#ผมมีพ่อเป็นขี้เมา
พวกท่านจะให้ผมฆ่าพ่อหรือไร..?
"ในแต่ละปี หลวงพ่อชาจะพาคณะสงฆ์
ไปกราบคารวะทำวัตรขอขมาพระครูอินทรสารคุณ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อชา สุภัทโท ที่วัดบ้านบุ่งหวาย เพื่อเป็นการรักษาอุปัชฌายวัตร อันเป็นหน้าที่ตามพระวินัย ทั้งยังเป็นการแสดงความกตัญญูต่อพระอุปัชฌาย์ที่เริ่มชราภาพมากขึ้นพระอุปัชฌาย์ของท่านเป็นผู้ไม่ค่อยสำรวมในพระธรรมวินัย มักผ่อนปรนทั้งในเรื่องอาบัติกลาง และอาบัติเล็กน้อย เป็นผู้ไม่ใจกว้าง ส่งผลให้ท่านต้องอยู่รูปเดียวโดยไม่มีศิษย์อยู่ดูแล
หลวงพ่อชาได้นิมนต์ท่านให้มาพำนักที่วัดหนองป่าพง โดยจะยกเว้นข้อวัตรให้เป็นพิเศษ เพื่อจะได้อุปัฏฐากดูแลอย่างใกล้ชิด แต่พระอุปัชฌาย์ท่านไม่สะดวก ที่จะมาอยู่พำนักประจำ หลวงพ่อชาจึงส่งพระเณรไปคอยดูแลอุปัฏฐากท่านที่วัดบ้านบุ่งหวายเสมอ
เมื่อครั้งที่พระอาจารย์สุเมโธมาสร้างวัดป่านานาชาติที่บ้านบุ่งหวายใหม่ๆ หลวงพ่อชาได้พูดกับท่านว่า“สุเมโธ ฝากดูแลพระอุปัชฌาย์ของเราด้วยนะ”
พระอาจารย์สุเมโธมาช่วยรับหน้าที่เอาใจใส่ดูแล และพยาบาลพระเถระผู้ใหญ่ที่มีอายุ เช่น ทำความสะอาดกุฏิ ปัดกวาดเช็ดถูเสนาสนะ เตรียมที่นอน ซักผ้า เตรียมน้ำดื่ม น้ำใช้ รับประเคนอาหารจัดเครื่องใช้ไม้สอย ต้มน้ำถวายเพื่อสรงน้ำ และได้ถือเป็นข้อวัตรปฏิบัติเรื่อยมาไม่เคยขาด
“เมื่อเราไปอยู่ที่วัดหนองป่าพงปีแรก
หลวงพ่อชาได้พาเราเดินไปบ้านบุ่งหวาย เพื่อกราบพระอุปัชฌาย์เป็นประจำ หลวงพ่อชาท่านก็ทำหน้าที่ความเป็นลูกศิษย์ของพระอุปัชฌาย์ที่ดีงาม และเป็นแบบอย่าง
เมื่อเราไปตั้งวัดนานาชาติ หลวงพ่อชา ก็แนะนำเราให้ไปอุปัฏฐากพระอุปัชฌาย์ ของท่านอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อไปทำความสะอาดวัดไปช่วยดูแลอุปัฏฐากองค์ท่าน หลวงพ่อชาคอยเป็นห่วงอุปัชฌาย์เสมอว่า จะอยู่อย่างไร ท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน คือให้ความเคารพนับถือ มีความกตัญญูกตเวที ต่อพระอุปัชฌาย์ พระอุปัชฌาย์จะเป็นอย่างไร ถือวินัยดี หรือไม่ดีก็ไม่ได้สนใจ หลวงพ่อชาก็ทำหน้าที่สัทธิวิหาริกที่ดี”
ครั้งหนึ่ง...
ในที่ประชุมสงฆ์ประจำปีที่วัดหนองป่าพง
พระเถระรูปหนึ่งได้แสดงความเห็นว่า...“พระวัดบ้าน ย่อหย่อนต่อพระธรรม พระวินัย รับเงินรับทอง มีศีลไม่เสมอกัน มีทิฏฐิไม่เสมอกัน มีศีลาจารวัตรไม่เสมอกัน พระวัดหนองป่าพงและวัดในสาขาจะไม่ร่วมทำสังฆกรรมใดๆ ไม่ว่าพระรูปนั้นจะเป็นใคร ก็ตาม ขอให้ถือเป็นข้อวัตรปฏิบัติสืบไป ไม่สมควรที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องแม้แต่ให้การอุปัฏฐาก เพราะอาจทำ
ให้เราตกเป็นอาบัติไปด้วย.”
หลวงพ่อชาท่านนั่งฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
แล้วกล่าวเชิงเปรียบเทียบขึ้นท่ามกลางหมู่สงฆ์ ด้วยสำเนียงปนเศร้าว่า...
“ผมมีพ่อเป็นขี้เมา พวกท่านจะให้ผมฆ่าพ่อหรือไร พวกท่านโชคดี ที่มีพ่อไม่ใช่ขี้เมา ออกมาปฏิบัติก็เจออาจารย์ดี ส่วนผมนอกจากจะมีพ่อขี้เมาแล้ว ก็ยังต้องดั้นด้นปฏิบัติเอาเอง จนพอรู้ทางแล้ว จึงได้โอกาสพบครูบาอาจารย์ พอได้แนวทางของสัมมาทิฏฐิมาบ้าง ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากจะมีครูบาอาจารย์ดีอย่างพวกท่านนะ แต่เป็นเพราะว่า...ผมไม่มีทางเลือก.”
หลังหลวงพ่อชากล่าวจบ ก็ไม่มีพระรูปใดแสดงความคิดเห็นอื่นอีก ทุกรูปต่างซาบซึ้งใน
ความกตัญญูกตเวทีของท่านจนสะเทือนใจกันไปทั่ว เมื่อได้ยินหลวงพ่อพูดเช่นนั้น จากนั้น...
ก็ไม่มีพระรูปใดหยิบยกเอาประเด็นดังกล่าวมาพูด หรือนำเสนออีกเลย
*อุปัชฌายวัตร คือธรรมเนียมหรือข้อปฏิบัติ
ที่สัทธิวิหาริก (ศิษย์) พึงกระทำต่ออุปัชฌาย์ของตน หน้าที่ต่ออุปัชฌาย์โดยย่อคือ เอาใจใส่ปรนนิบัติรับใช้ คอยศึกษาเล่าเรียนจากท่าน ขวนขวาย ป้องกัน หรือระงับ ความเสื่อมเสีย เช่นความคิดจะสึก ความเห็นผิด เป็นต้น รักษาน้ำใจของท่าน มีความเคารพ จะไปไหน บอกลา ไม่เที่ยวตามอำเภอใจ และเอาใจใส่พยาบาลเมื่อท่านอาพาธ..ฯ|.
• คัดลอกมาจากหนังสือ "ธรรมปรากฏ" ;
หน้า ๑๗๒ - ๑๗๔
ผมมีพ่อขี้เมาพวกท่านจะให้ผมฆ่าพ่อหรือ
พวกท่านจะให้ผมฆ่าพ่อหรือไร..?
"ในแต่ละปี หลวงพ่อชาจะพาคณะสงฆ์
ไปกราบคารวะทำวัตรขอขมาพระครูอินทรสารคุณ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อชา สุภัทโท ที่วัดบ้านบุ่งหวาย เพื่อเป็นการรักษาอุปัชฌายวัตร อันเป็นหน้าที่ตามพระวินัย ทั้งยังเป็นการแสดงความกตัญญูต่อพระอุปัชฌาย์ที่เริ่มชราภาพมากขึ้นพระอุปัชฌาย์ของท่านเป็นผู้ไม่ค่อยสำรวมในพระธรรมวินัย มักผ่อนปรนทั้งในเรื่องอาบัติกลาง และอาบัติเล็กน้อย เป็นผู้ไม่ใจกว้าง ส่งผลให้ท่านต้องอยู่รูปเดียวโดยไม่มีศิษย์อยู่ดูแล
หลวงพ่อชาได้นิมนต์ท่านให้มาพำนักที่วัดหนองป่าพง โดยจะยกเว้นข้อวัตรให้เป็นพิเศษ เพื่อจะได้อุปัฏฐากดูแลอย่างใกล้ชิด แต่พระอุปัชฌาย์ท่านไม่สะดวก ที่จะมาอยู่พำนักประจำ หลวงพ่อชาจึงส่งพระเณรไปคอยดูแลอุปัฏฐากท่านที่วัดบ้านบุ่งหวายเสมอ
เมื่อครั้งที่พระอาจารย์สุเมโธมาสร้างวัดป่านานาชาติที่บ้านบุ่งหวายใหม่ๆ หลวงพ่อชาได้พูดกับท่านว่า“สุเมโธ ฝากดูแลพระอุปัชฌาย์ของเราด้วยนะ”
พระอาจารย์สุเมโธมาช่วยรับหน้าที่เอาใจใส่ดูแล และพยาบาลพระเถระผู้ใหญ่ที่มีอายุ เช่น ทำความสะอาดกุฏิ ปัดกวาดเช็ดถูเสนาสนะ เตรียมที่นอน ซักผ้า เตรียมน้ำดื่ม น้ำใช้ รับประเคนอาหารจัดเครื่องใช้ไม้สอย ต้มน้ำถวายเพื่อสรงน้ำ และได้ถือเป็นข้อวัตรปฏิบัติเรื่อยมาไม่เคยขาด
“เมื่อเราไปอยู่ที่วัดหนองป่าพงปีแรก
หลวงพ่อชาได้พาเราเดินไปบ้านบุ่งหวาย เพื่อกราบพระอุปัชฌาย์เป็นประจำ หลวงพ่อชาท่านก็ทำหน้าที่ความเป็นลูกศิษย์ของพระอุปัชฌาย์ที่ดีงาม และเป็นแบบอย่าง
เมื่อเราไปตั้งวัดนานาชาติ หลวงพ่อชา ก็แนะนำเราให้ไปอุปัฏฐากพระอุปัชฌาย์ ของท่านอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อไปทำความสะอาดวัดไปช่วยดูแลอุปัฏฐากองค์ท่าน หลวงพ่อชาคอยเป็นห่วงอุปัชฌาย์เสมอว่า จะอยู่อย่างไร ท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน คือให้ความเคารพนับถือ มีความกตัญญูกตเวที ต่อพระอุปัชฌาย์ พระอุปัชฌาย์จะเป็นอย่างไร ถือวินัยดี หรือไม่ดีก็ไม่ได้สนใจ หลวงพ่อชาก็ทำหน้าที่สัทธิวิหาริกที่ดี”
ครั้งหนึ่ง...
ในที่ประชุมสงฆ์ประจำปีที่วัดหนองป่าพง
พระเถระรูปหนึ่งได้แสดงความเห็นว่า...“พระวัดบ้าน ย่อหย่อนต่อพระธรรม พระวินัย รับเงินรับทอง มีศีลไม่เสมอกัน มีทิฏฐิไม่เสมอกัน มีศีลาจารวัตรไม่เสมอกัน พระวัดหนองป่าพงและวัดในสาขาจะไม่ร่วมทำสังฆกรรมใดๆ ไม่ว่าพระรูปนั้นจะเป็นใคร ก็ตาม ขอให้ถือเป็นข้อวัตรปฏิบัติสืบไป ไม่สมควรที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องแม้แต่ให้การอุปัฏฐาก เพราะอาจทำ
ให้เราตกเป็นอาบัติไปด้วย.”
หลวงพ่อชาท่านนั่งฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
แล้วกล่าวเชิงเปรียบเทียบขึ้นท่ามกลางหมู่สงฆ์ ด้วยสำเนียงปนเศร้าว่า...
“ผมมีพ่อเป็นขี้เมา พวกท่านจะให้ผมฆ่าพ่อหรือไร พวกท่านโชคดี ที่มีพ่อไม่ใช่ขี้เมา ออกมาปฏิบัติก็เจออาจารย์ดี ส่วนผมนอกจากจะมีพ่อขี้เมาแล้ว ก็ยังต้องดั้นด้นปฏิบัติเอาเอง จนพอรู้ทางแล้ว จึงได้โอกาสพบครูบาอาจารย์ พอได้แนวทางของสัมมาทิฏฐิมาบ้าง ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากจะมีครูบาอาจารย์ดีอย่างพวกท่านนะ แต่เป็นเพราะว่า...ผมไม่มีทางเลือก.”
หลังหลวงพ่อชากล่าวจบ ก็ไม่มีพระรูปใดแสดงความคิดเห็นอื่นอีก ทุกรูปต่างซาบซึ้งใน
ความกตัญญูกตเวทีของท่านจนสะเทือนใจกันไปทั่ว เมื่อได้ยินหลวงพ่อพูดเช่นนั้น จากนั้น...
ก็ไม่มีพระรูปใดหยิบยกเอาประเด็นดังกล่าวมาพูด หรือนำเสนออีกเลย
*อุปัชฌายวัตร คือธรรมเนียมหรือข้อปฏิบัติ
ที่สัทธิวิหาริก (ศิษย์) พึงกระทำต่ออุปัชฌาย์ของตน หน้าที่ต่ออุปัชฌาย์โดยย่อคือ เอาใจใส่ปรนนิบัติรับใช้ คอยศึกษาเล่าเรียนจากท่าน ขวนขวาย ป้องกัน หรือระงับ ความเสื่อมเสีย เช่นความคิดจะสึก ความเห็นผิด เป็นต้น รักษาน้ำใจของท่าน มีความเคารพ จะไปไหน บอกลา ไม่เที่ยวตามอำเภอใจ และเอาใจใส่พยาบาลเมื่อท่านอาพาธ..ฯ|.
• คัดลอกมาจากหนังสือ "ธรรมปรากฏ" ;
หน้า ๑๗๒ - ๑๗๔