รางวัลชีวิตหรือพิษเศรษฐกิจ? เมื่อ "บุฟเฟต์อาทิตย์ละ 3 มื้อ" กับ "ทริปเยียวยาจิตใจ" เริ่มทำใจเราสั่นตอนเห็นยอดบัตรเครดิต

* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะ
กับดัก "ของมันต้องกิน"
เดี๋ยวนี้ร้านอาหารจัดโปรโมชั่นเก่งมากครับ ถ่ายรูปสวย แสงดี ยิ่งเห็นเพื่อนลงสตอรี่เรายิ่งอยากไป
ความจริงคือ: มื้อละ 700-800 บาท ถ้ากินอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เดือนหนึ่งเราเสียเงินไปเกือบหมื่นกับ "ความอร่อยแค่ 2 ชั่วโมง" ซึ่งนั่นคือเงินผ่อนรถหรือเงินเก็บก้อนใหญ่ได้เลยนะครับ

"ทริปฮีลใจ" แต่ทำไมกระเป๋าพัง?
เรามักจะให้ข้ออ้างกับตัวเองว่า "ไปพักผ่อนเพื่อกลับมาทำงาน" แต่เรากลับจองโรงแรมเกินงบ กินหรูเกินจริง จนต้องรูดบัตรเครดิตไปก่อน
สิ่งที่ตามมา: กลับมาทำงานวันจันทร์ด้วยความเครียดกว่าเดิม เพราะต้องหาเงินไปจ่ายค่าทริปที่เพิ่งไปมา กลายเป็นวงจรพักผ่อนที่ไม่ได้พักจริงๆ

วิธีมีความสุขแบบไม่สร้างหนี้:
ตั้งงบ "รางวัลชีวิต" เป็นรายเดือน: ให้รางวัลตัวเองได้ครับ แต่อย่าเกิน 10-15% ของเงินเดือน ถ้าใช้โควตาบุฟเฟต์หมดแล้ว อาทิตย์ที่เหลือต้องกินข้าวแกงให้ได้
เปลี่ยนจาก "กินหรู" เป็น "ทำกินเอง": ลองชวนเพื่อนหรือครอบครัวมาทำกินที่บ้านบ้างครับ สนุกเหมือนกัน ประหยัดกว่า และได้ใช้เวลาร่วมกันนานกว่าในร้านอาหารที่เขาจำกัดเวลาด้วย
เที่ยวแบบมีแผนเงินสด: ทริปไหนที่ต้องรูดบัตรเครดิตไปก่อนเพราะเงินไม่พอ "แปลว่าเรายังไม่พร้อมไป" ครับ ลองเก็บเงินให้ครบก่อนแล้วค่อยไป จะเที่ยวสนุกกว่าเยอะเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องบิลที่จะตามมา

"ความสุขที่แท้จริง ไม่ควรทิ้งภาระไว้ให้เราในวันพรุ่งนี้ครับ"
มีใครเคยเป็นสายเปย์ตัวเองจนเป๋าฉีกบ้างไหม? แล้วจัดการตัวเองยังไงให้ยังมีความสุขแต่เงินไม่หายหมด? มาแชร์ไอเดียกันหน่อยนะครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่