หนังสือวรรณกรรมชิ้นสุดท้าย ของนักเขียนนามปากา
“ดอกไม้สด” หรือ หม่อมหลวงบุปผา นิมมานเหมินท์
ภายในเล่มประกอบด้วยสองเรื่อง เรื่องแรกท่านนักเขียนไม่ได้ตั้งชื่อเรื่องทิ้งเอาไว้ ทางสำนักพิมพ์เลยเรียกกันว่าวรรณกรรมชิ้นสุดท้าย เรื่องที่สองเป็นบทละครเรื่องเจ้าแม่เสือ
เอาละแต่กระทู้นี้เราจะมาว่ากันถึงเรื่องวรรณกรรมชิ้นสุดท้าย อย่างที่บอกว่าท่านนักเขียนไม่ได้ทิ้งชื่อเรื่องเอาไว้ให้ เลยใช้ชื่อวรรณกรรมชิ้นสุดท้ายแทน
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านนักเขียน เขียนไม่จบเรื่อง อันเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพ จนต้องพักรักษาตัวจนสุดท้ายท่านก็ได้จากโลกนี้ไป ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นที่สุดสำหรับแฟนคลับอย่างเจ้าของกระทู้เอง😭
ที่นี้ก็จะมารีวิวความรู้สึกหลังอ่านกันค่ะ
เมื่อได้อ่านเรื่องนี้แล้วก็รู้ได้ว่าทันทีว่าเป็นเรื่องต่อจากนิยายนี้แหละโลก ตัวละครต่างๆเป็นตัวละครชุดเดียวกัน แต่จากความรู้สึกส่วนตัวที่ได้อ่านเรื่องนี่แหละโลกกับวรรณกรรมชิ้นสุดท้าย เจ้าของกระทู้กลับรู้สึว่าเป็นคนละฟิวกันเลยหรือเรียกง่ายๆว่าหนังคนละม้วน คือเรื่องนี้แหละโลกเป็นนิยายแบบที่ท่านเคยได้เขียนผ่านๆมาแล้ว คือมีความเป็นวิถีชีวิตของคนรวย คนชนชั้นคุณพระ คุณหลวง วันๆผู้หญิงก็จะคิดแต่เรื่องความรัก การแต่งตัว การเที่ยว ฉากหลังก็ไม่พ้นบ้านหลังใหญ่ ที่ทำงานกระทรวงต่างๆ สโมสร โรงหนัง หรือเป็นการเที่ยวตามหัวเมือง ต่างกับเรื่องวรรณกรรมชิ้นสุดท้ายซึ่งเป็นนิยายที่เขียนเน้นบรรยายถึงเหตุการบ้านเมืองผ่านสายตาตัวละครชนชั้นสูง เช่น สมัยสงครามโลกครั้งที่2 เหตุการญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก การทิ้งระเบิดในพระนคร การประท้วงของนักศึกษามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเรื่องของการเรียกคืนดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงซึ่งตอนนี้ว้าวจริงๆไม่คิดว่าตัวละครของท่านจะมาถึงขั้นการเห็นคนเดินขบวน มีการพูดถึงจังหวัดพิบูลสงคราม หรือแม้แต่การแซะเรื่องการปกครองสมัยจอมพล ป. ในเรื่องของการสวมหมวกและนโยบายเพิ่มจำนวนประชากร คือตอนอ่านนี้ว้าวมากไม่คิดว่านักเขียนท่านจะเขียนอะไรแบบนี้ตรงๆ เพราะในฐานะแฟนคลับที่เคยอ่านงานท่านมาเยอะมันต่างจากเรื่องอื่นๆมากจริงๆ หรืออาจเป็นเพราะท่านเขียนอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างการปกครองจากเจ้ามาสู่ราษฎรและช่วงของการเมืองที่ร้อนแรงตรงนั้นก็อาจเป็นไปได้ด้วย จึงทำให้ตัวละครที่ท่านเขียนมีความใกล้ชิดกับชีวิตจริงในสมัยนั้นมากกว่าเรื่องอื่นๆที่ผ่านมา ให้ความรู้สึกว่าตัวละครเป็นคนจริงๆมีความรู้สึกกลัวต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เห็นได้ชัดเลยคือตัวละครฝ่ายชายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นราชการทำงานอยู่ในกรมกองต่างๆ ทำให้เราเห็นว่าคนในฐานะเช่นนั้นก็มีความกลัวต่อการมาของญี่ปุ่นมากๆ ถึงขั้นน้ำตาตกเลยทีเดียวเพราะข่าวที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกนั้นเอง
อย่างไรก็ตามนิยายเรื่องนี้ก็ไม่ได้เขียนจนจบเรื่องจึงไม่รู้ว่าตอนจบของเรื่องเป็นอย่างไรเพราะผู้เขียนได้หยุดเขียนเสียก่อน แต่สิ่งที่รู้สึกเสียดายมากๆก็คือเป็นนิยายที่พูดถึงเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สองและเหตุการณ์การเมืองในสมัยของจอมพล ป. ที่อ่านสนุกอีกหนึ่งเรื่อง และได้เห็นวิถีชีวิตของคนในสมัยที่เกิดสงครามว่าเขาใช้ชีวิตกันอย่างไรหรือมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และตัวละครมีการรับมือต่อเหตุการณ์อย่างไร กำลังดำเนินเรื่องถึงตอนที่มีการทิ้งระเบิดรอบแรกในกรุงเทพพอดี ค้างสุดๆ ร้องได้คำเดียวว่าเสียดายที่เขียนไม่จบ😭😭
วรรณกรรมชิ้นสุดท้าย นวนิยายที่เขียนไม่จบเรื่อง ของดอกไม้สด
ภายในเล่มประกอบด้วยสองเรื่อง เรื่องแรกท่านนักเขียนไม่ได้ตั้งชื่อเรื่องทิ้งเอาไว้ ทางสำนักพิมพ์เลยเรียกกันว่าวรรณกรรมชิ้นสุดท้าย เรื่องที่สองเป็นบทละครเรื่องเจ้าแม่เสือ
เอาละแต่กระทู้นี้เราจะมาว่ากันถึงเรื่องวรรณกรรมชิ้นสุดท้าย อย่างที่บอกว่าท่านนักเขียนไม่ได้ทิ้งชื่อเรื่องเอาไว้ให้ เลยใช้ชื่อวรรณกรรมชิ้นสุดท้ายแทน
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านนักเขียน เขียนไม่จบเรื่อง อันเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพ จนต้องพักรักษาตัวจนสุดท้ายท่านก็ได้จากโลกนี้ไป ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นที่สุดสำหรับแฟนคลับอย่างเจ้าของกระทู้เอง😭
ที่นี้ก็จะมารีวิวความรู้สึกหลังอ่านกันค่ะ
เมื่อได้อ่านเรื่องนี้แล้วก็รู้ได้ว่าทันทีว่าเป็นเรื่องต่อจากนิยายนี้แหละโลก ตัวละครต่างๆเป็นตัวละครชุดเดียวกัน แต่จากความรู้สึกส่วนตัวที่ได้อ่านเรื่องนี่แหละโลกกับวรรณกรรมชิ้นสุดท้าย เจ้าของกระทู้กลับรู้สึว่าเป็นคนละฟิวกันเลยหรือเรียกง่ายๆว่าหนังคนละม้วน คือเรื่องนี้แหละโลกเป็นนิยายแบบที่ท่านเคยได้เขียนผ่านๆมาแล้ว คือมีความเป็นวิถีชีวิตของคนรวย คนชนชั้นคุณพระ คุณหลวง วันๆผู้หญิงก็จะคิดแต่เรื่องความรัก การแต่งตัว การเที่ยว ฉากหลังก็ไม่พ้นบ้านหลังใหญ่ ที่ทำงานกระทรวงต่างๆ สโมสร โรงหนัง หรือเป็นการเที่ยวตามหัวเมือง ต่างกับเรื่องวรรณกรรมชิ้นสุดท้ายซึ่งเป็นนิยายที่เขียนเน้นบรรยายถึงเหตุการบ้านเมืองผ่านสายตาตัวละครชนชั้นสูง เช่น สมัยสงครามโลกครั้งที่2 เหตุการญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก การทิ้งระเบิดในพระนคร การประท้วงของนักศึกษามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเรื่องของการเรียกคืนดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงซึ่งตอนนี้ว้าวจริงๆไม่คิดว่าตัวละครของท่านจะมาถึงขั้นการเห็นคนเดินขบวน มีการพูดถึงจังหวัดพิบูลสงคราม หรือแม้แต่การแซะเรื่องการปกครองสมัยจอมพล ป. ในเรื่องของการสวมหมวกและนโยบายเพิ่มจำนวนประชากร คือตอนอ่านนี้ว้าวมากไม่คิดว่านักเขียนท่านจะเขียนอะไรแบบนี้ตรงๆ เพราะในฐานะแฟนคลับที่เคยอ่านงานท่านมาเยอะมันต่างจากเรื่องอื่นๆมากจริงๆ หรืออาจเป็นเพราะท่านเขียนอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างการปกครองจากเจ้ามาสู่ราษฎรและช่วงของการเมืองที่ร้อนแรงตรงนั้นก็อาจเป็นไปได้ด้วย จึงทำให้ตัวละครที่ท่านเขียนมีความใกล้ชิดกับชีวิตจริงในสมัยนั้นมากกว่าเรื่องอื่นๆที่ผ่านมา ให้ความรู้สึกว่าตัวละครเป็นคนจริงๆมีความรู้สึกกลัวต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เห็นได้ชัดเลยคือตัวละครฝ่ายชายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นราชการทำงานอยู่ในกรมกองต่างๆ ทำให้เราเห็นว่าคนในฐานะเช่นนั้นก็มีความกลัวต่อการมาของญี่ปุ่นมากๆ ถึงขั้นน้ำตาตกเลยทีเดียวเพราะข่าวที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกนั้นเอง
อย่างไรก็ตามนิยายเรื่องนี้ก็ไม่ได้เขียนจนจบเรื่องจึงไม่รู้ว่าตอนจบของเรื่องเป็นอย่างไรเพราะผู้เขียนได้หยุดเขียนเสียก่อน แต่สิ่งที่รู้สึกเสียดายมากๆก็คือเป็นนิยายที่พูดถึงเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สองและเหตุการณ์การเมืองในสมัยของจอมพล ป. ที่อ่านสนุกอีกหนึ่งเรื่อง และได้เห็นวิถีชีวิตของคนในสมัยที่เกิดสงครามว่าเขาใช้ชีวิตกันอย่างไรหรือมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และตัวละครมีการรับมือต่อเหตุการณ์อย่างไร กำลังดำเนินเรื่องถึงตอนที่มีการทิ้งระเบิดรอบแรกในกรุงเทพพอดี ค้างสุดๆ ร้องได้คำเดียวว่าเสียดายที่เขียนไม่จบ😭😭