ข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและไต้หวัน ( its a chip !!)

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
วิดีโอนี้จาก Yahoo Finance อธิบายถึงความสำคัญของข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวัน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมชิปเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีสรุปประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:

ประเด็นสำคัญของข้อตกลงการค้า
* การลงทุนมหาศาล: บริษัทเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันจะลงทุนโดยตรงในสหรัฐฯ เป็นมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ [00:42]
* การค้ำประกันสินเชื่อ: รัฐบาลไต้หวันจะให้การค้ำประกันสินเชื่ออีกอย่างน้อย 2.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการลงทุนเพิ่มเติมจากภาคเอกชน [00:50]
* การลดภาษี: อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันมายังสหรัฐฯ จะลดลงเหลือ 15% [00:59]
* การนำเข้าชิป: บริษัทต่างๆ จะสามารถนำเข้าชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ได้มากขึ้นถึง 2.5 เท่าของกำลังการผลิตโรงงาน โดยไม่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 232 (Section 232 duties) [01:08]


ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมชิป
* บทบาทของ TSMC: TSMC ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างโรงงานผลิตชิป (Fabs) เพิ่มเติมในสหรัฐฯ รวมถึงการขยายงานด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) [01:23]
* ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน: เป้าหมายหลักคือการดึงฐานการผลิตกลับสู่สหรัฐฯ (Onshoring) เพื่อให้มั่นใจว่าสหรัฐฯ จะมีชิปใช้งานอย่างต่อเนื่อง หากเกิดความขัดแย้งระหว่างจีนและไต้หวัน [02:17]
* เน้นเทคโนโลยี AI: ข้อตกลงนี้มุ่งเน้นไปที่ขีดความสามารถในการผลิตชิปสำหรับ AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน [02:12]
มุมมองเชิงกลยุทธ์
* ผู้เชี่ยวชาญเปรียบเทียบว่า "ชิปคือ น้ำมันใหม่" (Chips are the new oil) หมายถึงเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อความมั่นคงของชาติพอๆ กับพลังงาน [04:20]
* แม้สหรัฐฯ อาจจะไม่ได้กลายเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดในโลกในเร็วๆ นี้ แต่ข้อตกลงนี้ช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะมีอุปทานชิปที่สม่ำเสมอภายในประเทศ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในระดับโลกก็ตาม [04:00]
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่