เอไอชี้ชัด! ยูเลี่ยน นาเกิ้ลส์มันน์ คือกุนซือที่ตอบโจทย์การกอบกู้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากที่สุดในเวลานี้ แม้ปัจจุบัน "ปีศาจแดง" จะมอบหมายให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค ขัดตาทัพไปจนจบซีซั่น แต่การมองหาเฮดโค้ชระดับโลกมารับงานถาวรยังคงเป็นภารกิจหลักของบอร์ดบริหาร และนี่คือ 4 เหตุผลสำคัญที่ทำให้กุนซือวัย 38 ปีรายนี้โดดเด่นเหนือแคนดิเดตทุกคนครับ 🔴🧠
📌 1. คล็อปป์ การันตี
เอ่ยชื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ นี่คือกุนซือที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งในลีกเมืองผู้ดีเนื่องจากอดีตโค้ชชาวเมืองเบียร์พาทีม ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์รายการใหญ่ได้ทั้ง พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก
ในวัย 38 ปี นาเกิ้ลส์มันน์ ได้รับการยกย่องจาก คล็อปป์ กุนซือร่วมชาติว่าเป็นโค้ชที่มีความสามารถสูงเมื่อครั้งที่ทั้งคู่ดวลกันในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟปี 2017
แม้ในคราวนั้น ลิเวอร์พูล จะพิชิต ฮอฟเฟ่นไฮม์ ได้ไม่ยากด้วยสกอร์รวม 6-3 แต่ คล็อปป์ สรรเสริญ นาเกิ้ลส์มันน์ ซึ่งมีอายุแค่ 29 ปีในขณะนั่นอย่างเลิศเลอ
"เขาเป็นโค้ชที่มีความสามารถสูง เราไม่รู้จักกันมากนัก แต่ผมเฝ้าดูเขาเพราะผมชอบฟุตบอลที่ดี เขาไม่ได้เป็นคนเดียว แต่เขาเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับกุนซือหนุ่มในเยอรมนี" กุนซือ เร้ด แมชีน ในเวลานั้นเอ่ย
📌 2. จับงานชิ้นใหญ่มากพอแล้ว
หลังอำลา โฮฟเฟ่นไฮม์ นาเกิ้ลส์มันน์ ได้คุมทีม แอร์เบ ไลป์ซิก ต่อด้วย บาเยิร์น มิวนิค และล่าสุดกับทีมชาติเยอรมนี
ทั้งๆที่มีอายุไม่ถึง 40 ปี แต่เส้นทางการทำงานโค้ชของเขาน่าทึ่งอย่างยิ่งจากการจับงานชิ้นโตทั้งระดับสโมสรและทีมชาติซึ่งเท่ากับว่าเขามีประสบการณ์สูงไม่แพ้โค้ชจอมเก๋า
นอกจากนี้ เป็นที่รู้ดีว่าการคุมทีม บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์อันดับหนึ่งของประเทศก่อนเลื่อนระดับขึ้นมาเป็นกุนซือทีม อินทรีเหล็ก ไม่ใช่เรื่องง่ายซึ่งต้องหมายความว่า นาเกิ้ลส์มันน์ แบกรับความกดดันได้อย่างวิเศษ
ไม่เพียงเท่านั้น ความท้าทายที่สำคัญที่สุดคือทั้งๆที่ไม่เคยค้าแข้งระดับอาชีพ แต่เขาได้รับความเคารพจากลูกทีมระดับบิ๊กเนมซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการจับงานคุมทีมระดับท็อปที่เต็มไปด้วยสตาร์ดัง
📌 3. พลิกฟื้น ฮอฟเฟ่นไฮม์ เหลือเชื่อ
ตอนที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโค้ชของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในเดือนก.พ.2016 สโมสรรั้งอันดับ 17 ของ บุนเดสลีกา และกุนซือหนุ่มฉายแววได้สวยตั้งแต่แรกด้วยการพาทีมหนีตายได้แบบเฉียดฉิวจากการจบอันดับ 15 เหนือกว่า ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ทีมอันดับ 16 ที่ต้องเตะเพลย์ออฟหนีตายแค่แต้มเดียวเท่านั้น
จากนั้น สิ่งที่น่าทึ่งอย่างแรงคือซีซั่นต่อมา นาเกิ้ลส์มันน์ ประกาศศักดาพาทีมที่รอดตายจบอันดับสี่ของ บุนเดสลีกา คว้าสิทธิ์เตะรอบเพลย์ออฟถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างยอดเยี่ยม
นี่เองที่ทำให้เขาเหมาะแก่การเข้ามากอบกู้ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งจนป่านนี้แล้วยังไม่มีกุนซือคนไหนประสบความสำเร็จในการพาสโมสรยักษ์ของเมืองผู้ดีกลับไปเป็นทีมระดับท็อปอีกคำรบ
📌 4.แท็คติกที่ยืดหยุ่น
ช่วงที่ อโมริม ล้มเหลวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาถูกเหล่ากูรูวิจารณ์ว่าไม่มีความยืดหยุ่นในเรื่องแผนการเล่นเนื่องจากเน้นคุมทีมลงสนามในระบบหลังสามซึ่งชัดเจนมาตั้งแต่แรกว่าไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย
หลังตกที่นั่งลำบาก กุนซือโปรตุกีสเหมือนจะตาสว่าง และยอมกลืนน้ำลายปรับให้ทีมเล่นในระบบแบ็คโฟร์สร้างความแฮปปี้ให้กับแฟนบอล แต่ไม่ทันไรเขาก็หวนไปใช้แนวทาง 3-4-3 อีกตามเคย
สำหรับ นาเกิ้ลส์มันน์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นจอมแท็คติก เขาพร้อมคุมทีมลงบู๊ทั้งรูปแบบหลังสามหรือแบ็คโฟร์ขึ้นอยู่กับว่าทีมต้องการบรรลุเป้าหมายแบบไหน และต้องเจอกับคู่แข่งรายไหน
ฉะนั้นแล้ว กุนซืออย่าง นาเกิ้ลส์มันน์ จึงไม่ได้ยึดติดกับระบบที่ตายตัว และพร้อมปรับเปลี่ยนตามจุดแข็งของนักเตะที่เขามีให้เลือกใช้งาน
#แมนยู #ยูเลี่ยนนาเกิ้ลส์มันน์ #พรีเมียร์ลีก #ปีศาจแดง #SIAMSPORT
ที่มา
https://www.facebook.com/100064867590515/posts/pfbid02LhAaTfSmX358WW5vUmCxcV9nV8qCSLxTEVKGk2nJ8D9EvNoBahD4RdK5kB1NsS5l/?app=fbl
โครตฮา! แมนยูเลือกกุนซือจากAi คนที่ถูกลิเวอร์พูลยิง6-3
📌 1. คล็อปป์ การันตี
เอ่ยชื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ นี่คือกุนซือที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งในลีกเมืองผู้ดีเนื่องจากอดีตโค้ชชาวเมืองเบียร์พาทีม ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์รายการใหญ่ได้ทั้ง พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก
ในวัย 38 ปี นาเกิ้ลส์มันน์ ได้รับการยกย่องจาก คล็อปป์ กุนซือร่วมชาติว่าเป็นโค้ชที่มีความสามารถสูงเมื่อครั้งที่ทั้งคู่ดวลกันในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟปี 2017
แม้ในคราวนั้น ลิเวอร์พูล จะพิชิต ฮอฟเฟ่นไฮม์ ได้ไม่ยากด้วยสกอร์รวม 6-3 แต่ คล็อปป์ สรรเสริญ นาเกิ้ลส์มันน์ ซึ่งมีอายุแค่ 29 ปีในขณะนั่นอย่างเลิศเลอ
"เขาเป็นโค้ชที่มีความสามารถสูง เราไม่รู้จักกันมากนัก แต่ผมเฝ้าดูเขาเพราะผมชอบฟุตบอลที่ดี เขาไม่ได้เป็นคนเดียว แต่เขาเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับกุนซือหนุ่มในเยอรมนี" กุนซือ เร้ด แมชีน ในเวลานั้นเอ่ย
📌 2. จับงานชิ้นใหญ่มากพอแล้ว
หลังอำลา โฮฟเฟ่นไฮม์ นาเกิ้ลส์มันน์ ได้คุมทีม แอร์เบ ไลป์ซิก ต่อด้วย บาเยิร์น มิวนิค และล่าสุดกับทีมชาติเยอรมนี
ทั้งๆที่มีอายุไม่ถึง 40 ปี แต่เส้นทางการทำงานโค้ชของเขาน่าทึ่งอย่างยิ่งจากการจับงานชิ้นโตทั้งระดับสโมสรและทีมชาติซึ่งเท่ากับว่าเขามีประสบการณ์สูงไม่แพ้โค้ชจอมเก๋า
นอกจากนี้ เป็นที่รู้ดีว่าการคุมทีม บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์อันดับหนึ่งของประเทศก่อนเลื่อนระดับขึ้นมาเป็นกุนซือทีม อินทรีเหล็ก ไม่ใช่เรื่องง่ายซึ่งต้องหมายความว่า นาเกิ้ลส์มันน์ แบกรับความกดดันได้อย่างวิเศษ
ไม่เพียงเท่านั้น ความท้าทายที่สำคัญที่สุดคือทั้งๆที่ไม่เคยค้าแข้งระดับอาชีพ แต่เขาได้รับความเคารพจากลูกทีมระดับบิ๊กเนมซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการจับงานคุมทีมระดับท็อปที่เต็มไปด้วยสตาร์ดัง
📌 3. พลิกฟื้น ฮอฟเฟ่นไฮม์ เหลือเชื่อ
ตอนที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโค้ชของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในเดือนก.พ.2016 สโมสรรั้งอันดับ 17 ของ บุนเดสลีกา และกุนซือหนุ่มฉายแววได้สวยตั้งแต่แรกด้วยการพาทีมหนีตายได้แบบเฉียดฉิวจากการจบอันดับ 15 เหนือกว่า ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ทีมอันดับ 16 ที่ต้องเตะเพลย์ออฟหนีตายแค่แต้มเดียวเท่านั้น
จากนั้น สิ่งที่น่าทึ่งอย่างแรงคือซีซั่นต่อมา นาเกิ้ลส์มันน์ ประกาศศักดาพาทีมที่รอดตายจบอันดับสี่ของ บุนเดสลีกา คว้าสิทธิ์เตะรอบเพลย์ออฟถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างยอดเยี่ยม
นี่เองที่ทำให้เขาเหมาะแก่การเข้ามากอบกู้ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งจนป่านนี้แล้วยังไม่มีกุนซือคนไหนประสบความสำเร็จในการพาสโมสรยักษ์ของเมืองผู้ดีกลับไปเป็นทีมระดับท็อปอีกคำรบ
📌 4.แท็คติกที่ยืดหยุ่น
ช่วงที่ อโมริม ล้มเหลวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาถูกเหล่ากูรูวิจารณ์ว่าไม่มีความยืดหยุ่นในเรื่องแผนการเล่นเนื่องจากเน้นคุมทีมลงสนามในระบบหลังสามซึ่งชัดเจนมาตั้งแต่แรกว่าไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย
หลังตกที่นั่งลำบาก กุนซือโปรตุกีสเหมือนจะตาสว่าง และยอมกลืนน้ำลายปรับให้ทีมเล่นในระบบแบ็คโฟร์สร้างความแฮปปี้ให้กับแฟนบอล แต่ไม่ทันไรเขาก็หวนไปใช้แนวทาง 3-4-3 อีกตามเคย
สำหรับ นาเกิ้ลส์มันน์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นจอมแท็คติก เขาพร้อมคุมทีมลงบู๊ทั้งรูปแบบหลังสามหรือแบ็คโฟร์ขึ้นอยู่กับว่าทีมต้องการบรรลุเป้าหมายแบบไหน และต้องเจอกับคู่แข่งรายไหน
ฉะนั้นแล้ว กุนซืออย่าง นาเกิ้ลส์มันน์ จึงไม่ได้ยึดติดกับระบบที่ตายตัว และพร้อมปรับเปลี่ยนตามจุดแข็งของนักเตะที่เขามีให้เลือกใช้งาน
#แมนยู #ยูเลี่ยนนาเกิ้ลส์มันน์ #พรีเมียร์ลีก #ปีศาจแดง #SIAMSPORT
ที่มา
https://www.facebook.com/100064867590515/posts/pfbid02LhAaTfSmX358WW5vUmCxcV9nV8qCSLxTEVKGk2nJ8D9EvNoBahD4RdK5kB1NsS5l/?app=fbl