พามายั่วน้ำลายสายชอป ของดีที่ไม่จกตา^^
ใครกำลังมองหา IPL แบบ home use ที่ปลอดภัย คุณภาพดี ลองให้ Panasonic เป็นทางเลือกดูค่ะ
Panasonic ญี่ปุ่นเพิ่งออกรุ่น IPL ใหม่ 2 รุ่น คือ
ES-WP9B กับ
ES-WG0B
ที่ญี่ปุ่น เปิดตัวอลังการฉ่ำมาก ตกแต่งหน้าร้านก็จัดจ้าน เราเลยไม่รอช้าที่จะพุ่งเข้าไปสำรวจ ไปช่วยใส่ใจมาให้เพื่อนๆ
เราลองช่วยหาข้อมูลมาแล้วเหมือนแนวทางจะต่างกันพอสมควร
ตัวนึงเน้นผิวสวย อีกตัวเน้นพลังแรง + ระบบทำความเย็น แต่ทั้งสองตัวยังได้ผลดีในด้านกำจัดขนอยู่ค่ะ
จากที่ดูสเปคคร่าว ๆ
ES-WP9B จะเด่นเรื่องผิวใส + กำจัดขนแบบใช้ง่ายเร็ว
ES-WG0B จะเด่นเรื่องพลังแรงและมีระบบทำความเย็น
ทั้งสองรุ่นสามารถเสียบไฟไทยได้ปกติ รองรับไฟไทยแบบสบายๆ
อันนี้เป็นตารางที่พยายามสรุปมาให้ดูกันง่ายๆ
ลองดูแนวทางการเลือก หากใครกำลังตัดสินใจค่ะ
เลือก ES-WP9B ถ้า
อยากให้
ทั้งกำจัดขนและดูแลผิว ไม่ใจร้อน เป็นคนขนไม่แข็ง หนา ตอ ดำ มาก
ต้องการความสะดวกเร็วในระหว่างฉายลำแสง เพราะแสงไวมาก และอยากได้ Spot Care สำหรับบริเวณรูขุมขนกว้างมากๆ
ไม่เน้นพลังแรงมากที่สุด แต่ยังได้ผลดีสำหรับขนทั่วไป
พกพาสะดวก ไม่หนักเทอะทะ เคลื่อนย้ายง่าย
เลือก ES-WG0B ถ้า
มีขน
หนามากหรือส่วนที่กำจัดยาก (เช่น หนวดแข็ง บิกินี่)
ต้องการให้เครื่อง
พลังสูงๆ ไม่เน้นไวตอนฉายรังสี ขี้กลัว กลัวร้อน กลัวเจ็บ มีงบประมาณ เงินถึง
เครื่องหนัก อุปกณ์เยอะกว่า ไม่แนะนำให้เคลื่อนย้ายบ่อย แต่ในแพคเกจมีกระเป๋าเก็บอย่างดีมาให้
สรุปคร่าว ๆ
ES-WP9B จะเป็นสาย
กำจัดขน + ดูแลผิว เน้นผิวเรียบเนียน ดูใส ใช้งานเร็ว เหมาะกับการดูแลทั่วตัว
ES-WG0B จะเป็นสาย
พลังแรง มีระบบทำความเย็น เหมาะกับบริเวณที่ขนหนา หรือคนที่กังวลเรื่องเจ็บ
ส่วนตัวคิดว่าถ้าเป็นสาวๆ ใช้งานทั่วไป แขน ขา ใต้วงแขน ก็อาจจะเป็นรุ่น wp 9b เพราะราคาถูกกว่าด้วย
แต่ถ้าสาวๆ จะแบ่งใช้กับ แฟน หรือคนอื่นๆที่บ้าน ระบบ Cooling ของรุ่น WG0B ก็แอบน่าสน
ใครลังเลสองรุ่นนี้ ก็คิดหนักหน่อย มันดีงามและน่าใช้ทั้งคู่ ไม่มีจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ ต้องซื้อญี่ปุ่นอย่างเดียว
ที่เค้าเตอร์ตามห้างจะมีตัวโชว์ให้ลอง สรุปให้เลยว่า ดีงาม ไม่เจ็บ ไม่แสบ ไม่ระคายเคืองทั้งสองรุ่น
ใดๆ IPL Panasonic ยังมีให้เลือกอีกหลายรุ่นแล้วแต่งบประมาณ
ใครมีงบและเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาก็มีสองรุ่นนี้ที่อยากให้ลองดู
ส่วนรุ่นรองๆก็ยังมี ราคาถูกกว่า 2-3 เท่า โดยประมาณ
IPL Panasonic รุ่นใหม่จากญี่ปุ่น ES-WP9B vs ES-WG0B สายผิวสวย กับสายพลังแรง เลือกแบบไหนดี
พามายั่วน้ำลายสายชอป ของดีที่ไม่จกตา^^
ใครกำลังมองหา IPL แบบ home use ที่ปลอดภัย คุณภาพดี ลองให้ Panasonic เป็นทางเลือกดูค่ะ
Panasonic ญี่ปุ่นเพิ่งออกรุ่น IPL ใหม่ 2 รุ่น คือ ES-WP9B กับ ES-WG0B
ที่ญี่ปุ่น เปิดตัวอลังการฉ่ำมาก ตกแต่งหน้าร้านก็จัดจ้าน เราเลยไม่รอช้าที่จะพุ่งเข้าไปสำรวจ ไปช่วยใส่ใจมาให้เพื่อนๆ
เราลองช่วยหาข้อมูลมาแล้วเหมือนแนวทางจะต่างกันพอสมควร
ตัวนึงเน้นผิวสวย อีกตัวเน้นพลังแรง + ระบบทำความเย็น แต่ทั้งสองตัวยังได้ผลดีในด้านกำจัดขนอยู่ค่ะ
จากที่ดูสเปคคร่าว ๆ
ES-WP9B จะเด่นเรื่องผิวใส + กำจัดขนแบบใช้ง่ายเร็ว
ES-WG0B จะเด่นเรื่องพลังแรงและมีระบบทำความเย็น
ทั้งสองรุ่นสามารถเสียบไฟไทยได้ปกติ รองรับไฟไทยแบบสบายๆ
อันนี้เป็นตารางที่พยายามสรุปมาให้ดูกันง่ายๆ
ลองดูแนวทางการเลือก หากใครกำลังตัดสินใจค่ะ
เลือก ES-WP9B ถ้า
อยากให้ ทั้งกำจัดขนและดูแลผิว ไม่ใจร้อน เป็นคนขนไม่แข็ง หนา ตอ ดำ มาก
ต้องการความสะดวกเร็วในระหว่างฉายลำแสง เพราะแสงไวมาก และอยากได้ Spot Care สำหรับบริเวณรูขุมขนกว้างมากๆ
ไม่เน้นพลังแรงมากที่สุด แต่ยังได้ผลดีสำหรับขนทั่วไป
พกพาสะดวก ไม่หนักเทอะทะ เคลื่อนย้ายง่าย
เลือก ES-WG0B ถ้า
มีขน หนามากหรือส่วนที่กำจัดยาก (เช่น หนวดแข็ง บิกินี่)
ต้องการให้เครื่อง พลังสูงๆ ไม่เน้นไวตอนฉายรังสี ขี้กลัว กลัวร้อน กลัวเจ็บ มีงบประมาณ เงินถึง
เครื่องหนัก อุปกณ์เยอะกว่า ไม่แนะนำให้เคลื่อนย้ายบ่อย แต่ในแพคเกจมีกระเป๋าเก็บอย่างดีมาให้
สรุปคร่าว ๆ
ES-WP9B จะเป็นสาย กำจัดขน + ดูแลผิว เน้นผิวเรียบเนียน ดูใส ใช้งานเร็ว เหมาะกับการดูแลทั่วตัว
ES-WG0B จะเป็นสาย พลังแรง มีระบบทำความเย็น เหมาะกับบริเวณที่ขนหนา หรือคนที่กังวลเรื่องเจ็บ
ส่วนตัวคิดว่าถ้าเป็นสาวๆ ใช้งานทั่วไป แขน ขา ใต้วงแขน ก็อาจจะเป็นรุ่น wp 9b เพราะราคาถูกกว่าด้วย
แต่ถ้าสาวๆ จะแบ่งใช้กับ แฟน หรือคนอื่นๆที่บ้าน ระบบ Cooling ของรุ่น WG0B ก็แอบน่าสน
ใครลังเลสองรุ่นนี้ ก็คิดหนักหน่อย มันดีงามและน่าใช้ทั้งคู่ ไม่มีจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ ต้องซื้อญี่ปุ่นอย่างเดียว
ที่เค้าเตอร์ตามห้างจะมีตัวโชว์ให้ลอง สรุปให้เลยว่า ดีงาม ไม่เจ็บ ไม่แสบ ไม่ระคายเคืองทั้งสองรุ่น
ใดๆ IPL Panasonic ยังมีให้เลือกอีกหลายรุ่นแล้วแต่งบประมาณ
ใครมีงบและเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาก็มีสองรุ่นนี้ที่อยากให้ลองดู
ส่วนรุ่นรองๆก็ยังมี ราคาถูกกว่า 2-3 เท่า โดยประมาณ