EP 1 : การตัดสินใจเรียน DADS NIDA ในวัย 35 ปี

กำลังคิดว่า อยากจะเขียน content ตามแบบรุ่นพี่บ้าง

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แต่อาจจะนำเสนอได้ไม่เท่านี้ เอาเป็นว่า ผมเขียนสไตล์ Diary แล้วกัน
โปรดติดตามนะครับ ว่าผมจะเรียนจบมั้ย 555 เผื่อท่านไหนสนใจอยากเรียนที่นี่

เกริ่นนำ

คิดว่า ทุกคนคงมีเป้าหมายที่อยากมาเรียนสาขานี้แหละ ไม่ว่าจะแค่อยากรู้, อยากเปลี่ยนสายงาน, หรืออยากต่อยอดอาชีพ
งั้นผมเป็นตัวแทนของคนที่อยากเปลี่ยนสายงานในวัย 35 ปีแล้วกัน

เริ่มพูดจากไหนดีนะ

ผมจบป.ตรี วิศวกรรมเครื่องกล เกรดนิยม (ไม่ใช่เกียรตินิยมนะครับ 555) ทำงานบ้าง ตกงานบ้าง เปลี่ยนที่ทำงานบ้าง ก็วนๆไปในอุตสาหกรรมโรงงาน
จนวันนึงเริ่มจับทางตัวเองได้ว่า ชอบทำงานลักษณะงานที่มี การดึงข้อมูล, ประกอบ+จัดสรรค์ข้อมูล, แล้วนำเสนอสิ่งที่เรารับทราบมา

เลยเริ่มคิดว่า ถ้าจะจ่ายเงินค่าเทอมจากหยาดเหงื่อที่หามาเองนี้ให้คุ้มค่า ก็ต้องเรียนสิ่งที่เราชอบสิ ก็เลยสืบค้นว่ามีสาขาวิชาอะไรบ้าง

ซึ่งก็มีสาขาที่น่าสนใจอยู่เยอะมาก และก็เป็นสาขาที่ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจสูง รวมถึงมีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนด้วยนะ
เช่น Master of Financial, Financial Engineering, Quantitative, Data Science, Data Analyst etc.


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

สุดท้ายผมเลือก Data Science เพราะเป็นสาขาที่ใช้องค์ความรู้ที่กว้างขวาง สามารถเป็นพื้นฐานข้อมูลได้สำหรับทุกธุรกิจ

ขอพูดถึงสาขาที่ผมไม่ได้เลือกกันสักนิด
1. สาย Financial : หากเรียนสายนี้ แปลว่า คุณเลือกที่จะทำงานในธุรกิจธนาคาร การเงิน หรือเพื่อเป็น CFO บริษัทหนึ่ง
ซึ่งน้ำหนักของการเรียนจะเน้นให้คุณเรียนเพื่อตัดสินใจ เพื่อลงทุน หรือไม่ลงทุน หรือลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในธุรกิจ
แล้วทำไมไม่เลือก : วันนี้ผมยังไม่สนใจเรื่องการลงทุนทางการเงิน หากเราไม่มีจุดที่สนใจ ความอยากรู้อยากเรียนก็ต่ำ ถูกต้องหรือไม่

2. Data Analyst : จริงๆมันมีเส้นกั้นบางๆ กั้นอยู่กับ Data Science ผมยกตัวอย่างแบบนี้
สมมติว่า คุณจะชวนเพื่อนไปเที่ยว คุณก็เสนอสถานที่ขึ้นมาว่า เชียงราย เชียงใหม่ ภูเก็ตหรือกระบี่ดี
แล้วจะไปช่วงเดือนไหน

เพื่อนคุณก็ขอข้อมูลมากขึ้นอีก แต่ละที่มี landmark อะไรน่าสนใจบ้าง, ราคาค่าเดินทาง, ค่าที่พัก High Season - Low Season
คุณก็ไปหาข้อมูลมาให้แล้วให้เพื่อนคุณช่วยเลือกดู

สุดท้าย เพื่อนคุณเสนอว่าน่าจะไปทะเล เพราะช่วงนั้นมีข่าว PM2.5 ที่ภาคเหนือ, แผ่นดินไหวที่พม่า, และเดินทางโดยรถไฟ royal blossom ไปหัวหิน
เพราะความสะดวกสบายในการเดินทาง รวมถึง content ต่างๆที่จะได้จากทริป

คุณ คือ Data Science ทำหน้าที่รวมรวมข้อมูลที่น่าสนใจมาให้ โดยที่คุณไม่เจาะจงหรือตัดสินใจว่าจะไปภูเขาหรือทะเล
เพื่อนคุณ คือ Data Analyst ทำหน้าที่วิเคราะห์ความเป็นไปได้จากข้อมูลที่ทราบ จนเสนอข้อมูลที่น่าสนใจมากที่สุด

*คำถาม : หากคุณเป็น Data Science คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า ข้อมูลที่หามาเป็นข้อมูลที่ธุรกิจต้องการ
หรือถ้าคุณเป็น Data Analyst คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า ข้อมูลที่ Data Science นำเสนอเป็นข้อมูลที่ถูกต้องเที่ยงตรง สามารถใช้วิเคราะห์และตัดสินใจได้

ท่านที่ทำงาน Data Analyst หลายๆท่านก็จะเรียนต่อยอด Data Science เพื่อบรรลุร่าง fusion
ทำข้อมูลเอง เสนอเอง นักเลงพอ เพี้ยนขำหนักมาก



แล้วทำไมไม่เลือก : เลือกจากผมชอบทำโครงสร้างข้อมูล ผูกสูตรต่างๆ แล้วก็อยากเปลี่ยนสายจากเป็น Reporter มาทำงานหลังบ้านบ้าง

ทำไมเลือกเรียน Nida

ฟังดูเหมือนคำถามสอบสัมภาษณ์นะ 555 แต่เอาตามจริง เดี๋ยวนี้มีหลายที่ให้เลือกเรียน เช่น CU, TU, KU, NIDA etc.
โดยเฉพาะ TU ที่เป็นเรียนออนไลน์ แต่สุดท้ายผมก็เลือก NIDA ด้วยความคุ้นเคยกับย่านบางกะปิ และอยากได้ connection กับเพื่อนๆในรุ่นด้วย

พูดถึง connection คุณอาจจะคาดหวังความหลากหลายของสายอาชีพ ได้น้อยหน่อยไม่เหมือน MBA
เพราะ 80% ของคนที่เรียนในรุ่นผมเป็นสายสถิติ, วิศวะ, วิทยา

ฉะนั้น character ของเพื่อนๆในห้อง ทำให้ผมนึกถึงชีวิตช่วงเรียนป.ตรี วิศวะ  



การสมัครเรียน, สัมภาษณ์, หลักสูตร

การสมัครเรียน ผมลงภาคพิเศษ ซึ่งรุ่นผมมี 36 คน จากการรับ 2 รอบ รอบละ 18 คน
ค่าเทอมรวมๆก็ 48,000 บาท สำหรับเทอมแรก (3 วิชา)
ถ้าเรียนวิชามากขึ้นก็น่าจะจ่ายมากขึ้นอีก

ขณะที่ภาคปกติมีคนเรียนแค่ 6 คน ทำให้น้องๆภาคปกติ ต้องมาเรียนรวมกับคลาสภาคพิเศษ
แต่ก็ยังมีบางวิชาที่ยังเรียนวันปกติ

การสัมภาษณ์ ผมคิดว่าอาจารย์ค่อนข้างใจดี แต่ก็ต้องมีความชัดเจนว่า
ทำไมอยากเรียน อะไรเป็นแรงจูง ถ้าบอกว่าแค่อยากรู้อยากลองเรียนดู อาจไม่เพียงพอให้คุณเรียนจบ
และทำให้คุณตกไปอยู่ในกลุ่มรายชื่อตัวสำรอง

หลักๆก็เป็นการเล่าว่า คุณเรียนจบด้านไหน ทำงานอะไร ลักษณะงาน คิดว่าเรียน DATA แล้วจะได้ใช้ในงานหรือไม่
ซึ่งผมก็ตอบอาจารย์ชัดเจนว่า อยากเรียนเพื่อเปลี่ยนสายงาน อาจารย์ก็จะประเมินจากเกรดวิชาคณิตศาสตร์ และโปรแกรมมิ่งใน ป.ตรี
และการสัมภาษณ์ ถึงคนที่จบสายวิศวะก็น่าจะผ่านหมด เพราะวิชานี้ต้องเรียน Probability & Stat, Calculas, Linear algebra, Matrix
เป็นพื้นฐานคณิตศาสตร์ ใครเคยเรียนแล้วก็เรียนซ้ำ

หลักสูตร ตามรูปด้านล่าง เทอมแรกเรียน 3 วิชา
หากแต่ละเทอมมีจำนวนคน 36+ ก็จะไม่มีเรียนกับรุ่นอื่น เรียนเป็นรุ่นไหนรุ่นนั้น เทอมละ 1 รุ่น (ปกติปีละ 1 รุ่น)

เดี๋ยว EP ถัดไปจะมาเล่าถึงประสบการณ์คาบแรกของ ป.โท หลังจากไม่ได้เรียนมา 10 ปี
มันส์แน่นอน ฮ่าๆๆ

แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่