งาน Overload แต่ไม่อยากลาออก

เข้าเรื่องประสบการณ์งานของเรายาวหน่อย มาเล่าให้ฟังและบ่นด้วยแหละ คือ ทำงานที่บริษัทเอกชนมาได้ 1 ปี เป็นบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนไม่นาน
โดยมีนายจ้างเป็นหัวหน้าโดยตรงกับเราในตำแหน่งธุรการซึ่งมีหลายคน ด้วยความในมุมมองของเราเรื่องการบริหารงานที่ได้ร่วมงานมาไม่มีระบบอะไรชัดเจนเลย  รูปแบบและบุคลากรที่ทำงานอยู่ล้าหลังมากๆ เราต้องสอนวิธีการ log in onedrive การใช้สูตรบวกลบในตาราง Excel ให้  เราเป็นไอเด้กที่ค่ดขัดใจ

เราที่เข้ามาเห็นระบบงานเก่าๆ แล้วมันดูล้าสมัย บวกกับเรามีประสบการณ์ทำงานกับทั้งบริษัทเอกชนทั้งเล็ก และบริษัทใหญ่มาก่อน เลยมีองค์ความรู้และความสามารถหลายด้านอยู่มาก เลยมีทั้งเสนอและสนองระบบงานที่นายจ้างต้องการให้เป็น รวมถึงเราเป็นคนที่ *ต้อง* พัฒนาตัวเองตลอดเวลามันเป้น Habit เดิมที่แก้ไม่หาย เหมือนเป็นเรื่องทางจิตใจเพื่อวัดระดับคุณค่าของตัวเองด้วยตัวเอง เลยเป็นเยสแมนมาตลอด

มีการดีลเพื่อร่วมพัฒนางานระบบหลังบ้านให้ดีขึ้น โดยมีฐานเท่าเท่ากับเพื่อนร่วมงานคนนึงที่จะเรียกว่า B ที่รู้ข้อมูลการทำงานทั้งหมดในแบบปัจจุบัน เราก็โอเค งานที่นายจ้างมอบหมายมาคือ เราเซเยสทุกงานเราทำได้และทำสำเร็จ และเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายครั้ง เราก็โอเคแก้ๆ ไป ทำซ้ำๆ ไป

พอเวลาผ่านไปไม่นาน เราทำงานได้เท่ากับ B และมากกว่าในการพัฒนา การทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น ตรวจสอบได้ ผิดพลาดน้อยลง เราต้องเป็นคนสอนในบางงานด้วยซ้ำ หลายอย่างมากเลยที่เราต้องศึกษาความรู้ให้ข้อมูลไป ทั้งเรื่อง กฎหมายแรงงานเอ่ย เรื่องสุขอนามัยเอ่ย แบบเห้ย คนทำงานแบบนี้มาหลายๆ ปีทำไมไม่รู้เรื่องกันเลยหรอ ในที่ประชุมเรามีเสียงมากขึ้น เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ มากขึ้น เพราะต้องการความถูกต้องที่มันควรจะเป็น เช่น เรื่องการบริหารต้นทุน/คน/สินค้า ในมุมมองของเราที่คิดว่าจะช่วยให้บริษัทเดินหน้าและพัฒนาขึ้น จนกลายเป็นยอดมนุษย์ท่านนึงที่ปรึกษาได้ทุกงาน และหัวหน้าเองก็ assign ให้ช่วยวางระบบงานให้คนอื่นแทบทุกเรื่อง รวมถึงงานทั่วๆไป เราก็เยสแมนมาโดยตลอด

อ่านมาถึงตรงนี้คงคิดละสิว่ามีงทำตัวเองรึเปล่า ก็ใช่ค่ะ 1. ขัดใจ  2. อยากให้งานมันง่ายขึ้น ราบรื่นและข้อผิดพลาดลดลง 3. พัฒนาสักทีเหอะ

ต่อ เรามีงานหลักและงานทั่วไปเท่าๆกับ B แต่ที่ต้องควบคู่ไปด้วยคือพัฒนาระบบหลังบ้านอื่นๆด้วย และงานที่ปรึกษาอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย จนกระทั้งเรารู้สึกว่างานเริ่ม overload และรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องมาสักพักนึงและแต่โอเคกับงานโอเคกับทีมนะ เลยเรียกหัวหน้าคุยและแจกแจงหน้าที่ที่รับผิดชอบให้ฟังว่าเริ่มหนักแล้วนะ ไม่งั้นงานพัฒนาระบบหลังบ้านมันจะไม่มีอะไรเสร็จสักอย่างถ้าคุณยังให้งานอื่นเพิ่มอยู่แบบนี้ และความรู้สึกที่เห็นการมอบหมายงานที่ไม่เท่าเทียม และเป็นเดอะแบกให้ทีมมาโดยตลอด หัวหน้าได้คำตอบมาว่า "แล้วทำทำไม ใครให้ทำ เราไปยุ่งเองทำไม" ด้วย nature ของนายจ้างที่เรารู้จักเขามาคือชอบลืมคำพูดตัวเอง ด้วยคำพูดนั้นโมโหมาก เลยมีการยอกย้อนไปหลายดอก เพราะฐานเราเท่า B แต่การที่หัวหน้าพูดมาแบบนี้เราเลยรู้สึกดิ่งเลย เหมือนการที่เราทำงานทุ่มเทตลอดที่ผ่านมา จะทำดีไปทำไม ในเมื่อก็ทำไปวันๆ เหมือน B ก็ได้นี่นา และยิ่งไม่ให้คุณค่างานที่เราทำไปที่ผ่านมานี้ เราไม่พอใจอย่างมาก วันนั้นอยากลบทุกอย่างออกจากคอมทิ้งเลย5555555

และการเรียกคุยอีกครั้งจึงขอตีขอบเขตหัวข้อการทำงานของตัวเองชัดเจน และจะไม่ "ยุ่ง" กับงานส่วนอื่นอีกต่อไป ถ้าพัฒนาระบบจะพัฒนาแค่ส่วนงานที่ตัวเองรับผิดชอบ และก็คอมเพลนเรื่องการมอบหมายงานไม่แฟร์ไปอะแหละ

ตอนนี้สำหรับเราคือมันรู้สึก Burn Out ละ ปกติไปทำงานที่ไหนจะได้การเรียนรู้มาแต่กับที่นี่เรากลับสลับบทบาทเป็นผู้ให้ความรู้แทน เลยแบบเราทำไปทำไม ในเมื่อวันที่บริษัทมันไปไม่รอด ก็ไม่ได้กระทบโดยตรงกับเรานี่ หรือเจริญไปเราก็ไม่ได้อะไรนี่ ที่ผ่านมาเราทำดีไปทำไม เปลี่ยนทำงานไปวันๆ เหมือนที่คนอื่นทำก็ได้นี่ ที่มาตั้งกระทู้นี่ส่วนตัวก็ไม่มีคนระบายด้วยค่ะ และเป็นการปฏิญาติว่าต่อไปนี้จะ Say No for real ละ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่