สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิป
วันนี้ผมมีเรื่องที่อยากจะมาแชร์ และอยากฟังมุมมองของแต่ละคนครับ เรื่องของเรื่องคือตอนนี้ผมอายุ 32 ปี ทำงานบริษัทเอกชนรายได้ถือว่าปานกลางค่อนไปทางดีครับ แต่สิ่งที่ผมทำต่างจากเพื่อนรุ่นเดียวกันคือ "ผมแทบไม่มีเงินออมสำหรับเกษียณเลย"
ในขณะที่เพื่อนๆ รอบตัวเริ่มซื้อกองทุนสะสมหุ้น ซื้อประกันบำนาญ หรือผ่อนบ้านเพื่อเป็นทรัพย์สินในอนาคต แต่ตัวผมเองเลือกเอาเงิน "ส่วนเกิน" ทั้งหมดในแต่ละเดือน ไปลงกับการ "ท่องเที่ยว" ทั้งในและต่างประเทศครับ
เหตุผลของผมคือ:
ความแข็งแรงมีวันหมดอายุ: ผมเห็นผู้ใหญ่หลายคนเกษียณมาพร้อมเงินหลักล้าน แต่เข่าเสื่อม เดินขึ้นเขาก็ไม่ไหว กินของอร่อยก็ต้องระวังเบาหวาน สุดท้ายเงินที่มีก็ได้แค่ใช้รักษาตัว ไม่ได้ใช้หาความสุขจริงๆ
ค่าเงินเฟ้อที่น่ากลัว: ผมรู้สึกว่าเงิน 1 ล้านในวันนี้ กับ 1 ล้านในวันที่ผมอายุ 60 มันเทียบกันไม่ได้เลย สู้เอามาซื้อประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ในตอนนี้ดีกว่าไหม?
ชีวิตคือความไม่แน่นอน: เราไม่มีทางรู้เลยว่าเราจะมีชีวิตอยู่ถึงเกษียณหรือเปล่า ถ้าผมเก็บเงินแทบตายเพื่อรอใช้วันที่ 60 แต่ดันมาเป็นอะไรไปก่อน ผมคงเสียดายมากที่ไม่ได้ทำตามความฝัน
ตอนนี้ผมโดนที่บ้านบ่นหนักมากเพื่อนบางคนก็บอกว่าผมประมาท เป็นพวก "สุขชั่วคราวแต่ลำบากตอนแก่" แต่ในมุมของผม ผมมองว่าผมกำลังกำไรชีวิต เพราะทุกวันนี้ผมมีความสุขมากที่ได้เห็นโลกในวันที่ตายังดีและขายังเดินไหว
คำถามคือ... การที่ผมเลือกทางนี้ มันผิดหรือเห็นแก่ตัวเกินไปไหมครับ? มีใครที่คิดแบบเดียวกับผม หรือมีใครที่เคยผ่านจุดนี้มาแล้วอยากเตือนอะไรไหม?
ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ
ผิดไหมที่ผมเลือก "ไม่เก็บเงินเกษียณ" แต่เอาเงินทั้งหมดไปเที่ยวตอนที่ยังมีแรง?
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิป
วันนี้ผมมีเรื่องที่อยากจะมาแชร์ และอยากฟังมุมมองของแต่ละคนครับ เรื่องของเรื่องคือตอนนี้ผมอายุ 32 ปี ทำงานบริษัทเอกชนรายได้ถือว่าปานกลางค่อนไปทางดีครับ แต่สิ่งที่ผมทำต่างจากเพื่อนรุ่นเดียวกันคือ "ผมแทบไม่มีเงินออมสำหรับเกษียณเลย"
ในขณะที่เพื่อนๆ รอบตัวเริ่มซื้อกองทุนสะสมหุ้น ซื้อประกันบำนาญ หรือผ่อนบ้านเพื่อเป็นทรัพย์สินในอนาคต แต่ตัวผมเองเลือกเอาเงิน "ส่วนเกิน" ทั้งหมดในแต่ละเดือน ไปลงกับการ "ท่องเที่ยว" ทั้งในและต่างประเทศครับ
เหตุผลของผมคือ:
ความแข็งแรงมีวันหมดอายุ: ผมเห็นผู้ใหญ่หลายคนเกษียณมาพร้อมเงินหลักล้าน แต่เข่าเสื่อม เดินขึ้นเขาก็ไม่ไหว กินของอร่อยก็ต้องระวังเบาหวาน สุดท้ายเงินที่มีก็ได้แค่ใช้รักษาตัว ไม่ได้ใช้หาความสุขจริงๆ
ค่าเงินเฟ้อที่น่ากลัว: ผมรู้สึกว่าเงิน 1 ล้านในวันนี้ กับ 1 ล้านในวันที่ผมอายุ 60 มันเทียบกันไม่ได้เลย สู้เอามาซื้อประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ในตอนนี้ดีกว่าไหม?
ชีวิตคือความไม่แน่นอน: เราไม่มีทางรู้เลยว่าเราจะมีชีวิตอยู่ถึงเกษียณหรือเปล่า ถ้าผมเก็บเงินแทบตายเพื่อรอใช้วันที่ 60 แต่ดันมาเป็นอะไรไปก่อน ผมคงเสียดายมากที่ไม่ได้ทำตามความฝัน
ตอนนี้ผมโดนที่บ้านบ่นหนักมากเพื่อนบางคนก็บอกว่าผมประมาท เป็นพวก "สุขชั่วคราวแต่ลำบากตอนแก่" แต่ในมุมของผม ผมมองว่าผมกำลังกำไรชีวิต เพราะทุกวันนี้ผมมีความสุขมากที่ได้เห็นโลกในวันที่ตายังดีและขายังเดินไหว
คำถามคือ... การที่ผมเลือกทางนี้ มันผิดหรือเห็นแก่ตัวเกินไปไหมครับ? มีใครที่คิดแบบเดียวกับผม หรือมีใครที่เคยผ่านจุดนี้มาแล้วอยากเตือนอะไรไหม?
ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ