ปล่อย.... ปลาพระโพธิสัตว์

กระทู้สนทนา
ปลาพระโพธิสัตว์

ข้าพเจ้าได้รับอนุญาตให้เล่าเรื่องการช่วยชีวิตปลาพระโพธิสัตว์จากหลวงพ่อสมคิด สติสัมปันโนแห่งวัด..... ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน  เรื่องมีอยู่ว่า

ขัาพเจ้าได้เดินทางไปทริปปลูกป่าที่แม่วาก จ.เชียงใหม่ วันที่ 27-30 มิถุนายน 2568 ซึ่งพี่แชมป์ (เป็นรุ่นพี่ที่เคารพ) ได้เป็นแกนนำปลูกป่าพร้อมกลุ่มเพื่อน จริงๆ ผมเองไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ แต่เพื่อนข้าพเจ้ามีชื่อผึ้งและหลิงชวน ประกอบกับผมอยากรู้รายละเอียดในการปลูกพืช เลยตัดสินใจเข้าร่วมทริปนี้ด้วย 

เนื่องจากข้าพเจ้ามีที่ดินแปลงหนึ่งอยู่หนองคาย จึงต้องการศึกษาเรื่องการปลูกพืช ระหว่างที่กำลังเดินทางไปนั้น แฟนข้าพเจ้าได้โทรมาบอกว่า รถขุด komutsu kc-138 เค้าซ่อมเสร็จแล้วและจะขึ้นไปส่งวันอังคารเช้าตรงที่ดินหนองคาย ให้ข้าพเจ้าขึ้นไปรับด้วย ข้าพเจ้าจึงเปลี่ยนแผนจากที่เดินทางด้วยขบวนรถไฟกรุงเทพ-เชียงใหม่ และเชียงใหม่-กรุงเทพ กลายเป็น ต้องยกเลิกรถไฟขากลับ โดยเปลี่ยนไปนั่งรถทัวร์ เชียงใหม่-อุดรธานีแทน สรุปข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ร่วมจนจบทริปปลูกป่า วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน จึงออกเดินทางจากเชียงใหม่ไปอุดรธานีช่วงเย็น จะถึงอุดรธานีตอนประมาณ ตี 4:30น ได้ 

ข้าพเจ้าเลยให้แฟนจองรถไว้ขับเช้าวันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน ตอนตี 5 แต่ปรากฎว่า รถเช่าบอกว่าจะส่งรถได้ตอน 8:00น ข้าพเจ้าเลยต้องนั่งรอจนถึง 8:00น. ระหว่างที่ข้าพเจ้านั่งรอ ข้าพเจ้าก็เหลือบไปเห็นพระรูปหนึ่ง เดินอยู่ที่สถานีอุดรธานี แต่ข้าพเจ้าไม่ได้สนใจเพราะสถานีก็ต้องมีคนหลายเชื้อชาติทั้งนั้น 

ข้าพเจ้าได้นั่งรอจนถึง 8:00น ก็มีสายโทรมาจากรถเช่าว่า มาส่งรถแล้ว ให้เดินออกไปรับรถและตรวจสภาพ ขณะที่ข้าพเจ้าเดินตรวจสอบรอบรถนั้น มีพระรูปหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมทั้งถามว่า โยมอาตมาได้ปลามา จะรบกวนพาไปปล่อยหน่อยได้ไหม ข้าพเจ้าเองก็ตอบว่าได้ นิมนต์ขึ้นรถเลย (ปกติข้าพเจ้าชอบปล่อยปลาเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะเคยฟังอานิสงส์ของการปล่อยปลาหน้าเขียงว่า ได้บุญมาก เพราะไปช่วยพวกปลาให้รอดตาย ประกอบกับช่วงที่ข้าพเจ้าทำธุรกิจก็ประสบกับปัญหามากมาย การปล่อยปลาช่วยให้ข้าพเจ้าผ่านมาได้ทุกอุปสรรค)

ระหว่างที่ข้าพเจ้าได้ขับรถไปกับหลวงพ่อ ข้าพเจ้าเป็นคนที่ปฏิบัติธรรมมานาน ก็อยากสอบถามเรื่องเกี่ยวกับสภาวะธรรมเพื่อไขข้อสงสัย หลวงพ่อก็ได้ตอบข้อสงสัยของผม  ท่านได้คุยกับผมว่า "โยม.... นี่มีบุญนะ ได้มาปล่อยปลาช่วยชีวิต"  ผมก็เลยเรียนแจ้งหลวงพ่อว่า ปกติผมปล่อยปลาเป็นประจำอยู่แล้ว ผมก็เลยเฉยๆ 

หลวงพ่อก็เล่าให้ฟังว่า มีพระอยู่รูปหนึ่ง ท่านชื่อ ...........   ท่านเล่าความฝันให้ฟังว่า คืนนั้นฝันว่าเช้าได้ออกไปบิณฑบาต ระหว่างทางเดินได้เห็นปลาตัวหนึ่งมาขวางทางเดินท่าน  ท่านบอกว่า ปลาพูดกับท่านว่า "หลวงพ่อช่วยผมด้วยนะ พรุ่งนี้เช้าหลวงพ่อออกไปบิณฑบาต หลวงพ่อจะเจอผมอยู่ระหว่างทางกลางถนน ผมเป็นปลาโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ ท่านช่วยจับผมไปปล่อยด้วยนะ"  แล้วท่านก็ตื่น ในใจท่านก็บอกว่า ทำไมฝันแบบนี้ แต่ท่านก็ไม่ได้เชื่ออะไร คิดว่าฝันนี้คงไร้สาระ เช้ามาท่านก็ไม่ได้สนใจ  ก็ออกบิณฑบาตตามปกติ ระหว่างเดินทาง ก็ได้เจอปลาขวางทางตามในฝันเปะ ท่านจึงจับปลาใส่บาตรแล้วเอาไปปล่อย ท่านบอกว่า หลังจากปล่อยเสร็จ ท่านเกิดปิติตลอด 7 วันต่อเนื่อง

พอข้าพเจ้าฟังหลวงพ่อเล่าให้ฟังเสร็จ ข้าพเจ้าก็คิดใจในและพูดแซวท่านว่า "หลวงพ่อ แล้วปลาที่เราจะไปปล่อย เป็นปลาพระโพธิสัตว์ไหม" หลวงพ่อท่านบอกว่า "ใช่โยม"  ข้าพเจ้าได้ฟังเท่านั้น หันมองหน้าท่านทันที และถามว่า "หลวงพ่อรู้ได้ยังไง"  หลวงพ่อเล่าให้ฟังว่า หลวงพ่อมาจากนครพนมต้องการจะเดินทางไปเชียงใหม่ แต่ต้องมาต่อรถที่อุดรธานี ระหว่างทางที่นั่งในรถทัวร์ ท่านได้เข้าสมาธิ ปรากฏนิมิตขึ้นมาว่า มีปลาอยู่ 3 ตัวเข้ามาในนิมิต ปลาทั้ง 3 ตัวบอกว่า ท่านๆ พรุ่งนี้ท่านไปถึงสถานีอุดรธานีแล้ว ท่านช่วยผมด้วยนะ พวกผม 3 ตัวเป็นปลาพระโพธิสัตว์กำลังบำเพ็ญบารมีอยู่ ตัวหนึ่งจะตายเพราะหมดอายุขัย และอีก 2 ตัวไม่ตาย ให้ท่านช่วยพวกผมด้วยนะ  

เช้ามาหลวงพ่อท่านก็มาถึงสถานีอุดรธานี ท่านก็ไม่รู้ว่าในนิมิตนั้นจริงไหม ท่านก็พยายามเดินมองหารอบๆสถานี ท่านบอกในใจว่า แล้วจะไปหาปลาพระโพธิสัตว์ที่ไหน ท่านก็มองหาสักพักหนึ่ง ท่านก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งถือถุงขาวใบหนึ่ง ข้างในมีอะไรสีดำๆอยู่ เดินไปร้านขายอาหารตามสั่ง  ท่านคิดในใจว่า สงสัยน่าจะเป็นคนนี้แน่ๆ ในถุงคงเป็นปลาที่จับมาขาย  ท่านก็นิ่งๆ รอจนผู้ชายคนนั้นเดินออกจากร้าน ท่านก็เดินเข้าไปที่ร้านขายอาหารตามสั่งว่า "แม่ค้า เมื่อกี้ผู้ชายคนนั้นเอาอะไรมาขายหรอ"  แม่ค้าตอบว่า "ผู้ชายคนเมื่อกี้จับปลามาขาย 3 ตัว"  หลวงพ่อเลยบอกว่า "หลวงพ่อขอซื้อต่อได้ไหม"  แม่ค้าบอกว่า "ได้ค่ะ หลวงพ่อ แต่ปลาทั้ง 3 ตัว มีตัวหนึ่งตายนะ อีก 2 ตัวยังไม่ตาย"  หลวงพ่อบอกว่า "ได้ๆ ไม่เป็นไร แล้วแม่ค้าจะขายเท่าไหร่"
แม่ค้าตอบว่า "หนูซื้อมา 200 บาท ขายให้หลวงพ่อ 200 บาทเท่ากัน" หลังจากที่หลวงพ่อรับปลาที่ยังไม่ตายมา ท่านก็สวดให้บังสุกุลให้ปลาที่ตายแล้ว แล้วท่านก็เดินออกมาพร้อมปลา  ในใจท่านบอกว่า จะเรียก 3 ล้อไปปล่อย แต่เงินท่านก็เหลือไม่เยอะ และเช้าแบบนี้จะไปหา 3 ล้อที่ไหน  

ท่านก็มองๆ เห็นผู้ชาย 2 คนกำลังเดินดูรอบรถ ท่านจึงเดินเข้าไปหา และพูดขึ้นว่า "โยม อาตมาได้ปลามา อยากรบกวนพาไปปล่อยหน่อยได้ไหม" นั่นละก็ได้มาเจอกับข้าพเจ้าขณะรับรถอยู่

ระหว่างทางข้าพเจ้าก็ได้ถามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อจะไปปล่อยที่ไหนดี ข้าพเจ้าเป็นคนนอกพื้นที่ไม่รู้จัก หลวงพ่อบอกโยมลองหาดู ข้าพเจ้าดูในแผนที่ เห็นว่ามีหนองประจักษ์ขนาดใหญ่อยู่ ก็เลยบอกหลวงพ่อว่า งั้นเราไปปล่อยกันที่หนองประจักษ์กันครับ  

พอไปถึงหนองประจักษ์ หลวงพ่อบอกว่า ปลานี้เป็นปลาพระโพธิสัตว์ เราควรไปปล่อยที่วัดหลวงตามหาบัวดีกว่า ในใจผมบอกว่า โห.... ปลาจะตายไหมเนี้ย ไม่รู้ว่าวัดหลวงตาไกลแค่ไหน แต่พอเปิดแผนที่ดูก็ประมาณ 15-20 นาที ข้าพเจ้าเลยตัดสินใจขับไปวัดป่าบ้านตาด ระหว่างทางเลยแวะ 7-11 ซื้อน้ำเปล่าเทใส่ถุงเพื่อให้ปลารอด พอเทเสร็จ สักแป๊บปลาทั้งคู่ก็ตีครีบว่ายน้ำ ข้าพเจ้ากับหลวงพ่อก็ดีใจกัน ปลารอดทั้งสองตัว   

หลวงพ่อได้นำทางไปวัดป่าบ้านตาดและบอกให้ไปปล่อยจุดนี้ ท่านรู้จักสถานที่นี้เพราะท่านเป็นลูกศิษย์หลวงตามหาบัวมานานแล้ว ข้าพเจ้าก็ขับรถไปจอดที่ริมสะพาน เพือนำปลาไปปล่อย 

ข้าพเจ้ากับหลวงพ่อ ยืนอยู่ริมตลิ่ง หลวงพ่อได้สวดให้พรยาวมาก และเทปลาทั้งสองให้เป็นอิสระ ปลาพระโพธิสัตว์ 2 ตัว ตัวใหญ่พอลงน้ำแล้ว ก็ว่ายไปทันที แต่ปลาพระโพธิสัตว์ตัวเล็ก กลับอยู่นิ่ง มองข้าพเจ้าและหลวงพ่อ ผมจึงนำมือถือมาถ่ายรุปไว้ จึงเก็บรุปได้เฉพาะปลาพระโพธิสัตว์ตัวเล็กอย่างเดียว

หลังจากปล่อยปลาเสร็จ ข้าพเจ้าและหลวงพ่อจึงได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก  พอขึ้นเรถเสร้จ ข้าพเจ้าจึงถามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อครับ ซื้อปลามาเท่าไหร่ครับ หลวงพ่อบอกว่า 200 บาท ผมจึงนำเงินมา 200 บาทถวายหลวงพ่อ   หลวงพ่อบอกว่า คนละ 100 ละกันจะได้บุญร่วมกัน

ระหว่างทางที่ข้าพเจ้าจะขับรถไปส่งหลวงพ่อที่ขนส่งอุดรธานี เพราะหลวงพ่อจะเดินทางไปเชียงใหม่ต่อ  หลวงพ่อมาบอกผมทีหลังว่า ในฝันที่ปลาพระโพธิสัตว์มาบอกให้ช่วยนั้น ปลาพระโพธิสัตว์บอกว่า “เมือท่านช่วยผมแล้ว จะมีผุ้ชายคนหนึ่งพาไปปล่อยเอง”  ผมก็ตะลึง อะไรจะขนาดนั้น  หลวงพ่อบอกว่า ผู้ชายคนนั้น หลวงพ่อไม่รู้หรอเป็นใคร แต่พอเห็นผู้ชาย 2 คนที่เดินรอบรถ หลวงพ่อก็ระบุว่า ต้องเป็นข้าพเจ้านี่หละ  

เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องจริง 



แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่