ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย เริ่มตื่นตัวหลังโดนค่ายจีน จัดทัพใหญ่ปูพรมถล่มตลาด ซึ่งจริงๆ ต้องบอกว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา กลุ่มรถยนต์นั่งแบรนด์ญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบถ้วนหน้าละครับ
ด้วยบุญเก่า แบรนด์แข็งแกร่ง แต่ถ้าไม่ปรับตัวยอดขายก็สาละวันเตี้ยลง แถมยังไร้รถโมเดลใหม่ ไม่มีฟังก์ชัน-เทคโนโลยีใหม่ๆ มาสู้ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ทั้งฮอนด้า มาสด้า นิสสัน ซูซูกิ เหล่านี้โดนค่ายรถแดนมังกรเล่นงานไปเต็มๆ
ผมเคยย้ำหลายครั้งว่า คนไทยอาจจะไม่ได้เห่อเหิมไปกับรถยนต์ไฟฟ้า EV ขนาดนั้น เพียงแต่เมื่อพวกเขาเจอโปรดักต์ดีไซน์โดนใจ(มีทางเลือกทุกแบบว่า จะเอาสไตล์ยานอวกาศ หรืออยากได้แนวคลาสลิก เรโทร) แพกเกจฟังก์ชันเพียบ ในราคาดีงาม ซึ่งต่างจากความจำกัดจำเขี่ยจากรถญี่ปุ่นที่นำเสนอมาหลายสิบปี จึงไม่น่าแปลกที่ผู้คนจะหันมาเปิดใจกับทางเลือกใหม่ โดยไม่ยึดติดกับแบรนด์เดิมๆ
ฮอนด้า มอเตอร์ ยอมรับว่า เพลี่ยงพล้ำแต่ไม่ได้ยอมแพ้ EV จีน เพียงแต่ช่วงนี้โปรดักต์ ออพชัน และราคา ทำสู้ไม่ได้จริงๆ แต่ก็ตั้งเป้าหมายกลับมาฟื้นตัวภายใน 3-5 ปีหลังจากนี้ ด้วยโปรดักต์ใหม่ที่กำลังพัฒนาอยู่(แต่ยังเน้นขุมพลังไฮบริด)
ดังนั้น ช่วงนี้ต้องอยู่กับความเป็นจริงประคองสถานการณ์ไปก่อน ขณะที่กลยุทธ์ด้านราคาเป็นสิ่งที่ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย นำมาใช้กับรถยนต์ในพอร์ตปัจจุบัน การปรับโครงสร้างราคาใหม่ อย่างรุ่นไมเนอร์เชนจ์ก็ไม่ได้ปรับราคาขึ้น (หลายรุ่นราคาลดลงด้วยซ้ำ)
เราเห็นตั้งแต่การลดราคาของฮอนด้า ซิตี้ มาถึงการไมเนอร์เชนจ์ของแอคคอร์ด และล่าสุดกับ ซีอาร์-วี
ล่าสุดผมมีโอกาสได้ลองขับฮอนด้า ซีอาร์-วี ไมเนอร์เชนจ์ กับตัวท็อป RS 4WD ที่น่าจะเป็น CR-V ที่ลงตัวที่สุดในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ฮอนด้าพัฒนาเอสยูวีรุ่นนี้มา 5 เจเนอเรชัน
จากซีอาร์-วี รุ่นก่อนๆ ที่โดนบ่นว่า ช่วงล่างนุ่มย้วย แต่โฉมนี้โดยเฉพาะตัว RS เซ็ตโครงสร้างการรองรับให้หนึบแข็งกว่ารุ่นย่อยอื่นๆ พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา คอยประเมินสภาพการขับขี่ แล้วสั่งกระจายกำลังลงสู่ล้อคู่หน้า-หลังแบบแปรผันอย่างเหมาะสม ยิ่งช่วยให้การขับขี่มีเสถียรภาพ มั่นคงมั่นใจ

รีวิว Honda CR-V RS 4WD เอสยูวีไฮบริดราคาล้านเจ็ด
ขณะที่ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV การตอบสนองดีตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ที่ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนเพลาล้อเป็นหลัก แถมยังปิดจุดบอดเรื่องอัตราบริโภคน้ำมัน ซึ่งต่างจากรุ่นเก่าๆ เพราะเดิมหากใครเล่นตัวท็อป AWD ต้องยินยอมพร้อมใจเป็นเพื่อนสนิทกับสถานีบริการน้ำมัน อย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
ผมขับ CR-V e:HEV RS 4WD ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสนับสนุนระบบไฮบริด การตอบสนองของอัตราเร่งอยู่ในระดับน่าพอใจ ความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนมีสมดุล ไม่พุ่งหน้าเชิด หรือชะลอเบรกหัวทิ่ม
การขับทางราบยาวๆ วิ่งเส้นทางไกลๆ รุ่นนี้กินน้ำมันประมาณ 16 กม./ลิตร ขณะที่ตัวเลขตามอีโคสติกเกอร์ CR-V e:HEV RS 4WD โหมดเฉลี่ยอยู่ที่ 18.5 กม./ลิตร
Honda CR-V ไมเนอร์เชนจ์ เปิดตัวในไทยปลายปี 2568 ถอดรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ออกจากการทำตลาดไปแล้วนะครับ และขายเฉพาะรุ่นไฮบริด e:HEV ล้วนๆ โดยแบ่งการขายเป็น 5 รุ่นย่อย
E ราคา 1,399,000 บาท
ES ราคา 1,549,000 บาท
HuNT (รุ่นย่อยใหม่) ราคา 1,599,000 บาท
RS 2WD (รุ่นย่อยใหม่) ราคา 1,659,000 บาท
RS 4WD ราคา 1,729,000 บาท
ฮอนด้า ตัดสินใจถอดกล้อง Honda LaneWatch ออกไป(เหมือนที่ทำกับแอคคอร์ด) แล้วติดตั้งระบบเตือนมุมอับสายตาจากรถที่มาด้านข้าง (Blind Spot System) และเตือนเมื่อมีรถผ่านขณะถอยหลัง (CTM) เป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย
ภายในอัปเกรดเป็นหน้าจอ TFT ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 10.2 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อ Google built-in (Google Maps, Assistant, Play) และระบบ Honda CONNECT พร้อม Digital Key ในทุกรุ่นย่อย
ส่วนรุ่น RS (2WD และ 4WD) เปลี่ยนดีไซน์กันชนหน้า-หลัง ชายกันกระแทกข้าง มือจับประตูเป็นสีดำ ภายในมีโลโก้ RS ปักบนหมอนรองศีรษะเบาะนั่งคู่หน้า และก้านพวงมาลัย แถมเบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบระบายอากาศ พร้อมระบบเสียง BOSE ลำโพง 12 ตัว (ให้ตั้งแต่ ES ขึ้นไป)
รวบรัดตัดความ...ฮอนด้า ออโตโมบิล อาจจะกลับมาสู่ยุครุ่งเรืองได้อีกครั้ง เพียงแต่ทุกวันนี้ต้องเปลี่ยนแนวคิดแบบที่เคยทำรถอะไรออกมาก็ได้ เน้นคุมต้นทุน ตั้งราคาตามใจชอบ แล้วจะขายได้เยอะๆ เหมือนในอดีต ซึ่งบริษัทเองยังมีทรัพยากรที่เหลือล้น รถดีๆ พัฒนาออกมาจนได้รับความชื่นชมก็เยอะ เช่นเดียวกับ Honda CR-V e:HEV RS 4WD รุ่นนี้
รีวิว Honda CR-V RS 4WD เอสยูวีไฮบริดราคาล้านเจ็ด