อวัยวะสำคัญที่คนชอบมองข้ามเวลาพูดถึงการออกกำลังกายคือตา ทั้งๆ ที่ได้ประโยชน์แทบทุกโครงสร้างในตาเลยค่ะ เดี๋ยวไล่ให้ฟังค่ะ
⚠️ ใครไม่มีเวลาก็วาร์ปไปสรุปข้างล่างก่อนก็ได้ค่ะ
.
ทำไมต้องแคร์ตาด้วย? นั่นเพราะตาเป็น 1 ในอวัยวะที่เป้าหมายการเล่นงานของโรคเรื้อรังเป็นอันดับต้นๆ เลย ยังไม่นับโรคเฉพาะตัวของตาที่เพิ่มตามอายุอีก
1️⃣ ตาแห้งเรื้อรัง: เกิดจากการใช้งานสายตานาน ระบบประสาทอัตโนมัติและการสร้างน้ำตาเสียสมดุล ยุคนี้เจอโคตรเยอะ เพราะ smartphone นี่แหละ ใครตาแห้งจะรู้เลยว่าทรมานขนาดไหนตอนตื่นมา
2️⃣ ต้อหิน: เกิดจากการระบายน้ำในลูกตาลดลง ทำให้ความดันลูกตาสูงและกดเส้นประสาทตา (optic nerve) ความเสี่ยงเพิ่มตามอายุ ไม่ได้เกิดกับทุกคน แต่เจอทีก็ซีเรียส
3️⃣ ต้อกระจก: อันนี้แหละเกี่ยวกับโรคเรื้องโดยตรง: กินเยอะ + ไม่ออกกำลังกาย จนดื้ออินซูลิน ทำให้น้ำตาลสูงเรื้อรัง → เกิดอนุมูลอิสระ + สะสมน้ำตาลซอร์บิทอล (sorbitol) → โปรตีนเลนส์ขุ่น → ตามัวจนเสียการมองเห็นได้
4️⃣ จอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน: เหตุคล้ายข้อ 3 ผลน้ำตาลสูงทำลายเซลล์พี่เลี้ยงหลอดเลือด (pericyte) → หลอดเลือดรั่ว แตก และขาดเลือด → ตามัวหรือบอดเฉียบพลัน
5️⃣ จอประสาทตาเสียจากความดันสูง: แรงดันเรื้อรังทำลายหลอดเลือดเล็กในตา บางครั้งเลือดออกรุนแรงตาบอดได้
สรุปคือ ดวงตาเป็นอวัยวะที่สะท้อนพิษของน้ำตาลและความดันได้ชัดมาก แต่กลับถูกมองข้ามบ่อยที่สุด
⸻
แล้วการออกกำลังกายช่วยดวงตายังไง?
1️⃣ ฟื้นผิวตา ลดตาแห้ง
- เลือดไปเลี้ยงต่อมน้ำตาเพิ่ม
- กล้ามเนื้อปล่อยสารต้านอักเสบ เช่น IL-6
- เพิ่มเม็ดเลือดขาวสายต้านอักเสบ (Treg, M2 macrophage)
- ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกเด่นขึ้น
ผลคือ น้ำตาสร้างดีขึ้น ผิวตาชุ่มและเสถียรขึ้น
2️⃣ ลดความดันลูกตา ลดเสี่ยงต้อหิน (แบบมุมเปิดนะ)
→ เพิ่มการสร้างก๊าซไนตริกออกไซด์
→ จุดระบายน้ำลูกตา (trabecular meshwork) ทำงานดีขึ้น
→ ความดันลูกตาลดลงทั้งระยะสั้นและยาว
→ เส้นประสาทตาถูกกดน้อยลง
3️⃣ คุมน้ำตาล ชะลอต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม
- กระตุ้นประตูขนส่งน้ำตาล (GLUT4) ที่กล้ามเนื้อ
- เพิ่มความไวต่ออินซูลิน
- ลดไขมันในช่องท้อง (ชื่อย่อ VAT ไม่ใช่ภาษีนะ)
น้ำตาลไม่สูงลอย เลนส์และหลอดเลือดจอประสาทตาจึงรอดจากพิษน้ำตาล
4️⃣ ป้องกันหลอดเลือดตาแตกจากความดันสูง
→ ลดระบบประสาทซิมพาเทติก
→ ปรับระบบฮอร์โมนควบคุมความดัน (RAAS) ให้สมดุล
→ ลดการอักเสบเรื้อรังของผนังหลอดเลือด
→ หลอดเลือดยืดหยุ่นดี
ผลคือความดันเลือดคุมได้ดี หลอดเลือดตาปลอดภัย
5️⃣ ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองที่ลามมาที่ตา
→ เพิ่ม NO ดูแลผนังหลอดเลือด
→ เพิ่ม HDL และลด LDL ชนิดอันตราย (oxLDL, sdLDL)
→ ชะลอการเกิดคราบไขมันในระบบหลอดเลือด
เมื่อสมองปลอดภัย ดวงตาที่ใช้แหล่งเลือดเดียวกันก็ปลอดภัยไปด้วย
6️⃣ สุดท้ายเปิดระบบป้องกันภัยที่ตาโดยตรง
- เพิ่มการสร้างหลอดเลือดฝอย (คล้ายกับที่เกิดในหัวใจ)
- เพิ่มความทนต่อภาวะขาดออกซิเจนของเซลล์ประสาทตา
- เพิ่มเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ
เวลาดวงตาโดนภัยอะไร ก็มีโอกาสรอดมากขึ้น
⸻
⚠️ หรือถ้าขี้เกียจกลไกอะไรวิทย์ๆ อะไรมาก
สรุปแบบง่ายๆ คือ
▪️ มันช่วยลดโอกาสเสี่ยงโรคทำร้ายตาอย่างดื้ออินซูลิน/ความดันสูง คนที่เป็นแล้วก็คุมได้ดีขึ้น
▪️ ส่งผลโดยต่อลูกตาเลย ทั้งลดตาแห้ง ลดความเสี่ยงต้อหิน และเพิ่มความทนทาน
สิ่งเหล่านี้แม้ไม่ได้ในทันที ต้องทำต่อเนื่องระดับหนึ่ง
แต่ถ้าไม่เริ่มเลยวันนี้ เราก็จะขาด ‘ยาวิเศษ’ อันหนึ่งไปเลย
และแน่นอนว่าต่อให้ออกกำลังกายแล้ว มันก็ยังไม่พอ
การปรับเรื่องการกินเป็นสิ่งสำคัญมาก ต้องทำควบคู่ไปด้วย
แต่ถ้าคุณไม่ใช่สายออกกำลังกาย เริ่มและทำต่อเนื่องยากมากเลย
อย่างน้อยวันนี้ก็ลุกมาทำเพื่อตาของเราเถอะค่ะ
เพราะตาเป็น ‘การรับรู้พิเศษ’ (Special sense)
ที่ดีที่สุดอันหนึ่งเลยค่ะ อย่ามีปัญหาสายตาเลยค่ะ
เครดิต คุณTensia
ตาอวัยวะ ที่คนมองข้าม จากการออกกำลังกาย
อวัยวะสำคัญที่คนชอบมองข้ามเวลาพูดถึงการออกกำลังกายคือตา ทั้งๆ ที่ได้ประโยชน์แทบทุกโครงสร้างในตาเลยค่ะ เดี๋ยวไล่ให้ฟังค่ะ
⚠️ ใครไม่มีเวลาก็วาร์ปไปสรุปข้างล่างก่อนก็ได้ค่ะ
.
ทำไมต้องแคร์ตาด้วย? นั่นเพราะตาเป็น 1 ในอวัยวะที่เป้าหมายการเล่นงานของโรคเรื้อรังเป็นอันดับต้นๆ เลย ยังไม่นับโรคเฉพาะตัวของตาที่เพิ่มตามอายุอีก
1️⃣ ตาแห้งเรื้อรัง: เกิดจากการใช้งานสายตานาน ระบบประสาทอัตโนมัติและการสร้างน้ำตาเสียสมดุล ยุคนี้เจอโคตรเยอะ เพราะ smartphone นี่แหละ ใครตาแห้งจะรู้เลยว่าทรมานขนาดไหนตอนตื่นมา
2️⃣ ต้อหิน: เกิดจากการระบายน้ำในลูกตาลดลง ทำให้ความดันลูกตาสูงและกดเส้นประสาทตา (optic nerve) ความเสี่ยงเพิ่มตามอายุ ไม่ได้เกิดกับทุกคน แต่เจอทีก็ซีเรียส
3️⃣ ต้อกระจก: อันนี้แหละเกี่ยวกับโรคเรื้องโดยตรง: กินเยอะ + ไม่ออกกำลังกาย จนดื้ออินซูลิน ทำให้น้ำตาลสูงเรื้อรัง → เกิดอนุมูลอิสระ + สะสมน้ำตาลซอร์บิทอล (sorbitol) → โปรตีนเลนส์ขุ่น → ตามัวจนเสียการมองเห็นได้
4️⃣ จอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน: เหตุคล้ายข้อ 3 ผลน้ำตาลสูงทำลายเซลล์พี่เลี้ยงหลอดเลือด (pericyte) → หลอดเลือดรั่ว แตก และขาดเลือด → ตามัวหรือบอดเฉียบพลัน
5️⃣ จอประสาทตาเสียจากความดันสูง: แรงดันเรื้อรังทำลายหลอดเลือดเล็กในตา บางครั้งเลือดออกรุนแรงตาบอดได้
สรุปคือ ดวงตาเป็นอวัยวะที่สะท้อนพิษของน้ำตาลและความดันได้ชัดมาก แต่กลับถูกมองข้ามบ่อยที่สุด
⸻
แล้วการออกกำลังกายช่วยดวงตายังไง?
1️⃣ ฟื้นผิวตา ลดตาแห้ง
- เลือดไปเลี้ยงต่อมน้ำตาเพิ่ม
- กล้ามเนื้อปล่อยสารต้านอักเสบ เช่น IL-6
- เพิ่มเม็ดเลือดขาวสายต้านอักเสบ (Treg, M2 macrophage)
- ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกเด่นขึ้น
ผลคือ น้ำตาสร้างดีขึ้น ผิวตาชุ่มและเสถียรขึ้น
2️⃣ ลดความดันลูกตา ลดเสี่ยงต้อหิน (แบบมุมเปิดนะ)
→ เพิ่มการสร้างก๊าซไนตริกออกไซด์
→ จุดระบายน้ำลูกตา (trabecular meshwork) ทำงานดีขึ้น
→ ความดันลูกตาลดลงทั้งระยะสั้นและยาว
→ เส้นประสาทตาถูกกดน้อยลง
3️⃣ คุมน้ำตาล ชะลอต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม
- กระตุ้นประตูขนส่งน้ำตาล (GLUT4) ที่กล้ามเนื้อ
- เพิ่มความไวต่ออินซูลิน
- ลดไขมันในช่องท้อง (ชื่อย่อ VAT ไม่ใช่ภาษีนะ)
น้ำตาลไม่สูงลอย เลนส์และหลอดเลือดจอประสาทตาจึงรอดจากพิษน้ำตาล
4️⃣ ป้องกันหลอดเลือดตาแตกจากความดันสูง
→ ลดระบบประสาทซิมพาเทติก
→ ปรับระบบฮอร์โมนควบคุมความดัน (RAAS) ให้สมดุล
→ ลดการอักเสบเรื้อรังของผนังหลอดเลือด
→ หลอดเลือดยืดหยุ่นดี
ผลคือความดันเลือดคุมได้ดี หลอดเลือดตาปลอดภัย
5️⃣ ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองที่ลามมาที่ตา
→ เพิ่ม NO ดูแลผนังหลอดเลือด
→ เพิ่ม HDL และลด LDL ชนิดอันตราย (oxLDL, sdLDL)
→ ชะลอการเกิดคราบไขมันในระบบหลอดเลือด
เมื่อสมองปลอดภัย ดวงตาที่ใช้แหล่งเลือดเดียวกันก็ปลอดภัยไปด้วย
6️⃣ สุดท้ายเปิดระบบป้องกันภัยที่ตาโดยตรง
- เพิ่มการสร้างหลอดเลือดฝอย (คล้ายกับที่เกิดในหัวใจ)
- เพิ่มความทนต่อภาวะขาดออกซิเจนของเซลล์ประสาทตา
- เพิ่มเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ
เวลาดวงตาโดนภัยอะไร ก็มีโอกาสรอดมากขึ้น
⸻
⚠️ หรือถ้าขี้เกียจกลไกอะไรวิทย์ๆ อะไรมาก
สรุปแบบง่ายๆ คือ
▪️ มันช่วยลดโอกาสเสี่ยงโรคทำร้ายตาอย่างดื้ออินซูลิน/ความดันสูง คนที่เป็นแล้วก็คุมได้ดีขึ้น
▪️ ส่งผลโดยต่อลูกตาเลย ทั้งลดตาแห้ง ลดความเสี่ยงต้อหิน และเพิ่มความทนทาน
สิ่งเหล่านี้แม้ไม่ได้ในทันที ต้องทำต่อเนื่องระดับหนึ่ง
แต่ถ้าไม่เริ่มเลยวันนี้ เราก็จะขาด ‘ยาวิเศษ’ อันหนึ่งไปเลย
และแน่นอนว่าต่อให้ออกกำลังกายแล้ว มันก็ยังไม่พอ
การปรับเรื่องการกินเป็นสิ่งสำคัญมาก ต้องทำควบคู่ไปด้วย
แต่ถ้าคุณไม่ใช่สายออกกำลังกาย เริ่มและทำต่อเนื่องยากมากเลย
อย่างน้อยวันนี้ก็ลุกมาทำเพื่อตาของเราเถอะค่ะ
เพราะตาเป็น ‘การรับรู้พิเศษ’ (Special sense)
ที่ดีที่สุดอันหนึ่งเลยค่ะ อย่ามีปัญหาสายตาเลยค่ะ
เครดิต คุณTensia