื่อยๆ บางช่วงแย่มากต้องบากหน้าขอยืมเงินก็ต้องทำ ญาติพี่น้องปกติไม่มีอยู่แล้ว ครอบครัวแตกแยกกันไป มีญาติห่างๆเคยขอความช่วยเหลือไปเพราะลำบากก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆกลับมา
จนความหวังใหม่ในการกู้แบงค์ก็กลับมากับสถาบันนึง ตอนแรกมีวี่แววดี สุดท้ายทำไม่ได้ ด้วยคำตอบงบการเงินต้องสวย ต้องดูดี มีกำไร เราก็เข้าใจไม่เป็นไร ก็ยังหวังกับโปรเจ็คที่เหลือสุดท้ายเพราะมีสัญญาณว่าจะต่อสัญญา สุดท้ายก็ไม่มีข่าวดี เพราะลูกค้าเองเกิดปัญหาภายในจนต้องพักสัญญาก่อน
ปลายปี 2025 จนถึงตอนนี้ ผมทุ่มเทในการทำงานและการใช้ชีวิตมาตลอด งานผมเต็มที่ แก้ปัญหาในทุกวันไม่เคยท้อใจ ไม่เคยไม่ซื่อสัตย์ ชีวิตส่วนตัวก็ปรับตัว ไม่ทำอะไรเกินตัว ใช้ชีวิตปกติ ถ้าใครที่เคยบ้านแตกหรือต้องทำงานมาตั้งแต่สมัยเรียนจะรู้ดีในจุดนี้ แต่หลายครั้งที่ผมคิดหาทางออกใหม่ๆได้ก็จะโดนอะไรบางอย่างขัดหรือพลาดตลอด พยายามทำอะไรดีๆก็จะมีเรื่องให้ผมรู้สึกน้อยใจตลอด บางอย่างเหมือนดีขึ้นก็แค่ชั่วครู่ แต่ก็วูบดับไป เงินหมดตัว รายได้ขาดมือ มีเข้ามาบ้างแต่ก็ไม่ทัน คนที่รู้จักที่ทำธุรกิจด้วยก็เริ่มจางหายไป บางคนที่สมัยก่อนสนิทกับเรามากๆก็เริ่มหายไป การขอความช่วยเหลือจากใครก็เป็นหนทางที่ยาก ( แต่เราก็พยายามเป็นที่พึ่งแห่งตนให้ได้ อันนี้ทำเป็นอันดับแรก ) ชีวิตเริ่มเงียบ เริ่มนิ่ง ทุกอย่างมันแย่กว่าที่พิมพ์มามากๆ จนบางคนอาจจะจินตนาการไม่ออกด้วยซ้ำไป
จนวันที่พิมพ์ระบายอยู่ ณ ตอนนี้ก็ยังแย่อยู่ เงินติดตัวมีหลักร้อยด้วยซ้ำไป แต่ก็ยังนั่งทำงานไปเรื่อยๆ หาวิธีแก้ไขไปเรื่อยๆ บางปัญหาเห็นจุดแก้ไขแล้ว บางอย่างเลื่อนได้เลื่อนออกไป ทำอะไรนิดหน่อยได้ก็ทำถึงแม้จะยังไม่ดีขึ้นก็ตาม แต่ก็ต้องบอกว่าแอบคิด คงต้องเลิกจ้างลูกน้อง ก็สงสารอยู่อาจจะทำงานด้วยกันเป็นเดือนสุดท้าย เวลาว่างก็พักสมอง สวดมนต์ นั่งสมาธิ ทำบุญ ( จริงๆทำมานานแล้วตั้งแต่สมัยก่อน ) ก็พยายามเข้าใจชีวิต เข้าใจกรรม เข้าใจอะไรหลายๆอย่าง พยายามนิ่ง แต่ก็คิดด้วยสติว่าเราจะทำยังไงต่อไป ตรงไหนทำแล้วดีขึ้น ผมไม่โกรธใคร ไม่ร้องให้แล้ว ( น้ำตาไม่มี ) เริ่มนิ่งกับทุกอย่าง อะไรจะเกิดก็คิอเกิด ผมก็ต้องใช้ชีวิตไป ถ้าบริษัทจะปิดก็คือปิด แต่ยังหวังลึกๆว่าวันนึงเราจะดีขึ้น ก้าวผ่านปัญหานี้ไปได้ มีบทเรียน และวันนึงเราจะใช้ชีวิตให้ดีที่สุด
ใครเคยชีวิตแย่แบบขีดสุด ทำอะไรก็ไม่ดีขึ้นบ้างครับ
จริงๆชีวิตก็แย่มาสักพักแล้ว ตั้งแต่ปี 2025 ถึงต้นปี 2026 คงจะหนักสุดช่วงนี้ เป็นช่วงที่เริ่มต้นปีใหม่ น่าจะมีอะไรดีๆตามที่วางแผนไว้แต่ก็ไม่เป็นแบบนั้น เริ่มจากธุรกิจที่ทำมา กำลังไปได้ดีในช่วงแรกๆ แบบดีขึ้นเรื่อยๆ จนน่าภูมิใจ แต่ก็มาเจอจุดที่มีปัญหา ถึงเราจะคิดไว้ก่อนแล้วแต่มันก็เกิดขึ้น ทั้งลูกค้ายกเลิกงาน ( ลูกค้าปิดกิจการ ) บางรายไม่จ่าย ต้องตามหนี้กัน เราเลยหันมาพัฒนากับแบรนด์ตัวเองเพื่อทดแทนรายได้ที่เสียไป แต่ก็ทำเรื่องแบงค์ไม่ผ่าน ทำไป 2-3 รอบ แก้ไปหลายวิธี แบงค์ก็จะมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นมาตลอดจนไม่สามารถทำเรื่องกู้ได้
ในช่วงที่งานโดนยกเลิกไปบ้างและกำลังหารายรับจากทางอื่น บางจังหวะเราก็ต้องดึงเงินตัวเองมาลง มาใช้จ่าย ซึ่งก็ไม่ได้มีมากนัก จ่ายซัพพลายเออร์ จ่ายลูกน้อง แต่ไม่ได้จ่ายเงินเดือนตัวเองก็มี ก็แก้ไขไป แบรนด์ก็โตขึ้นยอดก็มาแต่มันไม่ได้เร็วเท่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
แน่นอนว่าไม่ว่าจะธุรกิจส่วนตัวหรืองานประจำ พอรายได้ขาดมือก็ไม่พอค่าใช้จ่ายตัวเอง จนติดลบมาเรื่อยๆ แต่ระหว่างทางก็ไม่เคยยอมแพ้ ก็หาวิธี แก้ไขไป ดีบ้าง ล้มบ้าง แต่ล้มสะมากกว่าดี
บางเดือนก็ยืมเงินเพื่อน ยืมเงินคนรู้จักมา ก็ต้องขอบคุณมากที่ช่วยเหลือกัน แต่ก็มีไปกู้เงินจากสถาบันการเงิน ( แต่เงื่อนไขก็ยากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถกู้ได้ ) ของอะไรที่เราคิดว่าไม่จำเป็น เราก็ปลง ตัดใจนะ ไม่ยึดติด ขายได้ขาย จำนำได้ก็เอา ทองมีอยู่นิดหน่อยก็ขายไป เคยหอบของหลายชิ้นมากไปจำนำ เดี๋ยวอันนั้นยังไม่เปิดรับ อันนี้มีรอย อันนี้ได้หลักร้อยบาท ก็หอบของกลับบ้าน กลับมาด้วยน้ำตา
บางวันเงินขาดมือจริงๆ ขนาดจะไปซื้อของยังต้องคิดว่าซื้อได้แค่ไหน พาที่บ้านไปธุระก็ต้องคิดว่าไปได้มากแค่ไหน เลื่อนได้ไหม รอคอยยอดขายเงินลูกค้าแบบใจจดใจจ่อว่าจะเข้ามาทันค่าใช้จ่ายไหม ตอนนั้นเงินหลักร้อยคือสำคัญกับครอบครัวจริงๆ ได้มาก็ดีใจแล้ว ทำรายรับรายจ่ายทุกวัน ประหยัดทุกวัน นั่งปลงในทุกๆวันว่าไม่เป็นไรมันจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้นั่งเฉยๆไม่ทำอะไร มีงานอะไรนิดหน่อยที่พอทำได้แล้วน่าจะเกิดผลดี ก็ทำ ทำไปเรื่อยๆ หาวิธีไปเรื่อยๆ บางช่วงแย่มากต้องบากหน้าขอยืมเงินก็ต้องทำ ญาติพี่น้องปกติไม่มีอยู่แล้ว ครอบครัวแตกแยกกันไป มีญาติห่างๆเคยขอความช่วยเหลือไปเพราะลำบากก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆกลับมา
จนความหวังใหม่ในการกู้แบงค์ก็กลับมากับสถาบันนึง ตอนแรกมีวี่แววดี สุดท้ายทำไม่ได้ ด้วยคำตอบงบการเงินต้องสวย ต้องดูดี มีกำไร เราก็เข้าใจไม่เป็นไร ก็ยังหวังกับโปรเจ็คที่เหลือสุดท้ายเพราะมีสัญญาณว่าจะต่อสัญญา สุดท้ายก็ไม่มีข่าวดี เพราะลูกค้าเองเกิดปัญหาภายในจนต้องพักสัญญาก่อน
ปลายปี 2025 จนถึงตอนนี้ ผมทุ่มเทในการทำงานและการใช้ชีวิตมาตลอด งานผมเต็มที่ แก้ปัญหาในทุกวันไม่เคยท้อใจ ไม่เคยไม่ซื่อสัตย์ ชีวิตส่วนตัวก็ปรับตัว ไม่ทำอะไรเกินตัว ใช้ชีวิตปกติ ถ้าใครที่เคยบ้านแตกหรือต้องทำงานมาตั้งแต่สมัยเรียนจะรู้ดีในจุดนี้ แต่หลายครั้งที่ผมคิดหาทางออกใหม่ๆได้ก็จะโดนอะไรบางอย่างขัดหรือพลาดตลอด พยายามทำอะไรดีๆก็จะมีเรื่องให้ผมรู้สึกน้อยใจตลอด บางอย่างเหมือนดีขึ้นก็แค่ชั่วครู่ แต่ก็วูบดับไป เงินหมดตัว รายได้ขาดมือ มีเข้ามาบ้างแต่ก็ไม่ทัน คนที่รู้จักที่ทำธุรกิจด้วยก็เริ่มจางหายไป บางคนที่สมัยก่อนสนิทกับเรามากๆก็เริ่มหายไป การขอความช่วยเหลือจากใครก็เป็นหนทางที่ยาก ( แต่เราก็พยายามเป็นที่พึ่งแห่งตนให้ได้ อันนี้ทำเป็นอันดับแรก ) ชีวิตเริ่มเงียบ เริ่มนิ่ง ทุกอย่างมันแย่กว่าที่พิมพ์มามากๆ จนบางคนอาจจะจินตนาการไม่ออกด้วยซ้ำไป
จนวันที่พิมพ์ระบายอยู่ ณ ตอนนี้ก็ยังแย่อยู่ เงินติดตัวมีหลักร้อยด้วยซ้ำไป แต่ก็ยังนั่งทำงานไปเรื่อยๆ หาวิธีแก้ไขไปเรื่อยๆ บางปัญหาเห็นจุดแก้ไขแล้ว บางอย่างเลื่อนได้เลื่อนออกไป ทำอะไรนิดหน่อยได้ก็ทำถึงแม้จะยังไม่ดีขึ้นก็ตาม แต่ก็ต้องบอกว่าแอบคิด คงต้องเลิกจ้างลูกน้อง ก็สงสารอยู่อาจจะทำงานด้วยกันเป็นเดือนสุดท้าย เวลาว่างก็พักสมอง สวดมนต์ นั่งสมาธิ ทำบุญ ( จริงๆทำมานานแล้วตั้งแต่สมัยก่อน ) ก็พยายามเข้าใจชีวิต เข้าใจกรรม เข้าใจอะไรหลายๆอย่าง พยายามนิ่ง แต่ก็คิดด้วยสติว่าเราจะทำยังไงต่อไป ตรงไหนทำแล้วดีขึ้น ผมไม่โกรธใคร ไม่ร้องให้แล้ว ( น้ำตาไม่มี ) เริ่มนิ่งกับทุกอย่าง อะไรจะเกิดก็คิอเกิด ผมก็ต้องใช้ชีวิตไป ถ้าบริษัทจะปิดก็คือปิด แต่ยังหวังลึกๆว่าวันนึงเราจะดีขึ้น ก้าวผ่านปัญหานี้ไปได้ มีบทเรียน และวันนึงเราจะใช้ชีวิตให้ดีที่สุด