ทริคการเรียนให้ได้เกรดดี สาขาวิชาการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิศูนย์พระนครศรีอยุธยาหันตรา




การเลือกสาขาที่จะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เป็นการตัดสินใจสำคัญที่หลายๆคนอาจยังมีคำถาม ความกังวล และความไม่แน่ใจอยู่ในใจและวันนี้วีณาจะเพื่อนๆน้องๆทุกคนที่สนใจอยากจะเข้ามาเรียนสาขาการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิศูนย์หันตรา เพื่อให้เพื่อนๆน้องๆได้เปิดมุมมองจากประสบการณ์จริงของรุ่นพี่ที่กำลังศึกษาอยู่ในสาขานี้ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการเรียน การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย รวมถึงแนวคิดและคำแนะนำที่อยากส่งต่อให้กับรุ่นน้องค่ะ

บทสัมภาษณ์

แนะนำตัวหน่อยค่ะ ชื่ออะไร เรียนสาขาอะไรคะ?
ตอบ สวัสดีค่ะ นางสาวชุติมา เริงใจ หรือเรียกว่าน้ำขิงก็ได้ค่ะ เป็นนักศึกษาเทียบโอนปี2 สาขาวิชาการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิศูนย์พระนครวิทยา หันตรา ค่ะ

การเรียนการท่องเที่ยวในมุมมองของคุณ “ยาก” แค่ไหน และรับมือกับมันอย่างไร?
ตอบ การเรียนการท่องเที่ยวไม่ใช่ความยากแบบอ่านไม่เข้าใจหรือเนื้อหาซับซ้อนเชิงทฤษฎีล้วน ๆ แต่เป็นความยากในแง่ของ ความรู้รอบด้านมากกว่า เราต้องเรียนทั้งเนื้อหาเชิงวิชาการ การวิเคราะห์พื้นที่ วัฒนธรรม ผู้คน การทำงานเป็นทีม และการลงพื้นที่ซึ่งทุกอย่างต้องใช้พลังและการปรับตัวตลอดเวลา ตอนแรกรู้สึกว่ามันหนัก เพราะต้องคิดหลายมุมพร้อมกัน แต่สิ่งที่ช่วยให้รับมือได้คือการ
ยอมรับว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่างตั้งแต่แรก แบ่งเวลาให้ชัดว่าเวลาไหนตั้งใจติวสอบจริงจัง เวลาไหนพัก

เรียนยังไงให้ได้เกรดดี ในขณะที่ต้องทำกิจกรรมและลงพื้นที่จริง
ตอบ ไม่ได้เป็นคนที่ตั้งใจในคาบเรียนตลอดเวลา แต่สิ่งที่ทำคือชดเชยเวลาคือเน้นการติวสอบหนักมาก จำ วิเคราะห์เนื้อหา และพยายามทำความเข้าใจ เวลาออกพื้นที่หรือทำกิจกรรม จะเก็บ
รายละเอียดจากประสบการณ์จริงไว้ แล้วเอามาเชื่อมกับเนื้อหาที่อาจารย์สอนอีกที วิธีนี้ช่วยให้จำได้และเขียนข้อสอบได้ดี ไม่ได้กดดันตัวเองมากเกินไปแค่ปล่อยใจชิวๆตามอารมณ์จะทำให้ทำทุก
อย่างออกมาได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

ช่วงไหนของการเรียนที่รู้สึกท้อที่สุด และอะไรทำให้คุณผ่านมันมาได้?
ตอบ ช่วงที่ท้อที่สุดคือเวลาที่งานหลายอย่างโถมมาพร้อมกัน ทั้งรายงาน การพรีเซนต์ และการติวสอบ รวมทั้งการติวสอบภาคก.กพ. บางครั้งรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยแต่ยังต้องไปต่อ สิ่งที่ทำให้ผ่านมาได้คือการเตือนตัวเองว่าความเหนื่อยไม่ได้อยู่ตลอดไป อยากให้อนาคตมีงานทำมีอาชีพที่ดีเลือกโฟกัสทีละอย่าง แทนที่จะคิดถึงทุกอย่างพร้อมกัน และให้กำลังใจตัวเองว่าอย่างน้อยเราก็พยายามเต็มที่แล้วได้เท่าไหนก็เท่านั้น บางวันที่เหนื่อยไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ แค่เป็นวันที่เรากำลังพยายามอย่างเต็มที่ในแบบของเราเอง แค่นั้นก็ช่วยให้มีกำลังใจต่อไปได้ไม่นอยตัวเอง

การเรียนที่หนักและกดดันแบบนี้ คุณมีคติหรือคำพูดอะไรยึดไว้ในใจ?
ตอบ คำพูดที่ยึดไว้คือ “พยายามทำให้เต็มที่ที่สุด ได้เท่าไหนก็เท่านั้นถือว่าพยายามจนสุดความสามารถแล้ว” เพราะบางวันเราอาจไม่พร้อม ไม่สมบูรณ์แบบ หรือทำได้ไม่ดีเท่าที่คิด แต่ถ้ายังไม่หยุดพยายาม สุดท้ายมันจะพาเราไปถึงจุดที่ควรอยู่ คำนี้ช่วยลดความกดดัน และทำให้ไม่โทษตัวเองหรือร้องไห้กับชีวิต

คุณคิดว่าทักษะอะไรสำคัญที่สุดที่การเรียนการท่องเที่ยวสอนคุณ นอกเหนือจากในห้องเรียน
ตอบ ทักษะสำคัญที่สุดคือ “การปล่อยวางและทำความเข้าใจคนอื่น” การเรียนการท่องเที่ยวทำให้ได้พบเจอคนหลายรูปแบบจากการฝึกงาน การออกทัวร์ต่างๆ เรียนรู้ว่าคนแต่ละคน มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน เราไม่สามารถใช้มาตรฐานเดียวไปตัดสินทุกคนได้ ความคิดนี้ไม่ได้ใช้แค่กับการทำงานท่องเที่ยว แต่ใช้กับการใช้ชีวิต การทำงานร่วมกับคนอื่น และการอยู่ในสังคมร่วมกับคนอื่นหลากหลายคน ทำให้เข้าใจวิถีชีวิตมากขึ้นเอาตัวรอดได้ในทุกสถาณการณ์

ถ้าวันหนึ่งไม่ได้ทำงานท่องเที่ยวโดยตรง สิ่งที่เรียนมานี้ยังให้อะไรกับชีวิตคุณบ้าง?
ตอบ อนาคตก็คาดว่าคงไม่ได้ทำงานท่องเที่ยวโดยตรง แต่ถึงแม้ไม่ได้ทำงานท่องเที่ยวโดยตรง สิ่งที่เรียนมาก็ยังให้ ความรู้และความคิดที่สำคัญ เช่น การบริการ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การสื่อสารและการทำงานเป็นทีม มองว่าทักษะเหล่านี้ใช้ได้กับทุกสายงาน และช่วยให้ปรับตัวกับโลกการทำงานได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน หรือทำอาชีพอะไรในอนาคตมันจะส่งผลดีกับทุกๆด้าน

ประสบการณ์จากการเรียนการท่องเที่ยว เปลี่ยนมุมมองการมองโลกของคุณยังไง?
ตอบ มันทำให้มองโลกให้กว้างขึ้น และลึกขึ้น ว่ามีผู้คนหลายประเภทที่มีความสนใจและลักษณะนิสัยที่หลากหลายกันไป และจากเดิมที่อาจมองสถานที่แค่สวยหรือไม่สวย ตอนนี้มองเห็นเรื่องราวประวัติ อยากรู้ความเป็นมาและชีวิตของคนในพื้นที่มากขึ้น เรียนรู้ที่จะเคารพความแตกต่าง และเข้าใจว่าทุกคนมีเหตุผลในแบบของตัวเอง ทำให้เราเป็นคนที่ใจเย็นและเปิดกว้างมากกว่าเดิม

ถ้าย้อนกลับไปบอกตัวเองตอนปี 1 ได้ 1 ประโยค คุณจะบอกกับตัวเองว่าอะไร?
ตอบ “ ที่ทำอยู่มันดีแล้วอยู่แล้ว อนาคตมันจะดีแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ”

ถ้าวัด “ความสำเร็จ” ของการเรียนการท่องเที่ยวไม่ใช่ที่เกรด คุณคิดว่ามันควรวัดจากอะไร?
ตอบคิดว่าควรวัดจากความสามารถในการใช้สิ่งที่เรียนมาใช้ในชีวิตจริงได้ มีความรู้เต็มเปี่ยม เซอร์วิสมาย ความรับผิดชอบ และความเข้าใจสังคมมากขึ้น

ระหว่างการเรียนที่สอนในตำรา กับบทเรียนที่ได้จากการลงพื้นที่จริง อะไรสอนคุณได้มากกว่ากัน และเพราะอะไร?
ตอบ สำหรับเราการลงพื้นที่จริงสถานที่นั้นๆได้ความรู้และเห็นทุกอย่างที่อยู่ในตำราได้ด้วยตาตัวเอง ทำให้สอนให้เข้าใจได้มากกว่า ส่วนในด้านการบริการการทำงานลงพื้นที่ฝึกงาน ทำให้ได้เจอทุกๆสถานการณ์ด้วยตัวเอง และได้เจอสถานการณ์ที่ควบคุมได้หรือไม่สามารถควบคุมได้ และต้องปรับตัวตลอดเวลา ตำราให้พื้นฐาน แต่พื้นที่จริงให้บทเรียนของสถานการณ์สถานที่จริง เมื่อสองอย่างมารวมกัน มันทำให้การเรียนการท่องเที่ยวมีความหมายและลึกซึ้งมากขึ้น

จากบทสัมภาษณ์นี้นะคะ น้องๆจะเห็นได้ว่าการเรียนในสาขานี้มีทั้งความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาตัวเอง หวังว่าประสบการณ์และคำแนะนำจากรุ่นพี่จะช่วยให้รุ่นน้องมองเห็นภาพการเรียนและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้ชัดเจนมากขึ้น และช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่