กองทุนบำเหน็จบำนาญของเดนมาร์กเตรียมขายทิ้งพันธบัตรสหรัฐ

เรื่องราวโดย Bangkokbiznews



บริษัทบริหารกองทุนบำเหน็จบำนาญ AkademikerPension ของเดนมาร์กกล่าวว่ากำลังขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ออก เนื่องจากความกังวลด้านการเงิน ในขณะที่เดนมาร์กกำลังเผชิญหน้ากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการขู่ว่าจะเข้ายึดครองกรีนแลนด์

แอนเดอร์ส เชลเดอ หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของ AkademikerPension กล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากสิ่งที่บริษัทมองว่าเป็น “สถานะทางการเงินที่ย่ำแย่ของรัฐบาลสหรัฐฯ” ท่ามกลางวิกฤตหนี้ของอเมริกา แต่ก็เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และเดนมาร์ก หลังจากที่ทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศในยุโรป หากกรีนแลนด์ ดินแดนอาร์กติกของเดนมาร์ก ไม่ถูกขายให้กับสหรัฐฯ

“มันไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป แต่แน่นอนว่านั่นไม่ได้ทำให้การตัดสินใจยากขึ้น” เชลเดอ กล่าวในแถลงการณ์ต่อสำนักข่าวซีเอ็นบีซี

โฆษกของ AkademikerPension ยืนยันกับซีเอ็นบีซี ว่า ปัจจุบันกองทุนดังกล่าวถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ (3.1 พันล้านบาท) กองทุนนี้วางแผนที่จะขายพันธบัตรเหล่านั้นออกทั้งหมดภายในสิ้นเดือนนี้

เชลเดออ้างถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้นของสหรัฐฯ หลังจากการใช้จ่ายเกินตัวของรัฐบาลมานานหลายทศวรรษ สหรัฐฯขาดดุลงบประมาณ 1.78 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ลดลงเพียง 2% จากปีงบประมาณ 2024 เนื่องจากมาตรการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าอย่างกว้างขวางและสูงของทรัมป์มีผลบังคับใช้

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s Ratings ได้ปรับลดอันดับเครดิตของสหรัฐฯ ลงเหลือ Aa1 จาก Aaa ในเดือนพฤษภาคม โดยอ้างถึงการขาดดุลงบประมาณและต้นทุนการกู้ยืมที่สูงซึ่งเกี่ยวข้องกับการต่ออายุหนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูง

เชลเดอกล่าวว่า “สถานะทางการเงินของสหรัฐฯ ทำให้เราต้องพยายามหาทางเลือกอื่นในการบริหารจัดการสภาพคล่องและความเสี่ยง” “ตอนนี้เราพบวิธีแล้ว และเรากำลังดำเนินการตามนั้น”

เดนมาร์กแสดงท่าทีเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ทรัมป์เรียกร้องให้สหรัฐฯ เข้าควบคุมกรีนแลนด์มากขึ้น ทรัมป์กล่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เขาจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับหลายประเทศในยุโรป เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ หากสหรัฐฯ ไม่สามารถเข้าควบคุมกรีนแลนด์ และภาษีเหล่านั้นอาจเพิ่มขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน

มีรายงานว่าผู้นำยุโรปกำลังพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีและมาตรการทางเศรษฐกิจลงโทษอื่นๆ นักลงทุนบางรายกังวลว่าประเทศในยุโรปอาจขายสินทรัพย์ในสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ภาษีใหม่ของทรัมป์

นายกรัฐมนตรีเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน แห่งกรีนแลนด์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ประเทศจะ “ไม่ยอมถูกกดดัน” และ “ยืนหยัดในเรื่องการเจรจา การเคารพ และกฎหมายระหว่างประเทศ”

ยีลด์บอนด์สหรัฐพุ่ง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐฯ และต่างประเทศพุ่งสูงขึ้นในวันอังคาร ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่านักลงทุนรู้สึกถึงความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นบอนด์เกณฑ์อ้างอิง ล่าสุดซื้อขายอยู่สูงกว่าก่อนหน้าเกิน 6 จุด (basis points) ที่ระดับ 4.295% ส่วนอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุยาว 20 ปี และ 30 ปีพุ่งขึ้น โดยเพิ่มขึ้นราว 8 จุด ไปอยู่ที่ 4.878% และ 4.92% ตามลำดับ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและหุ้นร่วงลง ขณะที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในช่วงการซื้อขายที่เต็มไปด้วยกระแส "ขายอเมริกา"
เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates กล่าวกับซีเอ็นบีซี เมื่อวันอังคารว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติอาจเริ่มขายหน่วยลงทุนในสหรัฐฯ หากพวกเขามองว่าสหรัฐฯ ไม่ใช่คู่ค้าที่มั่นคงอีกต่อไป

"ในอีกด้านหนึ่งของเรื่องการค้า การขาดดุล และสงครามการค้า ก็มีเรื่องของเงินทุนและสงครามเงินทุน" ดาลิโอ กล่าวกับรายการ "Squawk Box" ของซีเอ็นบีซี ที่เวทีเศรษฐกิจโลกในเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ "หากคุณพิจารณาความขัดแย้ง คุณก็ไม่อาจมองข้ามความเป็นไปได้ของสงครามเงินทุนได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง อาจไม่มีความต้องการซื้อ...ตราสารหนี้ของสหรัฐฯ และอื่นๆ เหมือนเดิมอีกต่อไป"

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่