หากเรามีรักแท้ท้ายที่สุดเราจะได้คู่กัน

เราคบกับแฟนมาตั้งแต่ตอนที่เราเรียนมหาลัย ส่วนแฟนเราทำงานแล้ว เราเชื่อว่าหากเรามีรักแท้ให้กัน ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆด้วยกัน ท้ายที่สุดแล้วเราจะได้คู่กัน แต่ผลที่ออกมา ไม่เป็นแบบนั้นเลย
เราที่รักเขาจริงๆ รัก ยอมทุกอย่าง แม้จะรู้ว่าเขาต้องหมั้น เขาต้องแต่งงาน เขามีลูก เขาต้องรับผิดชอบ เราก็เชื่อเขาทุกอย่าง บอกให้รอ บอกจะเลิก (ตอนนั้นรู้ว่าแต่งงาน แต่ยังไม่จดทะเบียน) พอมีลูก ค่อยมารู้ว่าเขาจดทะเบียน แต่เขาก็บอกว่าจดเพื่อลูกเท่านั้น เราก็เชื่อ เราก็รอ จนเวลาล่วงเลยมา 14 ปี กล้าพูดเลยนะคะว่าช่วง 7 ปีแรก เรามั่นใจมากว่าเราจะชนะ ถ้าเราจะเอาจริง ยังไงเขาก็เลือกเรา แต่เราก็แอบสงสารลูกเขา ที่ถ้าเราทำแบบนั้น เด็กก็จะกลายเป็นเด็กที่มีปัญหา เรามั่นใจเพราะเขารักเรามาก ทุกครั้งที่เจอกัน มันสุขใจมาก เจอกันเกือบทุกเดือน  เขาก็ออกมาหาเราได้ตลอด ในใจก็มั่นใจจริงๆนะคะว่า เราชนะเมียแก่ที่บ้านของเขาแน่นอน
พอเริ่มปีที่ 8 มา เราก็เริ่มอยากได้ความชัดเจน ในใจอยากให้เขามาอยู่กับเราแล้ว อยากเปิดตัว ลูกเขาก็โตแล้ว เมียเขาก็งานมั่นคงดูแลลูกได้ เขาแทบไม่ต้องห่วงอะไร พอเราถามเขาก็บ่ายเบี่ยง บอกรอลูกโต ตอนนั้นอายุเราก็ใกล้เลข 3 เราก็อยากได้ความชัดเจน แต่ก็รักเขา อดทน ต้องเป็นความสบายใจให้เขา เพราะเริ่มมีความคิดแล้วว่า อาจจะไม่ง่าย ที่เขาจะเลิกกับเมียมา แต่ต้องบอกเลยนะคะว่า เราสวยกว่าเมียเขามาก หุ่นดีกว่า เด็กกว่า เราว่าเราก็ได้เปรียบ แต่พอขาบ่ายเบี่ยงไม่เลิกสักที เราก็เริ่มมีความกังวล ไม่มั่นใจอยู่เหมือนกัน  อดทน เสียใจ น้อยใจ ก็ทำได้ไม่มาก อดทน เป็นช่วงเวลาที่มีทุกข์มากเลยค่ะ จากคิดว่าชนะแน่นอน อยู่สวยๆ ยังไงก็ชนะ เปลี่ยนมาเป็น ต้องพยายาม เพื่อจะชนะ แต่ก็คิดว่าเราได้เปรียบอยู่ สวยกว่า เด็กกว่า ดีกว่า ถ้าเราไม่ดีจริง เขาไม่รักเราจริง คงไม่มีเรามาเป็นสิบๆปี
จนมาถึงปีที่ 13 เราอึดอัดจนทนไม่ไหว อารมณ์ร้อน เลยทำให้เมียเขารู้เรื่ิองเราอีกครั้ง กะว่าแตกหักกันไปเลย เพราะเราก็ใกล้จะ 35 แล้ว สรุปรอบนั้นเขาก็มาโทษเราว่าเป็นเพราะเราทำให้เขาวุ่นวาย เขาเคยบอกแล้วว่าให้อยู่แบบนี้ไปก่อน รอก่อน เขาจะค่อยเคลียร์เอง อย่าให้เมียเขารู้ เราไปทำแบบนี้จะให้เมียเขาฟ้องได้  เขากับเราก็อาจตกงานได้ ต้องห่างกันสักพัก จากนั้นเขาก็ห่างๆกับเรา ไม่มาเจอ ไม่ค่อยทัก เราจะไปหาก็บอกว่าไม่สะดวกมาเจอ แต่เขากลับพาเมียเขาไปนั่นไปนี่ตลอด ใกล้ไกลไปได้หมด
จากเหตุการณ์นี้ลากยาวมา 8-9 เดือน เป็น 8-9 เดือนที่ทรมานมาก เขาไม่ใส่ใจเราเลย ไม่มาเจอ แม้เราจะบอกว่าเราไม่ไหว เขาขับรถมาหาเราได้นะแค่ 100 กว่ากิโล แต่เขาไม่ทำ เขากลับไปกับเมียพาเมียไปเยี่ยมน้องที่ต่างภาค ระยะทาง 500 กว่ากิโลได้  เราร้องไห้จนไม่รุ้จะร้องยังไง พอเราตัดสินใจ ไม่คุย ไม่ทัก เขาก็ไม่มักเราเหมือนกันค่ะ  

สรุปเลยว่า การที่เราเชื่อว่านี่คือรักแท้ เราคู่กัน ท้ายที่สุดเราจะได้อยุ่ด้วยกัน ทำเราเสียเวลาชีวิตไปเกือบ 15 ปี มันเสียเวลามาก สุดท้ายผู้ชายมันก็ไม่ยอมหย่า ไม่ยอมเลิก ปากบอกไม่รักเมีย เมียไม่สวย เมียไม่ดี แต่ก็ไม่เลิก  ได้แต่คำขอโทษว่าเขาไม่ดีพอ แล้วพาลมาโทษเราว่าที่เป๋นแบบนี้เพราะเราทำทั้งนั้น  

พอเราเลิกคุยตัดใจ มีคนดีๆ เข้ามาหาเรา เขาดีกับเรามาก เขาบอกว่าเขามองเรามาตลอด แต่เราไม่เปิดใจ เขาก็รอ มันทำให้เรากลับไปคิดว่า ที่ผ่านมาเรารออะไร เราเสียเวลากับอะไร ถ้าย้อนเวลาไปได้เราจะตัดใจให้เร็วกว่านี้ เราอาจจะได้เริ่มต้นใหม่เร็วกว่านี้ ได้สร้างครอบครัว สร้างอนาคต มีลูก

หากใครที่ไปเป็นเบอร์สอง ลองมาอ่านดูนะคะ อย่าไปเป็นที่สองของใครค่ะ คนดีๆ อาจรอเราอยู่ แต่เราต้องออกจากตรงนั้นมาก่อนค่ะ เลือกให้ดี ออกให้เร็ว ดูท่าทีแล้วเขาไม่ให้เราเป็นตัวจริง ถอยออกมาดีกว่าค่ะ

คิดว่าจะไม่เจอรักในวัย 35 กลับได้เจอรักที่อบอุ่น รู้งี้อยากย้อนเวลากลับไปเลิกตั้งแต่ 3 เดือนแรกเลยค่ะ 3 เดือนแรกที่รู้ว่าเขาหมั้น เสียเวลาจริงๆ

บทเรียนชีวิตค่ะ

คนใหม่ที่รู้จักกันมาสักพัก แต่เพิ่งคบกันจริงจัง 6 เดือน มีแพลนจะสร้างครอบครัวกันแล้วค่ะ  
รักที่ใช่ บางทีก็ไม่ต้องใช้เวลา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่