กัปตันซิ่งเร็วเกินบนTaxiway นักบินผู้ช่วยเตือน-เบรค กัปตันสาวหมัดใส่ ไฟล์ทนี้จะเป็นอย่างไร... เป๊ง! ยกหนึ่งเริ่ม

กระทู้สนทนา
จากเพจ Sierra Charlie Lima


เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดที่น่าตกใจเกี่ยวกับพฤติกรรมความรุนแรงในห้องนักบินของสายการบิน อีวีเอแอร์  ระหว่างเตรียมออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส (LAX)
​สรุปรายละเอียดของเหตุการณ์มีดังนี้

1. ต้นเหตุของความขัดแย้ง
​เหตุการณ์เกิดขึ้นบนเครื่องบินของสายการบิน อีวีเอแอร์ ขณะที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่บนทางขับ (Taxiing) เพื่อเตรียมจะบินขึ้น นักบินผู้ช่วย (First Officer) ชาวมาเลเซียสังเกตว่ากัปตัน (Captain) ชาวไต้หวัน ใช้ความเร็วในการขับเคลื่อนบนทางราบสูงเกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัย (จำกัดไว้ที่ประมาณ 30 น็อต)

️​2. ลำดับเหตุการณ์ (Chronology)
-การแจ้งเตือน
นักบินผู้ช่วยได้แจ้งเตือนกัปตันด้วยวาจาหลายครั้งเรื่องความเร็ว แต่กัปตันไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
-​การตัดสินใจ
เพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามขั้นตอนปฏิบัติมาตรฐาน (SOP) นักบินผู้ช่วยจึงตัดสินใจ เหยียบเบรกด้วยตนเอง เพื่อลดความเร็วเครื่องบิน
-​การทำร้ายร่างกาย
การกระทำดังกล่าวทำให้กัปตันเกิดบันดาลโทสะอย่างรุนแรง และหันไป ทำร้ายร่างกายนักบินผู้ช่วยโดยการชกซ้ำหลายครั้ง (รายงานระบุว่าอย่างน้อย 4 ครั้ง) ส่งผลให้นักบินผู้ช่วยได้รับบาดเจ็บ มีอาการบวมและฟกช้ำที่หลังมือ
3. สถานการณ์หลังเกิดเหตุ
-​ความกังวลเรื่องความปลอดภัย
มีข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า หลังเกิดเหตุการณ์ชกต่อย กัปตันคนดังกล่าวยังได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่บินต่อไปจนจบเที่ยวบิน ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับ "วุฒิภาวะทางอารมณ์" และความปลอดภัยของผู้โดยสาร
-​การดำเนินการของสายการบิน
หลังจากเรื่องถูกเปิดเผยของสายการบิน อีวีเอแอร์ ได้สั่ง พักงานกัปตันคนดังกล่าวทันที และตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย รวมถึงส่งข้อมูลจากเครื่องบันทึกข้อมูลการบิน (QAR) ให้หน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบ
-​การเยียวยา
สายการบินได้จัดให้นักบินผู้ช่วยเข้ารับคำปรึกษาด้านจิตวิทยาและมาตรการช่วยเหลือตามระเบียบพนักงาน
4. การตรวจสอบจากภาครัฐ
​สำนักงานปฏิบัติการการบินพลเรือนของไต้หวัน (CAA) ได้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยระบุว่าหากพบว่าการกระทำของนักบินส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการบิน จะมีการลงโทษทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด
​เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงปัญหาเรื่อง CRM (Crew Resource Management) หรือการบริหารจัดการทรัพยากรในห้องนักบิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยทางการบินครับ
การที่นักบินผู้ช่วยจึงตัดสินใจ เหยียบเบรกด้วยตนเอง เพื่อลดความเร็ว เป็นการขัดต่อกฏ PIC (Pilot-in-Command)"หรือไม่[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tcd/1/16/2754.png[/img]
คำถามนี้ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากในทางกฎหมายและการบริหารจัดการการบิน (Aviation Management) เพราะมันคือจุดตัดระหว่าง "อำนาจเด็ดขาดของกัปตัน" กับ "หน้าที่รักษาความปลอดภัยของนักบินผู้ช่วย"

​หากพิจารณาตามหลักการแล้ว การตัดสินใจของนักบินผู้ช่วยในกรณีนี้ "ไม่ถือว่าขัดต่อกฎ PIC (Pilot-in-Command)" หากกระทำภายใต้เงื่อนไขด้านความปลอดภัย โดยมีเหตุผลรองรับดังนี้

​1. หน้าที่ในการรักษาความปลอดภัย (Flight Safety)
​แม้กฎหมายการบินจะระบุว่ากัปตัน (PIC) มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจและรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของเที่ยวบิน แต่ในขณะเดียวกัน นักบินผู้ช่วย (SIC - Second-in-Command) ก็มีหน้าที่ตาม SOP (Standard Operating Procedures) ที่ต้องทักท้วงหรือเข้าแทรกแซงหากพบว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ PIC กำลังทำให้เครื่องบินอยู่ในสภาวะไม่ปลอดภัย
2. หลักการ CRM (Crew Resource Management) ​ในห้องนักบินยุคใหม่ใช้ระบบ "การทำงานเป็นทีม" ไม่ใช่ "ระบบเผด็จการ"
-​การทักท้วง
เมื่อนักบินผู้ช่วยเห็นว่าความเร็วในการ Taxi สูงเกินกำหนด (เช่น เกิน 30 น็อต) เขาต้องแจ้งเตือน
-​การแทรกแซง
หากการแจ้งเตือนถูกละเลยและสถานการณ์ยังคงเสี่ยงอันตราย (เช่น กำลังจะเข้าทางโค้งด้วยความเร็วสูง) นักบินผู้ช่วยมีสิทธิและหน้าที่ที่จะเข้าควบคุมเครื่องบินเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งรวมถึงการช่วยเบรกด้วยครับ

​3. กรณีเฉพาะของ ของสายการบิน อีวีเอแอร์ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส ​จากรายงานของเหตุการณ์นี้ระบุว่า
-นักบินผู้ช่วยได้ แจ้งเตือนกัปตันหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง
-​ความเร็วที่กัปตันใช้สูงกว่ามาตรฐานความปลอดภัยอย่างชัดเจน
​การที่นักบินผู้ช่วยเหยียบเบรก จึงถือเป็นการทำหน้าที่ตาม Safety Protocol เพื่อรักษาความปลอดภัยของเครื่องบินและผู้โดยสาร ไม่ใช่การ "ขัดคำสั่ง" แต่เป็นการ "ระงับความเสี่ยง"

บท​สรุป
ในทางกฎหมายและการสอบสวน นักบินผู้ช่วยมักจะได้รับความคุ้มครองหากเขาสามารถพิสูจน์ได้ว่าการแทรกแซงนั้นทำเพื่อ "เลี่ยงอุบัติเหตุที่กำลังจะเกิดขึ้น" ในขณะที่ตัวกัปตันเองต่างหากที่อาจมีความผิดฐานละเมิดมาตรฐานความปลอดภัย (Safety Violation) และทำร้ายร่างกาย
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่