โลกป่วนรับปี 2026: ทรัมป์-กรีนแลนด์-สงครามการค้า เรื่องใหญ่กว่าที่คุณคิด

จากคลิปวิดีโอรายการ "ตอบโจทย์" ทางช่อง Thai PBS เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 (2026) เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์โลกหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครบ 1 ปี โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:

1. ประเด็นความขัดแย้งเรื่อง "กรีนแลนด์"
ความต้องการของทรัมป์: ทรัมป์ประกาศต้องการเอากรีนแลนด์ (ซึ่งอยู่ในความดูแลของเดนมาร์ก) มาเป็นของสหรัฐฯ ให้ได้ โดยให้เหตุผลทางยุทธศาสตร์ 2 ประการหลักคือ
ยุทธศาสตร์ทางทหาร: เพื่อเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป และป้องกันภัยคุกคามจากรัสเซียหรือยุโรปเองในอนาคต
ทรัพยากร: กรีนแลนด์มี "แร่หายาก" (Rare Earth) จำนวนมากที่สหรัฐฯ ต้องการเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
ความขัดแย้ง: เกิดการปะทะคารมกับผู้นำชาติยุโรปที่ยืนข้างเดนมาร์ก จนนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์พันธมิตรสหรัฐฯ-ยุโรป

2. ความเสี่ยง "สงครามการค้า" รอบใหม่
ทรัมป์ใช้วิธีการกดดันทางเศรษฐกิจ (Coercive Effort) โดยขู่จะขึ้นภาษี 10% กับสินค้าจากฝรั่งเศส เยอรมนี และชาติอื่นๆ ในยุโรป หากไม่ยอมทำตามความต้องการ
ยุโรปประกาศว่าจะไม่ยอมให้ข่มขู่และพร้อมตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีเช่นกัน ทำให้เกิดความกังวลเรื่องสงครามการค้าขยายวงกว้าง

3. วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ของทรัมป์ (โดย ดร.ชัยยงค์ สัจจิพานนท์ อดีตทูตไทยประจำสหรัฐฯ)
สไตล์การทำงาน: ทรัมป์ใช้สไตล์การต่อรองแบบนักธุรกิจ คือใช้พลังอำนาจทางทหารและเศรษฐกิจบีบบังคับคู่เจรจาเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ (America First)
การจัดระเบียบโลกใหม่: ทรัมป์กำลังพยายามสร้าง "ระเบียบโลกใหม่" (New Order) ที่สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางและได้ประโยชน์สูงสุด โดยไม่สนกรอบความร่วมมือเดิมๆ อย่างนาโต้ หรือสหประชาชาติมากนัก

4. ผลกระทบต่อประเทศไทย
หากเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปจริง การค้าระหว่างประเทศทั่วโลกจะได้รับผลกระทบ รวมถึงไทยที่เป็นห่วงโซ่อุปทาน
ไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือความผันผวน โดยต้องรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจ และปรับตัวหาตลาดใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

จะเห็นว่าปี 2026 โลกกำลังเผชิญความตึงเครียดใหม่จากการที่สหรัฐฯ พยายามแผ่อิทธิพลเหนือกรีนแลนด์ และพร้อมแตกหักกับพันธมิตรเก่าแก่อย่างยุโรปด้วยมาตรการภาษี ซึ่งไทยต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับนโยบายต่างประเทศให้ทันท่วงทีครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ThaiPBS
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่