1. รถยกมือสองไม่ได้น่ากลัว ถ้ารู้ที่มา
รถยกจากญี่ปุ่นส่วนใหญ่
มีรอบการบำรุงรักษาชัดเจน
ใช้งานตามมาตรฐานโรงงาน
ไม่ถูกใช้งานเกินสเปก
หลายคันที่นำเข้ามา
สภาพโครงสร้าง เครื่องยนต์ หรือระบบไฟ
ยังดีกว่ารถใหม่ราคาถูกบางรุ่นด้วยซ้ำ
ปัญหามักจะเกิดเมื่อ
ไม่รู้ประวัติรถ
ไม่รู้ว่าผ่านงานแบบไหนมา
หรือเลือกเพียงเพราะ “ราคาถูก”
2. เลือกรถให้เหมาะกับงาน สำคัญกว่ายี่ห้อ
สิ่งที่เห็นบ่อยมากคือ
ซื้อรถ “ใหญ่เกินจำเป็น” หรือ “เล็กเกินงานจริง”
ตัวอย่างเช่น
งานยกพาเลทเบาๆ แต่ซื้อรถ 3 ตัน
โกดังเพดานต่ำ แต่เลือกเสาสูงเกิน
พื้นไม่เรียบ แต่ใช้รถไฟฟ้าเล็กๆ
ผลคือ
รถพังเร็ว
ค่าใช้จ่ายบาน
งานสะดุด
ก่อนเลือกซื้อ ควรดู:
น้ำหนักสินค้าจริง
ความสูงชั้นวาง
พื้นที่กลับรถ
ชั่วโมงการใช้งานต่อวัน
3. มือสองจะดี ต้องมีคนดูแลต่อได้
รถยกไม่ใช่ของที่ซื้อแล้วจบ
สิ่งที่ควรคิดต่อคือ
ถ้าเสีย ใครดูแล
อะไหล่หาง่ายไหม
มีคนให้คำปรึกษาหรือไม่
หลายโรงงานเจอปัญหา
ซื้อรถราคาดี แต่พอมีปัญหา
ไม่มีใครรับผิดชอบ หรือซ่อมไม่ตรงจุด
ตรงนี้เป็นเหตุผลที่บางที่
ยอมจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อย
เพื่อความสบายใจระยะยาว
รถยกญี่ปุ่นมือสอง ดีจริงไหม และควรดูอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ
* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะรถยกจากญี่ปุ่นส่วนใหญ่
มีรอบการบำรุงรักษาชัดเจน
ใช้งานตามมาตรฐานโรงงาน
ไม่ถูกใช้งานเกินสเปก
หลายคันที่นำเข้ามา
สภาพโครงสร้าง เครื่องยนต์ หรือระบบไฟ
ยังดีกว่ารถใหม่ราคาถูกบางรุ่นด้วยซ้ำ
ปัญหามักจะเกิดเมื่อ
ไม่รู้ประวัติรถ
ไม่รู้ว่าผ่านงานแบบไหนมา
หรือเลือกเพียงเพราะ “ราคาถูก”
2. เลือกรถให้เหมาะกับงาน สำคัญกว่ายี่ห้อ
สิ่งที่เห็นบ่อยมากคือ
ซื้อรถ “ใหญ่เกินจำเป็น” หรือ “เล็กเกินงานจริง”
ตัวอย่างเช่น
งานยกพาเลทเบาๆ แต่ซื้อรถ 3 ตัน
โกดังเพดานต่ำ แต่เลือกเสาสูงเกิน
พื้นไม่เรียบ แต่ใช้รถไฟฟ้าเล็กๆ
ผลคือ
รถพังเร็ว
ค่าใช้จ่ายบาน
งานสะดุด
ก่อนเลือกซื้อ ควรดู:
น้ำหนักสินค้าจริง
ความสูงชั้นวาง
พื้นที่กลับรถ
ชั่วโมงการใช้งานต่อวัน
3. มือสองจะดี ต้องมีคนดูแลต่อได้
รถยกไม่ใช่ของที่ซื้อแล้วจบ
สิ่งที่ควรคิดต่อคือ
ถ้าเสีย ใครดูแล
อะไหล่หาง่ายไหม
มีคนให้คำปรึกษาหรือไม่
หลายโรงงานเจอปัญหา
ซื้อรถราคาดี แต่พอมีปัญหา
ไม่มีใครรับผิดชอบ หรือซ่อมไม่ตรงจุด
ตรงนี้เป็นเหตุผลที่บางที่
ยอมจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อย
เพื่อความสบายใจระยะยาว