ก่อนอื่นเลยขอแทนชื่อว่าบริษัท A แล้วกันนะครับ ส่วนตำแหน่งงานของน้องเขาผมจะบอกแบบเลี่ยงๆนะครับ
ตัวผมเองเคยอยู่บริษัทนี้มาก่อนและออกจากบริษัท A มาแล้ว
ตอนนี้ที่เจอปัญหาจะเป็นเรื่องของน้องคนนึงที่พึ่งเรียนจบมา แล้วมาเริ่มทำงานที่บริษัท A ครั้งแรก ในตำแหน่งที่ต้องมองหา "อนาคต" ให้กับบริษัท และต้องทดลองงาน 6 เดือน หลังจากใกล้ครบ 6 เดือน น้องเขาก็โดนเปลี่ยนมาเป็นตำแหน่ง ที่ต้องประสานงานกับฝั่งคนทำงานในแผนกวาดรูป ซึ่งต้องเริ่มทดลองงานใหม่ 6 เดือน หลังจากวันนั้นที่ต่อสัญญาใหม่ก็เริ่มชีวิตในนรกครับ
ปัญหาคือน้องมักจะโดนเอาเปรียบเสมอขอเล่าเป็นข้อเลยนะครับ
1. น้องมักจะโดนโยนงานที่ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งของน้องมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานของ HR IT Secretary แต่ก็ไม่ใช่ว่าน้องจะรับมาหมดทุกงานนะครับ มีปฏิเสธไปบ้าง แต่ปัญหานี้ก็ยังเกิดตลอดเวลา ผมก็พยายามช่วยงานน้องเขา ถึงตัวผมเองจะลาออกมาแล้ว
2. น้องเขาต้องทำงานโดยไม่มีวันหยุดเลย บางวันต้องทำงานถึงเช้า ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริหารเคยพูดไว้ว่า ทำงานล่วงเวลาจะไม่มีโอที จะให้สะสมวันลาแทน ช่วงเดือนธันวาคมน้องสะสมวันลาได้ประมาณ 18 วันครับ และน้องเขาจะขอใช้สิทธิ์วันลาทั้งหมด 18 วัน สิ่งที่ได้กลับมาจากผู้บริหารคือ ลาได้แค่ 7 วัน อีก 11 วันที่เหลือไม่มีผลและไม่นับ
เขาให้เหตุผลว่า "ตลอดเวลาที่น้องทำงานล่วงเวลา เขาไม่ทราบ (ทั้งๆที่วันนั้นก็อยู่ในบริษัทด้วยกับน้องเขาจนถึงเที่ยงคืน)
ต่อไปถ้าจะสะสมวันลา ต้องให้เขาอนุมัติก่อน อีกอย่างนึงที่น้องเขาต้องทำงานดึก มันเป็นหน้าที่ของน้องที่ต้องทำงานเพราะงานยังไม่เสร็จ"
โอเค เข้าใจได้ว่าตอนพูดว่าให้สะสมวันลา ครั้งนั้นผู้บริหารบอกเงื่อนไขการสะสมวันลาไม่เคลียร์
สรุปว่า 7 วันที่ลา และช่วงหยุดยาวปีใหม่ น้องก็ต้องทำงานโดยการ WFH ครับ
เรื่องสะสมวันลาทั้ง 18 วัน มีหลักฐานการใช้ Face scan เข้าออกงาน และทำ Time log ยื่นให้ผู้บริหารไปครับ
จริงๆวันลาสะสมเยอะกว่านี้อีกเพราะไม่ได้นับช่วงเวลาที่ Remote ทำงานครับ
3.ตอนนี้ใกล้จะครบ 6 เดือนที่น้องทดลองงาน และ HR มายื่นข้อเสนอให้น้องต่อสัญญาทดลองงานอีก 6 เดือนในตำแหน่งเดิม (น้องเขาให้คำตอบไปว่าขอคิดดูก่อน)
ทั้งหมดเป็นเรื่องที่น้องเขาเล่าให้ผมฟัง คิดว่ายังมีบางเรื่องที่ไม่ได้เล่าให้ผมฟังด้วย และผมเจอมากับตัวเอง อยากจะสอบถามพี่ๆว่า มันเข้าเงื่อนไขการฟ้องกรมแรงงาน บ้างไหมครับ อีกอย่างนึงครับผมมักจะบอกให้น้องเขาลาออกเสมอ แต่ดูเหมือนน้องเขายังไม่เจองานที่ชอบ และยังไม่อยากเป็นคนว่างงาน
แบบนี้เข้าข่ายร้อง กรมแรงงาน ไหม ขอความเห็นหน่อยครับ
ตัวผมเองเคยอยู่บริษัทนี้มาก่อนและออกจากบริษัท A มาแล้ว
ตอนนี้ที่เจอปัญหาจะเป็นเรื่องของน้องคนนึงที่พึ่งเรียนจบมา แล้วมาเริ่มทำงานที่บริษัท A ครั้งแรก ในตำแหน่งที่ต้องมองหา "อนาคต" ให้กับบริษัท และต้องทดลองงาน 6 เดือน หลังจากใกล้ครบ 6 เดือน น้องเขาก็โดนเปลี่ยนมาเป็นตำแหน่ง ที่ต้องประสานงานกับฝั่งคนทำงานในแผนกวาดรูป ซึ่งต้องเริ่มทดลองงานใหม่ 6 เดือน หลังจากวันนั้นที่ต่อสัญญาใหม่ก็เริ่มชีวิตในนรกครับ
ปัญหาคือน้องมักจะโดนเอาเปรียบเสมอขอเล่าเป็นข้อเลยนะครับ
1. น้องมักจะโดนโยนงานที่ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งของน้องมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานของ HR IT Secretary แต่ก็ไม่ใช่ว่าน้องจะรับมาหมดทุกงานนะครับ มีปฏิเสธไปบ้าง แต่ปัญหานี้ก็ยังเกิดตลอดเวลา ผมก็พยายามช่วยงานน้องเขา ถึงตัวผมเองจะลาออกมาแล้ว
2. น้องเขาต้องทำงานโดยไม่มีวันหยุดเลย บางวันต้องทำงานถึงเช้า ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริหารเคยพูดไว้ว่า ทำงานล่วงเวลาจะไม่มีโอที จะให้สะสมวันลาแทน ช่วงเดือนธันวาคมน้องสะสมวันลาได้ประมาณ 18 วันครับ และน้องเขาจะขอใช้สิทธิ์วันลาทั้งหมด 18 วัน สิ่งที่ได้กลับมาจากผู้บริหารคือ ลาได้แค่ 7 วัน อีก 11 วันที่เหลือไม่มีผลและไม่นับ
เขาให้เหตุผลว่า "ตลอดเวลาที่น้องทำงานล่วงเวลา เขาไม่ทราบ (ทั้งๆที่วันนั้นก็อยู่ในบริษัทด้วยกับน้องเขาจนถึงเที่ยงคืน)
ต่อไปถ้าจะสะสมวันลา ต้องให้เขาอนุมัติก่อน อีกอย่างนึงที่น้องเขาต้องทำงานดึก มันเป็นหน้าที่ของน้องที่ต้องทำงานเพราะงานยังไม่เสร็จ"
โอเค เข้าใจได้ว่าตอนพูดว่าให้สะสมวันลา ครั้งนั้นผู้บริหารบอกเงื่อนไขการสะสมวันลาไม่เคลียร์
สรุปว่า 7 วันที่ลา และช่วงหยุดยาวปีใหม่ น้องก็ต้องทำงานโดยการ WFH ครับ
เรื่องสะสมวันลาทั้ง 18 วัน มีหลักฐานการใช้ Face scan เข้าออกงาน และทำ Time log ยื่นให้ผู้บริหารไปครับ
จริงๆวันลาสะสมเยอะกว่านี้อีกเพราะไม่ได้นับช่วงเวลาที่ Remote ทำงานครับ
3.ตอนนี้ใกล้จะครบ 6 เดือนที่น้องทดลองงาน และ HR มายื่นข้อเสนอให้น้องต่อสัญญาทดลองงานอีก 6 เดือนในตำแหน่งเดิม (น้องเขาให้คำตอบไปว่าขอคิดดูก่อน)
ทั้งหมดเป็นเรื่องที่น้องเขาเล่าให้ผมฟัง คิดว่ายังมีบางเรื่องที่ไม่ได้เล่าให้ผมฟังด้วย และผมเจอมากับตัวเอง อยากจะสอบถามพี่ๆว่า มันเข้าเงื่อนไขการฟ้องกรมแรงงาน บ้างไหมครับ อีกอย่างนึงครับผมมักจะบอกให้น้องเขาลาออกเสมอ แต่ดูเหมือนน้องเขายังไม่เจองานที่ชอบ และยังไม่อยากเป็นคนว่างงาน