ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมประเมินว่า จากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้ในระยะไม่ถึง 20 ปีข้างหน้า ประเทศต้องรับมือซากแบตเตอรี่สะสมสูงถึง 7.8 ล้านตัน หรือเทียบเท่าแบตเตอรี่รถ EV ราว 19.5 ล้านคัน หากยังไม่มีระบบจัดการที่เป็นรูปธรรม
จีนเดินหน้าคุมรีไซเคิลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เริ่มปี 2026 สร้างระบบติดตามทั้งวงจร ผู้เชี่ยวชาญเตือน หากไทยไม่เร่งวางระบบจัดการ อาจต้องรับมือซากแบตเตอรี่สะสมสูงถึง 7.8 ล้านตัน กระทบสิ่งแวดล้อมและโอกาสเศรษฐกิจหมุนเวียนในอนาคต
จีนประกาศมาตรการคุมเข้มการรีไซเคิลแบตเตอรี่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เริ่มบังคับใช้ 1 เมษายน 2026 โดยจัดตั้งแพลตฟอร์มตรวจสอบย้อนกลับระดับชาติ ให้แบตเตอรี่ทุกก้อนมีข้อมูลประวัติดิจิทัล ครอบคลุมการจัดการตลอดห่วงโซ่การใช้งาน รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม EV ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
หน่วยงานจีนระบุว่า แบตเตอรี่ NEV รุ่นแรกเริ่มทยอยหมดอายุจากประสิทธิภาพความจุที่ลดลง ส่งผลให้ปริมาณแบตเตอรี่ใช้แล้วเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าภายในปี 2030 จีนจะมีแบตเตอรี่ใช้แล้วมากกว่า 1 ล้านตัน สะท้อนความจำเป็นของระบบบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมประเมินว่า จากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้ในระยะไม่ถึง 20 ปีข้างหน้า ประเทศต้องรับมือซากแบตเตอรี่สะสมสูงถึง 7.8 ล้านตัน หรือเทียบเท่าแบตเตอรี่รถ EV ราว 19.5 ล้านคัน หากยังไม่มีระบบจัดการที่เป็นรูปธรรม
หากซากแบตเตอรี่จำนวนมากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม อาจกลายเป็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมจากสารอันตราย พร้อมกันนั้นยังสะท้อนโอกาสของการพัฒนายุทธศาสตร์แบตเตอรี่ครบวงจร ตั้งแต่การรีไซเคิล การนำกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงการต่อยอดเป็นระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อเพิ่มมูลค่าในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
https://www.thansettakij.com/motor/ev/649248?fbclid=IwdGRjcAPcyRpleHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZAo2NjI4NTY4Mzc5AAEeeapzGUoZKF2EUtMem47JV3C8JmNNULHfxbsX6-_pn9Md7kGrqzSWjgmiU3E_aem_4uPBVUOHe_phuz7InUikNw
จีน คุมเข้มรีไซเคิลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า-หวั่นไทย ต้องกำจัดซาก 7.8 ล้านตัน
จีนเดินหน้าคุมรีไซเคิลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เริ่มปี 2026 สร้างระบบติดตามทั้งวงจร ผู้เชี่ยวชาญเตือน หากไทยไม่เร่งวางระบบจัดการ อาจต้องรับมือซากแบตเตอรี่สะสมสูงถึง 7.8 ล้านตัน กระทบสิ่งแวดล้อมและโอกาสเศรษฐกิจหมุนเวียนในอนาคต
จีนประกาศมาตรการคุมเข้มการรีไซเคิลแบตเตอรี่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เริ่มบังคับใช้ 1 เมษายน 2026 โดยจัดตั้งแพลตฟอร์มตรวจสอบย้อนกลับระดับชาติ ให้แบตเตอรี่ทุกก้อนมีข้อมูลประวัติดิจิทัล ครอบคลุมการจัดการตลอดห่วงโซ่การใช้งาน รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม EV ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
หน่วยงานจีนระบุว่า แบตเตอรี่ NEV รุ่นแรกเริ่มทยอยหมดอายุจากประสิทธิภาพความจุที่ลดลง ส่งผลให้ปริมาณแบตเตอรี่ใช้แล้วเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าภายในปี 2030 จีนจะมีแบตเตอรี่ใช้แล้วมากกว่า 1 ล้านตัน สะท้อนความจำเป็นของระบบบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมประเมินว่า จากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้ในระยะไม่ถึง 20 ปีข้างหน้า ประเทศต้องรับมือซากแบตเตอรี่สะสมสูงถึง 7.8 ล้านตัน หรือเทียบเท่าแบตเตอรี่รถ EV ราว 19.5 ล้านคัน หากยังไม่มีระบบจัดการที่เป็นรูปธรรม
หากซากแบตเตอรี่จำนวนมากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม อาจกลายเป็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมจากสารอันตราย พร้อมกันนั้นยังสะท้อนโอกาสของการพัฒนายุทธศาสตร์แบตเตอรี่ครบวงจร ตั้งแต่การรีไซเคิล การนำกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงการต่อยอดเป็นระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อเพิ่มมูลค่าในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
https://www.thansettakij.com/motor/ev/649248?fbclid=IwdGRjcAPcyRpleHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZAo2NjI4NTY4Mzc5AAEeeapzGUoZKF2EUtMem47JV3C8JmNNULHfxbsX6-_pn9Md7kGrqzSWjgmiU3E_aem_4uPBVUOHe_phuz7InUikNw