มหาเศรษฐีจีนส่งไม้ต่อผิดคน ลูกชายผลาญทรัพย์สินเกลี้ยง จนลูกสาวต้องมากอบกู้
.
สวี่หรงเม่า มหาเศรษฐีจีนที่ใช้เวลากว่า 30 ปีในการก่อร่างสร้างตัวจนมีทรัพย์สินกว่าแสนล้านหยวน (ราว 4.46 แสนล้านบาท) เขาฟูมฟักทุ่มเทปั้นสวี่ซื่อถาน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกว่า 20 ปีเพื่อรับไม้ต่อกิจการ แต่ใครจะคิดว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งนี้จะทำให้ทรัพย์สินมูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านหยวน (ราว 4 แสนล้านบาท) หายไปในพริบตา ท้ายที่สุดลูกสาวที่เดิมทีอยู่นอกสายตาต้องก้าวเข้ามารับภาระอันหนักอึ้งเพื่อกอบกู้วิกฤตหนี้สินของครอบครัวแทน
.
สวี่หรงเม่าเกิดในครอบครัวบุคลากรทางการแพทย์ โดยพ่อจบจากมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนปักกิ่ง (BUCMZ) แม่เป็นสูตินรีแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันพยาบาลในอังกฤษ (St.Luke's International University College of Nursing) แม้ตอนแรกเขาจะเลือกเดินตามรอยพ่อด้วยการเป็นแพทย์แผนจีน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงต้นยุค 70 เมื่อเขาตัดสินใจไปฮ่องกงในจังหวะที่ตลาดหุ้นกำลังเติบโตถึงขีดสุด
.
ต่อมาในช่วงที่ดัชนีฮั่งเส็ง (HSI) ดีดตัวขึ้นถึง 11 เท่า เขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ทุน จึงกลายเป็นเศรษฐีใหม่ในชั่วข้ามคืน ท้ายที่สุดด้วยวัยเพียงสามสิบต้นๆ เขาจึงตัดสินใจละทิ้งอาชีพแพทย์เพื่อเข้าสู่เส้นทางธุรกิจอย่างเต็มตัว
.
ปี 1989 เขากลับมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บ้านเกิดจนได้ก้าวขึ้นเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของเมือง ก่อนจะต่อยอดความสำเร็จด้วยการจดทะเบียนบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจีน Shimao Group (上海世茂投资有限公司) ในปี 1999 ซึ่งตลอดระยะเวลา 30 ปีของการทำงานอย่างหนัก ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้นแตะ 1.3 แสนล้านหยวน (ราว 5.81 แสนล้านบาท)
.
เมื่อความสำเร็จถึงขีดสุด สวี่หรงเหมาจึงตั้งใจส่งไม้ต่อให้ สวี่ซื่อถาน ลูกชายที่ฟูมฟักทุ่มเทปั้นมานานกว่า 20 ปี
.
ทว่าหลังรับไม้ต่อ สวี่ซื่อถานมีความตั้งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยนำทีมเพื่อลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านหยวน (ราว 8.93 หมื่นล้านบาท) ในการกว้านซื้อ 20 โครงการจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายราย เช่น Tahoe (泰禾) Vantone (万通) และ Guangzhou Yuetai Group (粤泰) ฯลฯ
.
นอกจากนี้ เขายังประกาศเป้าหมายสุดทะเยอทะยานว่าจะปั้นยอดขายให้ทะลุ 1 แสนล้านหยวน (ราว 4.46 แสนล้านบาท) ภายในปี 2024 พร้อมเปิดตัวกลยุทธ์การบริหารหลายธุรกิจแบบครบ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม เทคโนโลยี การแพทย์ บ้านพักคนชรา และการเงิน จนได้รับฉายา เจ้าพ่อแห่งการควบรวบกิจการ (M&A) แต่ความใจถึงเกินไป กลายเป็นการก่อวิกฤติหนี้ท่วมตัวในปี 2021 และลงเอยด้วยการผิดนัดชำระหนี้ในปี 2024
.
เดือนธันวาคม 2024 สวี่เวยเวย ลูกสาวคนโตของสวี่หรงเม่า ดีกรีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจากสถาบันวิชาชีพ CPA Australia ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่เพื่อเร่งแก้วิกฤตหนี้ของบริษัท ด้วยความเชี่ยวชาญที่มี เธอสามารถเจรจาจนได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหนี้กว่า 95.39% ที่เห็นชอบกับแผนปรับโครงสร้างหนี้ กระทั่งนำไปสู่ความสำเร็จครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2025 หลังศาลฮ่องกงอนุมัติแผนปรับโครงสร้างหนี้มูลค่า 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3.58 แสนล้านบาท) พาบริษัทหลุดพ้นจากการล้มละลายได้อย่างหวุดหวิด
.
อย่างไรก็ตาม แม้จะผ่านประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ เธอก็ยังรู้สึกว่าการเริ่มต้นธุรกิจนั้นยาก แต่การประคองธุรกิจให้อยู่รอดนั้นยากยิ่งกว่า ซึ่งท้ายที่สุดก็ได้นำพาเธอสู่การตกตะกอนทางความคิด และถอดบทเรียนสำคัญออกมาเป็น 10 ข้อ ดังนี้
.
⏹ บทเรียน 10 ข้อจากสวี่เวยเวย
.
1️⃣การสืบทอดไม่ใช่แค่การส่งมอบแต่คือการวางรากฐาน เพราะการส่งไม้ต่อเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักประกันของความสำเร็จ แต่ต้องอาศัยการวางแผนและการขัดเกลาอย่างเป็นระบบ
.
2️⃣อย่าทำอะไรเกินตัวอย่างการควบรวบกิจการ หรือ M&A ที่มากเกินไป รวมถึงกู้เงินในช่วงที่กำลังขาขึ้น เพราะมักจะเป็นต้นเหตุของวิกฤตในอนาคต
.
3️⃣ทุกอุตสาหกรรมมีจังหวะขึ้นและลง การฝืนเดินสวนกระแสเศรษฐกิจมักนำมาซึ่งการขาดทุน
.
4️⃣ความมั่นคงทางการเงินสำคัญสำคัญกว่าการไล่ล่าอันดับและความยิ่งใหญ่
.
5️⃣ระบบการบริหารต้องชัดเจน หลีกเลี่ยงการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จจากใครคนเดียว ควรมีผู้เชี่ยวชาญและดึงระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจมาใช้ในการตัดสินใจ
.
6️⃣คนที่รับช่วงต่อต้องมีมากกว่าทักษะทางธุรกิจ ต้องปลูกฝังในการตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงและการบริหารที่รัดกุม
.
7️⃣เพศไม่ใช่ข้อจำกัดของความสามารถ
.
8️⃣ความเป็นมืออาชีพและความน่าเชื่อถือมีความสำคัญในยามวิกฤต
.
9️⃣บางครั้ง “สิ่งที่ไม่ควรทำ” ก็อาจได้ผลลัพธ์ดีกว่า “สิ่งที่คิดควรทำ”
.
🔟พึงมีสติและความรอบคอบ เพราะการรักษาธุรกิจให้อยู่รอดนั้นยากยิ่งกว่าการสร้างธุรกิจ
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#หนี้ท่วมหัว #ShimaoGroup #ล้มละลาย
💰💸 มหาเศรษฐีจีนส่งไม้ต่อผิดคน ลูกชายผลาญทรัพย์สินเกลี้ยง จนลูกสาวต้องมากอบกู้
.
สวี่หรงเม่า มหาเศรษฐีจีนที่ใช้เวลากว่า 30 ปีในการก่อร่างสร้างตัวจนมีทรัพย์สินกว่าแสนล้านหยวน (ราว 4.46 แสนล้านบาท) เขาฟูมฟักทุ่มเทปั้นสวี่ซื่อถาน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกว่า 20 ปีเพื่อรับไม้ต่อกิจการ แต่ใครจะคิดว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งนี้จะทำให้ทรัพย์สินมูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านหยวน (ราว 4 แสนล้านบาท) หายไปในพริบตา ท้ายที่สุดลูกสาวที่เดิมทีอยู่นอกสายตาต้องก้าวเข้ามารับภาระอันหนักอึ้งเพื่อกอบกู้วิกฤตหนี้สินของครอบครัวแทน
.
สวี่หรงเม่าเกิดในครอบครัวบุคลากรทางการแพทย์ โดยพ่อจบจากมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนปักกิ่ง (BUCMZ) แม่เป็นสูตินรีแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันพยาบาลในอังกฤษ (St.Luke's International University College of Nursing) แม้ตอนแรกเขาจะเลือกเดินตามรอยพ่อด้วยการเป็นแพทย์แผนจีน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงต้นยุค 70 เมื่อเขาตัดสินใจไปฮ่องกงในจังหวะที่ตลาดหุ้นกำลังเติบโตถึงขีดสุด
.
ต่อมาในช่วงที่ดัชนีฮั่งเส็ง (HSI) ดีดตัวขึ้นถึง 11 เท่า เขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ทุน จึงกลายเป็นเศรษฐีใหม่ในชั่วข้ามคืน ท้ายที่สุดด้วยวัยเพียงสามสิบต้นๆ เขาจึงตัดสินใจละทิ้งอาชีพแพทย์เพื่อเข้าสู่เส้นทางธุรกิจอย่างเต็มตัว
.
ปี 1989 เขากลับมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บ้านเกิดจนได้ก้าวขึ้นเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของเมือง ก่อนจะต่อยอดความสำเร็จด้วยการจดทะเบียนบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจีน Shimao Group (上海世茂投资有限公司) ในปี 1999 ซึ่งตลอดระยะเวลา 30 ปีของการทำงานอย่างหนัก ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้นแตะ 1.3 แสนล้านหยวน (ราว 5.81 แสนล้านบาท)
.
เมื่อความสำเร็จถึงขีดสุด สวี่หรงเหมาจึงตั้งใจส่งไม้ต่อให้ สวี่ซื่อถาน ลูกชายที่ฟูมฟักทุ่มเทปั้นมานานกว่า 20 ปี
.
ทว่าหลังรับไม้ต่อ สวี่ซื่อถานมีความตั้งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยนำทีมเพื่อลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านหยวน (ราว 8.93 หมื่นล้านบาท) ในการกว้านซื้อ 20 โครงการจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายราย เช่น Tahoe (泰禾) Vantone (万通) และ Guangzhou Yuetai Group (粤泰) ฯลฯ
.
นอกจากนี้ เขายังประกาศเป้าหมายสุดทะเยอทะยานว่าจะปั้นยอดขายให้ทะลุ 1 แสนล้านหยวน (ราว 4.46 แสนล้านบาท) ภายในปี 2024 พร้อมเปิดตัวกลยุทธ์การบริหารหลายธุรกิจแบบครบ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม เทคโนโลยี การแพทย์ บ้านพักคนชรา และการเงิน จนได้รับฉายา เจ้าพ่อแห่งการควบรวบกิจการ (M&A) แต่ความใจถึงเกินไป กลายเป็นการก่อวิกฤติหนี้ท่วมตัวในปี 2021 และลงเอยด้วยการผิดนัดชำระหนี้ในปี 2024
.
เดือนธันวาคม 2024 สวี่เวยเวย ลูกสาวคนโตของสวี่หรงเม่า ดีกรีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจากสถาบันวิชาชีพ CPA Australia ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่เพื่อเร่งแก้วิกฤตหนี้ของบริษัท ด้วยความเชี่ยวชาญที่มี เธอสามารถเจรจาจนได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหนี้กว่า 95.39% ที่เห็นชอบกับแผนปรับโครงสร้างหนี้ กระทั่งนำไปสู่ความสำเร็จครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2025 หลังศาลฮ่องกงอนุมัติแผนปรับโครงสร้างหนี้มูลค่า 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3.58 แสนล้านบาท) พาบริษัทหลุดพ้นจากการล้มละลายได้อย่างหวุดหวิด
.
อย่างไรก็ตาม แม้จะผ่านประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ เธอก็ยังรู้สึกว่าการเริ่มต้นธุรกิจนั้นยาก แต่การประคองธุรกิจให้อยู่รอดนั้นยากยิ่งกว่า ซึ่งท้ายที่สุดก็ได้นำพาเธอสู่การตกตะกอนทางความคิด และถอดบทเรียนสำคัญออกมาเป็น 10 ข้อ ดังนี้
.
⏹ บทเรียน 10 ข้อจากสวี่เวยเวย
.
1️⃣การสืบทอดไม่ใช่แค่การส่งมอบแต่คือการวางรากฐาน เพราะการส่งไม้ต่อเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักประกันของความสำเร็จ แต่ต้องอาศัยการวางแผนและการขัดเกลาอย่างเป็นระบบ
.
2️⃣อย่าทำอะไรเกินตัวอย่างการควบรวบกิจการ หรือ M&A ที่มากเกินไป รวมถึงกู้เงินในช่วงที่กำลังขาขึ้น เพราะมักจะเป็นต้นเหตุของวิกฤตในอนาคต
.
3️⃣ทุกอุตสาหกรรมมีจังหวะขึ้นและลง การฝืนเดินสวนกระแสเศรษฐกิจมักนำมาซึ่งการขาดทุน
.
4️⃣ความมั่นคงทางการเงินสำคัญสำคัญกว่าการไล่ล่าอันดับและความยิ่งใหญ่
.
5️⃣ระบบการบริหารต้องชัดเจน หลีกเลี่ยงการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จจากใครคนเดียว ควรมีผู้เชี่ยวชาญและดึงระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจมาใช้ในการตัดสินใจ
.
6️⃣คนที่รับช่วงต่อต้องมีมากกว่าทักษะทางธุรกิจ ต้องปลูกฝังในการตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงและการบริหารที่รัดกุม
.
7️⃣เพศไม่ใช่ข้อจำกัดของความสามารถ
.
8️⃣ความเป็นมืออาชีพและความน่าเชื่อถือมีความสำคัญในยามวิกฤต
.
9️⃣บางครั้ง “สิ่งที่ไม่ควรทำ” ก็อาจได้ผลลัพธ์ดีกว่า “สิ่งที่คิดควรทำ”
.
🔟พึงมีสติและความรอบคอบ เพราะการรักษาธุรกิจให้อยู่รอดนั้นยากยิ่งกว่าการสร้างธุรกิจ
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#หนี้ท่วมหัว #ShimaoGroup #ล้มละลาย