สิ่งที่ยังคงเป็นข้อสงสัยคือ เมื่อผู้เช่าซื้อทำการคืนรถแล้ว ไฟแนนซ์มักกำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องลงนามในเอกสารยินยอมในการคืนรถ โดยมีเนื้อหาในลักษณะให้รับสภาพหนี้ที่อาจเกิดขึ้นภายหลังจากการนำรถไปขายทอดตลาด หากราคาขายต่ำกว่ายอดหนี้ และอาจถูกนำไปฟ้องร้องเรียกส่วนต่างในภายหลัง
ทั้งที่ในทางข้อกฎหมาย ไฟแนนซ์ย่อมทราบดีว่า หากมีการนำคดีขึ้นสู่ศาล ผู้เช่าซื้อมีแนวโน้มชนะคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 ซึ่งจำกัดสิทธิของผู้ให้เช่าซื้อในการเรียกร้องส่วนต่างดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ไฟแนนซ์ยังคงใช้แนวทางปฏิบัติเดิม คือปฏิเสธการรับคืนรถ เว้นแต่ผู้เช่าซื้อจะยินยอมลงนามในเอกสารดังกล่าว ซึ่งโดยสภาพแล้วไม่ต่างจากการให้รับสภาพหนี้ล่วงหน้าที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เป็นลักษณะของเงื่อนไขที่อาจเป็นหลุมพราง และก่อให้เกิดความเสียเปรียบแก่ลูกหนี้บางราย จนยอมชำระค่าส่วนต่างไปทั้งที่อาจไม่มีหน้าที่ตามกฎหมาย
ในท้ายที่สุด แม้ลูกหนี้จะมีสิทธิทางกฎหมายอยู่ แต่ก็ยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี เช่น ค่าทนายความ ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก
จึงเกิดคำถามว่า เหตุใดจึงไม่มีการกำหนดหรือบังคับใช้แนวทางทางกฎหมายให้ชัดเจนไปเลยว่า ผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องรับคืนรถโดยไม่มีเงื่อนไข แทนที่จะปล่อยให้มีการใช้เอกสารในลักษณะที่อาจสร้างความเข้าใจผิด และเป็นการยัดเยียดภาระให้แก่ลูกหนี้ดังเช่นที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ
คืนรถ CIMB Auto ไม่มียอดค้างชำระ
ทั้งที่ในทางข้อกฎหมาย ไฟแนนซ์ย่อมทราบดีว่า หากมีการนำคดีขึ้นสู่ศาล ผู้เช่าซื้อมีแนวโน้มชนะคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 ซึ่งจำกัดสิทธิของผู้ให้เช่าซื้อในการเรียกร้องส่วนต่างดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ไฟแนนซ์ยังคงใช้แนวทางปฏิบัติเดิม คือปฏิเสธการรับคืนรถ เว้นแต่ผู้เช่าซื้อจะยินยอมลงนามในเอกสารดังกล่าว ซึ่งโดยสภาพแล้วไม่ต่างจากการให้รับสภาพหนี้ล่วงหน้าที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เป็นลักษณะของเงื่อนไขที่อาจเป็นหลุมพราง และก่อให้เกิดความเสียเปรียบแก่ลูกหนี้บางราย จนยอมชำระค่าส่วนต่างไปทั้งที่อาจไม่มีหน้าที่ตามกฎหมาย
ในท้ายที่สุด แม้ลูกหนี้จะมีสิทธิทางกฎหมายอยู่ แต่ก็ยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี เช่น ค่าทนายความ ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก
จึงเกิดคำถามว่า เหตุใดจึงไม่มีการกำหนดหรือบังคับใช้แนวทางทางกฎหมายให้ชัดเจนไปเลยว่า ผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องรับคืนรถโดยไม่มีเงื่อนไข แทนที่จะปล่อยให้มีการใช้เอกสารในลักษณะที่อาจสร้างความเข้าใจผิด และเป็นการยัดเยียดภาระให้แก่ลูกหนี้ดังเช่นที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ