ด้วยการสัมภาษณ์ของนักการเมือง รวมถึงรมต.กัมพูชา จากการทดลองทางการเมืองใน 2 ปี ที่ผ่านมา ผลการทดลองออกมาแล้วหรือไม่
1. พรรคเพื่อไทย: "การทดลองที่ติดหล่มงบประมาณ"
การทดลองบริหารของเพื่อไทยในช่วง 2 ปีนี้ถูกมองว่า "ล้มเหลวในการส่งมอบสัญญาหลัก" (Failure to Deliver):
ดิจิทัลวอลเล็ต: แม้จะมีความพยายามดันถึงเฟส 3 แต่ผลลัพธ์ไม่เป็น "พายุหมุน" อย่างที่เคลมไว้
และติดปัญหาข้อกฎหมายจนแจกได้ไม่ครบกลุ่มเป้าหมาย
รถไฟฟ้า 20 บาท: กลายเป็นนโยบายที่ "ล่ม" หรือถูกระงับในหลายเส้นทางเนื่องจากตกลงเรื่องงบประมาณอุดหนุนกับเอกชนไม่ได้
จนต้องนำกลับมาเป็นนโยบายหาเสียงใหม่ในปี 2569
ซอฟต์พาวเวอร์: ถูกวิจารณ์ว่าใช้งบประมาณไปกับการจัดอีเวนต์มากกว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มจริง ทำให้ดูเหมือนล้มเหลวในเชิงโครงสร้าง
เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์: ร่าง พ.ร.บ. ถูกถอนออกไปในช่วงกลางปี 2568
เนื่องจากความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลและกระแสต่อต้านด้านจริยธรรม
2. พรรคประชาชน: "การทดลองในฐานะทางเลือกเชิงโครงสร้าง"
ยังคงทำหน้าที่เป็น "กระจกเงา" และ "พิมพ์เขียว" แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทดลองบริหารจริง:
บทบาท: เน้นการตรวจสอบความล้มเหลวของเพื่อไทย และการเสนอ "สวัสดิการถ้วนหน้า" ที่พยายามบลัฟกับ "คนละครึ่งพลัส"
สถานะ: เป็นพรรคที่คนอยาก "ทดลองใช้" มากที่สุดในโพลเลือกตั้ง 2569 แต่ยังขาดประสบการณ์ในระดับกระทรวง
3. พรรคภูมิใจไทย: "การทดลองที่แจ้งเกิดด้วยมืออาชีพ (The Supajee Factor)"
ภูมิใจไทยกลายเป็น "ผู้ชนะในเชิงบริหาร" โดยเฉพาะหลังจากดึง คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ (อดีต CEO ดุสิตธานี) เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์:
คนละครึ่งพลัส: กลายเป็นนโยบายที่ประชาชนจับต้องได้มากกว่าดิจิทัลวอลเล็ต โดยเน้นการช่วยรายย่อยและ SMEs จริง
การทูตเชิงเกษตร: ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการขายข้าวให้ สิงคโปร์ และดีลใหญ่กับ จีน (5 แสนตัน)
รวมถึงการเปิดตลาด ซาอุดีอาระเบีย ผ่านบริษัท ARASCO ที่สั่งซื้อทั้งมันสำปะหลังและสินค้าเกษตรไทยล้านตัน
Barter Trade: ข้อเสนอในการนำสินค้าเกษตรไปแลกเปลี่ยน (เช่น แลกอาวุธหรือเครื่องบิน) เพื่อพยุงราคาพืชผล
ได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นการคิดนอกกรอบที่ใช้ได้จริง
---------------------------
ประเมินผลการทดลอง
เพื่อไทย "ขายฝันแต่ทำไม่ได้จริง" ติดกับดักกฎหมายและระบบราชการ
ประชาชน ยังเป็นเพียง "ทฤษฎี" ที่ยังไม่เคยผ่านการทดลองงานจริง
ภูมิใจไทย "พูดแล้วทำพลัส" เห็นผลชัดในภาคเกษตรและการส่งออก
สรุป เราจะเลือกพรรค ที่เปิดด่านตามที่กัมพูชาต้องการ ทำให้ประเทศไทยอ่อนแอ
จากทุนเทา และ นักการเมืองที่ไม่ผ่าน QC
หรือ มืออาชีพ ที่ทดสอบผลงานการทำงาน และเชื่อถือได้กันแน่
ด้วยการสัมภาษณ์ของนักการเมือง รวมถึงรมต.กัมพูชา จากการทดลองทางการเมืองใน 2 ปี ที่ผ่านมา ผลการทดลองออกมาแล้วหรือไม่
1. พรรคเพื่อไทย: "การทดลองที่ติดหล่มงบประมาณ"
การทดลองบริหารของเพื่อไทยในช่วง 2 ปีนี้ถูกมองว่า "ล้มเหลวในการส่งมอบสัญญาหลัก" (Failure to Deliver):
ดิจิทัลวอลเล็ต: แม้จะมีความพยายามดันถึงเฟส 3 แต่ผลลัพธ์ไม่เป็น "พายุหมุน" อย่างที่เคลมไว้
และติดปัญหาข้อกฎหมายจนแจกได้ไม่ครบกลุ่มเป้าหมาย
รถไฟฟ้า 20 บาท: กลายเป็นนโยบายที่ "ล่ม" หรือถูกระงับในหลายเส้นทางเนื่องจากตกลงเรื่องงบประมาณอุดหนุนกับเอกชนไม่ได้
จนต้องนำกลับมาเป็นนโยบายหาเสียงใหม่ในปี 2569
ซอฟต์พาวเวอร์: ถูกวิจารณ์ว่าใช้งบประมาณไปกับการจัดอีเวนต์มากกว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มจริง ทำให้ดูเหมือนล้มเหลวในเชิงโครงสร้าง
เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์: ร่าง พ.ร.บ. ถูกถอนออกไปในช่วงกลางปี 2568
เนื่องจากความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลและกระแสต่อต้านด้านจริยธรรม
2. พรรคประชาชน: "การทดลองในฐานะทางเลือกเชิงโครงสร้าง"
ยังคงทำหน้าที่เป็น "กระจกเงา" และ "พิมพ์เขียว" แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทดลองบริหารจริง:
บทบาท: เน้นการตรวจสอบความล้มเหลวของเพื่อไทย และการเสนอ "สวัสดิการถ้วนหน้า" ที่พยายามบลัฟกับ "คนละครึ่งพลัส"
สถานะ: เป็นพรรคที่คนอยาก "ทดลองใช้" มากที่สุดในโพลเลือกตั้ง 2569 แต่ยังขาดประสบการณ์ในระดับกระทรวง
3. พรรคภูมิใจไทย: "การทดลองที่แจ้งเกิดด้วยมืออาชีพ (The Supajee Factor)"
ภูมิใจไทยกลายเป็น "ผู้ชนะในเชิงบริหาร" โดยเฉพาะหลังจากดึง คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ (อดีต CEO ดุสิตธานี) เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์:
คนละครึ่งพลัส: กลายเป็นนโยบายที่ประชาชนจับต้องได้มากกว่าดิจิทัลวอลเล็ต โดยเน้นการช่วยรายย่อยและ SMEs จริง
การทูตเชิงเกษตร: ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการขายข้าวให้ สิงคโปร์ และดีลใหญ่กับ จีน (5 แสนตัน)
รวมถึงการเปิดตลาด ซาอุดีอาระเบีย ผ่านบริษัท ARASCO ที่สั่งซื้อทั้งมันสำปะหลังและสินค้าเกษตรไทยล้านตัน
Barter Trade: ข้อเสนอในการนำสินค้าเกษตรไปแลกเปลี่ยน (เช่น แลกอาวุธหรือเครื่องบิน) เพื่อพยุงราคาพืชผล
ได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นการคิดนอกกรอบที่ใช้ได้จริง
---------------------------
ประเมินผลการทดลอง
เพื่อไทย "ขายฝันแต่ทำไม่ได้จริง" ติดกับดักกฎหมายและระบบราชการ
ประชาชน ยังเป็นเพียง "ทฤษฎี" ที่ยังไม่เคยผ่านการทดลองงานจริง
ภูมิใจไทย "พูดแล้วทำพลัส" เห็นผลชัดในภาคเกษตรและการส่งออก
สรุป เราจะเลือกพรรค ที่เปิดด่านตามที่กัมพูชาต้องการ ทำให้ประเทศไทยอ่อนแอ
จากทุนเทา และ นักการเมืองที่ไม่ผ่าน QC
หรือ มืออาชีพ ที่ทดสอบผลงานการทำงาน และเชื่อถือได้กันแน่