สารคดีประวัติศาสตร์ B-29 Superfortress เครื่องบินทิ้งระเบิดที่ยุติสงครามโลกครั้งที่ 2

สารคดีประวัติศาสตร์ B-29 Superfortress เครื่องบินทิ้งระเบิดที่ยุติสงครามโลกครั้งที่ 2

1. การเดิมพันที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์
โครงการ B-29 ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างเครื่องบิน แต่เป็นการลงทุนทางการเงินที่สูงที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สอง โดยใช้งบประมาณสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่างบประมาณของโครงการแมนฮัตตันที่ใช้สร้างระเบิดปรมาณูถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่ของอเมริกาเพื่อสร้างอาวุธที่จะมาหยุดยั้งสงครามและหลีกเลี่ยงการสูญเสียจากการบุกขึ้นบกที่ญี่ปุ่น

2. นวัตกรรมที่ก้าวกระโดดและคำถามทางวิศวกรรม
B-29 ถูกออกแบบมาให้เหนือกว่าเครื่องบินรุ่นก่อนหน้าอย่าง B-17 และ Lancaster อย่างไม่เห็นฝุ่น โดยมีนวัตกรรมหลักคือ

ระบบปรับความดันห้องโดยสาร: ใช้ "ระบบสามฟอง" เพื่อให้ลูกเรือบินได้ที่ความสูงกว่า 30,000 ฟุตโดยไม่ต้องใส่หน้ากากออกซิเจน

ระบบป้องกันตัวระยะไกล: ใช้คอมพิวเตอร์ยุคแรกคำนวณการยิงป้อมปืนแทนคน

ปัญหาเครื่องยนต์: แม้จะล้ำสมัย แต่เครื่องยนต์ Wright R-3350 กลับเปราะบางและมักเกิดไฟไหม้บ่อยครั้ง กลายเป็นฝันร้ายของนักบินในช่วงแรก

3. พลังอุตสาหกรรมและการระดมพลทั้งชาติ
การผลิต B-29 แสดงถึงแสนยานุภาพของอเมริกา โดยเปลี่ยนเมืองวิชิตาให้เป็นฐานการผลิตใหญ่ มีการระดมแรงงานที่เป็นแม่บ้านและเกษตรกรมาฝึกอบรมเร่งด่วน 90 วัน เพื่อประกอบชิ้นส่วนเครื่องบินกว่า 60,000 ชิ้นต่อลำ นอกจากนี้รัฐบาลยังสร้างแผนสำรองโดยให้บริษัทคู่แข่งพัฒนาเครื่อง B-32 Dominator ไว้เผื่อกรณี B-29 ล้มเหลว

4. ความล้มเหลวในระยะแรก (ปฏิบัติการแมตเทอร์ฮอร์น)
ช่วงแรก B-29 ประจำการในจีนเพื่อโจมตีญี่ปุ่น แต่กลับล้มเหลวอย่างหนักเนื่องจากปัญหาโลจิสติกส์ การที่ต้องบินขนน้ำมันข้ามเทือกเขาหิมาลัย (The Hump) ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอสูง ภารกิจโจมตีโรงงานเหล็กยาวาตะและการโจมตีสถานีรถไฟบางซื่อในไทยให้ผลลัพธ์ที่น่าผิดหวัง ระเบิดส่วนใหญ่พลาดเป้า จนนำไปสู่การเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการเป็น นายพลเคอร์ติส เลอเมย์

5. จุดเปลี่ยนสู่ยุทธศาสตร์ "พายุไฟ"
นายพลเลอเมย์ตัดสินใจฉีกตำราเดิมทิ้ง โดยเปลี่ยนจากการทิ้งระเบิดแม่นยำสูงในเวลากลางวัน มาเป็นการทิ้งระเบิดเพลิง (Napalm) ในระดับต่ำตอนกลางคืน เพื่อเลี่ยงกระแสลมกรดและใช้จุดอ่อนของเมืองญี่ปุ่นที่สร้างจากไม้ ผลลัพธ์คือเหตุการณ์พายุไฟในโตเกียวเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 1945 ที่คร่าชีวิตคนกว่า 83,000 คน และทำลายเมืองอุตสาหกรรมหลักของญี่ปุ่นจนราบพนาสูร

6. กลุ่มผสมที่ 509 และภารกิจปรมาณู
B-29 เป็นพาหนะเพียงชนิดเดียวที่บรรทุกระเบิดปรมาณูได้ กองทัพจึงตั้งหน่วยลับ "กลุ่มผสมที่ 509" นำโดย พันเอกพอล ทิบเบตส์ ซึ่งต้องฝึกซ้อมการบินหลบหนีท่าพิเศษเพื่อไม่ให้เครื่องบินถูกทำลายจากแรงระเบิดมหาศาล พวกเขาฝึกซ้อมด้วย "ระเบิดฟักทอง" จนชำนาญก่อนได้รับคำสั่งปฏิบัติงานจริง

7. วันพิพากษาและจุดจบของสงคราม
6 สิงหาคม 1945: เครื่อง Enola Gay ทิ้งระเบิด "Little Boy" ลงที่ฮิโรชิมา

9 สิงหาคม 1945: เครื่อง Bockscar ทิ้งระเบิด "Fat Man" ลงที่นางาซากิ (หลังจากเป้าหมายแรกคือโคคุระมีเมฆบัง) การโจมตีทั้งสองครั้งควบคู่กับการระดมทิ้งระเบิดครั้งสุดท้ายกว่า 800 ลำในวันที่ 14 สิงหาคม บีบให้ญี่ปุ่นประกาศยอมจำนนอย่างเป็นทางการในที่สุด

8. มรดกและความซับซ้อนของ B-29
ในด้านหนึ่ง B-29 คือวีรบุรุษที่ยุติสงครามและช่วยชีวิตทหารฝ่ายสัมพันธมิตรนับล้านจากการบุกภาคพื้นดิน อีกด้านหนึ่งมันคือเครื่องจักรสังหารที่นำมนุษยชาติเข้าสู่ยุคปรมาณู อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีจาก B-29 ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการบินพลเรือนและการออกแบบเครื่องบินในยุคต่อมาจนถึงปัจจุบัน

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่