✨️"กระหล่ำดอกเจดีย์" โครงสร้างทางคณิตศาสตร์ที่แฝงอยู่ในธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์
🥦
#กะหล่ำดอกเจดีย์
(Romanesco Broccoli) เป็นผักที่มีรูปร่างโดดเด่นและสวยงามที่สุดชนิดหนึ่งในตระกูลผักกาด (Brassicaceae) โดยมันเป็นลูกผสมทางสายพันธุ์ระหว่าง กะหล่ำดอก (Cauliflower) และ บรอกโคลี (Broccoli)
🥦ลักษณะเด่นที่น่าสนใจ
โครงสร้างแบบแฟรกทัล (Fractal Geometry) หากสังเกตดูจะพบว่า ดอกตูมเล็กๆ แต่ละดอก จะมีรูปร่างเหมือนกับดอกใหญ่ทั้งดอกเป๊ะๆ และเรียงซ้อนกันเป็นเกลียวตามสัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) ซึ่งหาดูได้ยากมากในพืชทั่วไป
🥦มีสีเขียวอ่อนอมเหลือง (Chartreuse) ซึ่งจะสว่างกว่าบรอกโคลีทั่วไป
🥦รสชาติจะมีความละมุนและหวานกว่ากะหล่ำดอกปกติ มีกลิ่นคล้ายถั่ว และเนื้อสัมผัสจะกรอบแน่น ไม่เละง่าย
ประโยชน์ทางโภชนาการ
กะหล่ำดอกเจดีย์ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังเป็น Superfood อีกด้วย
🥦วิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
🥦ไฟเบอร์สูง ดีต่อระบบขับถ่าย
🥦แคโรทีนอยด์และธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงสายตาและเลือด
🥦สารต้านอนุมูลอิสระ มีสารกลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) ที่ช่วยต้านมะเร็ง
คุณสามารถปรุงกะหล่ำดอกเจดีย์ได้เหมือนกับบรอกโคลีหรือกะหล่ำดอกทั่วไปเลยครับ แต่มีเคล็ดลับเล็กน้อยเพื่อให้ยังคงความสวยงาม
🥦การลวก นึ่ง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาโครงสร้างรูปเจดีย์และสีเขียวสดเอาไว้ (ไม่ควรต้มนานเกินไปเพราะจะทำให้เสียรูปทรง)
🥦การย่าง นำไปคลุกน้ำมันมะกอก เกลือ พริกไทย แล้วเข้าเตาอบ จะดึงรสหวานและกลิ่นคล้ายถั่วออกมาได้ดีมาก
🥦ใส่ในเมนูผัดผักรวมมิตร หรือผัดน้ำมันหอยก็อร่อยและดูหรูหราขึ้นมาทันที
📢เกร็ดน่ารู้
แม้จะชื่อ Romanesco (จากกรุงโรม ประเทศอิตาลี) แต่พืชชนิดนี้ถูกบันทึกไว้ครั้งแรกตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 และปัจจุบันกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมในร้านอาหาร Fine Dining ทั่วโลก
The Earth
✨️"กระหล่ำดอกเจดีย์" โครงสร้างทางคณิตศาสตร์ที่แฝงอยู่ในธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์ 🥦
🥦
#กะหล่ำดอกเจดีย์
(Romanesco Broccoli) เป็นผักที่มีรูปร่างโดดเด่นและสวยงามที่สุดชนิดหนึ่งในตระกูลผักกาด (Brassicaceae) โดยมันเป็นลูกผสมทางสายพันธุ์ระหว่าง กะหล่ำดอก (Cauliflower) และ บรอกโคลี (Broccoli)
🥦ลักษณะเด่นที่น่าสนใจ
โครงสร้างแบบแฟรกทัล (Fractal Geometry) หากสังเกตดูจะพบว่า ดอกตูมเล็กๆ แต่ละดอก จะมีรูปร่างเหมือนกับดอกใหญ่ทั้งดอกเป๊ะๆ และเรียงซ้อนกันเป็นเกลียวตามสัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) ซึ่งหาดูได้ยากมากในพืชทั่วไป
🥦มีสีเขียวอ่อนอมเหลือง (Chartreuse) ซึ่งจะสว่างกว่าบรอกโคลีทั่วไป
🥦รสชาติจะมีความละมุนและหวานกว่ากะหล่ำดอกปกติ มีกลิ่นคล้ายถั่ว และเนื้อสัมผัสจะกรอบแน่น ไม่เละง่าย
ประโยชน์ทางโภชนาการ
กะหล่ำดอกเจดีย์ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังเป็น Superfood อีกด้วย
🥦วิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
🥦ไฟเบอร์สูง ดีต่อระบบขับถ่าย
🥦แคโรทีนอยด์และธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงสายตาและเลือด
🥦สารต้านอนุมูลอิสระ มีสารกลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) ที่ช่วยต้านมะเร็ง
คุณสามารถปรุงกะหล่ำดอกเจดีย์ได้เหมือนกับบรอกโคลีหรือกะหล่ำดอกทั่วไปเลยครับ แต่มีเคล็ดลับเล็กน้อยเพื่อให้ยังคงความสวยงาม
🥦การลวก นึ่ง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาโครงสร้างรูปเจดีย์และสีเขียวสดเอาไว้ (ไม่ควรต้มนานเกินไปเพราะจะทำให้เสียรูปทรง)
🥦การย่าง นำไปคลุกน้ำมันมะกอก เกลือ พริกไทย แล้วเข้าเตาอบ จะดึงรสหวานและกลิ่นคล้ายถั่วออกมาได้ดีมาก
🥦ใส่ในเมนูผัดผักรวมมิตร หรือผัดน้ำมันหอยก็อร่อยและดูหรูหราขึ้นมาทันที
📢เกร็ดน่ารู้
แม้จะชื่อ Romanesco (จากกรุงโรม ประเทศอิตาลี) แต่พืชชนิดนี้ถูกบันทึกไว้ครั้งแรกตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 และปัจจุบันกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมในร้านอาหาร Fine Dining ทั่วโลก
The Earth