(3) THE LONG "I"
เข้าสู่วันที่ 5 ของการเรียน Phonics เรามาดูเสียงสระตัวที่สามคือ “
The Long I” หรือ “
สระอาย”
✅ อันดับแรกขอโน้ตไว้ก่อนเลยว่าในภาษาอังกฤษแท้จริงแล้วไม่มี “สระไอ” แต่มีแค่ "สระอาย" ครับ เพราะสระตัวนี้ในภาษาอังกฤษมันเป็น “สระประสม” (diphthong) ระหว่าง “อา” กับ “อิ”
(เราลองพูด อา-อิ / อา-อิ / อา-อิ เร็ว ๆ มันก็จะกลายเป็น “อาย”)
แต่ที่ “หู” ของเราได้ยินเป็นสระไอ เช่นในคำว่า
site, right, pipe, bike, knife, price นั้นก็เพราะว่าเวลา “สระอาย” มันถูกต่อท้ายด้วยตัวสะกดอย่าง -t, -p, -f, -s (-ce) มันจะถูก “กักเสียง” ให้สั้นลง
ลองเปรียบเทียบระหว่างคำว่า 👉🏻
Ride กับ
Right หากให้ native speaker ออกเสียงให้ฟัง คำแรกจะอ่านว่า “รายดฺ” และคำที่สองจะอ่านว่า “ไรทฺ” (โดยเฉพาะในสำเนียงอเมริกันเราจะได้ยินความแตกต่างชัดเจนมาก แต่ในสำเนียงอังกฤษส่วนมากจะยังเป็นสระอายทั้งคู่)
. . . . .
ลองดูตัวอย่างคู่คำศัพท์กลุ่มนี้เพิ่มเติม
👉🏻 “
Hide” (ฮายดฺ) vs “
Height” (ไฮทฺ)
👉🏻 “
Side” (ซายดฺ) vs “
Sight” (ไซทฺ)
👉🏻 “
Prize” (พรายซฺ) vs “
Price” (ไพรสฺ)
👉🏻 “
Live” (ลายฟฺ) vs “
Life” (ไลฟฺ)
👉🏻 “
Wide” (วายดฺ) vs “
White” (ไวทฺ)
👉🏻 “
Eyes” (อายซฺ) vs “
Ice” (ไอสฺ)
(เราเรียกคู่คำศัพท์แบบนี้ว่า “
minimal pair“ หรือคู่คำศัพท์ที่ต่างกันแค่หนึ่งเสียง (ในกรณีนี้คือเสียงพยัญชนะท้าย) และความหมายเปลี่ยน ***แม้ตัวสะกดจะต่างกันพอสมควร แต่ถ้าดูในระดับเสียงจริง ๆ มันต่างกันแค่เสียงเดียวคือเสียงพยัญชนะท้าย***)
และคู่คำศัพท์กลุ่มนี้
👉🏻 “
Nine” (นายนฺ) vs “
Nice” (ไนสฺ)
👉🏻 “
Wine” (วายนฺ) vs “
Wise” (ไวสฺ)
👉🏻 “
Mine” (มายนฺ) vs “
Mice” (ไมสฺ)
(กลุ่มนี้อาจจะไม่ใช่ minimal pair เสียทีเดียว แต่มันก็แสดงให้เห็นเช่นกันว่าพอเปลี่ยนเสียงพยัญชนะท้าย ความสั้น-ยาวของสระอายก็เปลี่ยนไป)
📌 📌📌 ใจความคำสัญคือ... ในทั้งสองกลุ่มนี้ (Ride, Side, Nine vs Right, Site, Nice) แม้ฟังดูแล้วจะออกเสียงสระต่างกัน (อาย vs ไอ) ซึ่งมันก็ออกต่างกันจริง ๆ นั่นแหละเพราะได้รับผลกระทบจากพยัญชนะท้าย แต่ให้เราเข้าใจว่าแท้จริงแล้วมันคือสระเดียวกันคือ “The Long I” ที่เรากำลังจะศึกษากันในวันนี้นั่นเองครับ
_______________
Tip: ตอนนี้ให้เราคิดง่าย ๆ ว่า... หากสระอายมันตามด้วย “voiced consonants” (เช่น -d, -z, -v, รวมไปถึง -b, -g, -l, -m, -n) มันจะออกเสียงยาวหน่อย (อาย) แต่หากมันตามด้วย “unvoiced consonants” (เช่น -t, -s, -f รวมไปถึง -p, -k, -sh, -ch) สระจะถูกลดเสียงลดหรือถูกกักเสียงไว้ มันเลยฟังดูเหมือน "ไอ"
สำหรับเรื่องเหล่านี้ (voiced vs unvoiced consonants และ vowel reduction) ผมจะพาศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต (ไม่ต้องห่วงและไม่ต้องรีบครับ เดี๋ยวจบเรื่อง Phonics ซึ่งอาจจะใช้เวลาอีกสักพัก ผมจะเขียนเรื่อง Phonetics ต่อให้เราเข้าใจแบบละเอียดเลย)
โอเค วันนี้แค่เกริ่นก็ยาวหน่อย มาเข้าสู่สระตัวที่สามของเราดีกว่า
______________
สระอาย (The long I) มีตัวสระกดหลักอยู่ 3 แบบ
👉🏻 “
-i” (รวมถึง “
i_e”) เช่น hi, kind, wild, nice, fine
👉🏻 “
-ie” เช่น lie, die, pie, flies, variety
👉🏻 “
-y” (รวมถึง “
-uy” “
y_e” และ “
-ye”) เช่น my, try, apply, style, buy, guy, bye, dye, eye
ส่วนที่เจอไม่บ่อย แต่ก็จัดอยู่ในตัวสะกดของสระอายก็มีอีก 3 แบบ
👉🏻 “
-igh”(รวมถึง
-ign) เช่น high, sigh, might, light และ sign, align, design
👉🏻 “
-ai” เช่น aisle, Mai Tai, samurai
*Mai Tai คือชื่อ cocktail ชนิดหนึ่ง
👉🏻 “-
ei” เช่น height, neither, either
______________
สำหรับข้อยกเว้น หากย้อนกลับไปดูสระเอ (Long A) และสระอี (Long E) ที่ผ่านมา เราจะพบตัวสะกดที่ทับซ้อนกันอยู่หลายตัว
📌 ที่ทับซ้อนกับ Long A
—>
-ai ที่เป็นสระเอ (wait, faith, maid)
—>
-ei ที่เป็นสระเอ (weight, eight, freight)
📌 ที่ทับซ้อนกับ Long E (มีเยอะเลย)
—>
-i ที่เป็นสระอี (ski, police, machine)
—>
-ie, -ei ที่เป็นสระอี (receive, thief, seize และ neither, either ในสำเนียงอเมริกัน)
—>
-y ที่เป็นสระอี (party, bunny, busy)
✅ แต่ตัวสะกดที่ “ซื่อสัตย์” ต่อ the long i ได้แก่ -ye และ -igh ที่มักจะเป็นสระอายเสมอ รวมถึง i_e ที่เอาจริงก็จัดว่าซื่อสัตย์ต่อสระอายพอสมควรเลย
ไว้เราจะมาดูข้อยกเว้นของ The Long I แบบเน้น ๆ กันในวันถัดไปครับ
_______________
"รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน"
JGC. ✌🏻🇬🇧
[DAY: 05] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง
เข้าสู่วันที่ 5 ของการเรียน Phonics เรามาดูเสียงสระตัวที่สามคือ “The Long I” หรือ “สระอาย”
✅ อันดับแรกขอโน้ตไว้ก่อนเลยว่าในภาษาอังกฤษแท้จริงแล้วไม่มี “สระไอ” แต่มีแค่ "สระอาย" ครับ เพราะสระตัวนี้ในภาษาอังกฤษมันเป็น “สระประสม” (diphthong) ระหว่าง “อา” กับ “อิ”
(เราลองพูด อา-อิ / อา-อิ / อา-อิ เร็ว ๆ มันก็จะกลายเป็น “อาย”)
แต่ที่ “หู” ของเราได้ยินเป็นสระไอ เช่นในคำว่า site, right, pipe, bike, knife, price นั้นก็เพราะว่าเวลา “สระอาย” มันถูกต่อท้ายด้วยตัวสะกดอย่าง -t, -p, -f, -s (-ce) มันจะถูก “กักเสียง” ให้สั้นลง
ลองเปรียบเทียบระหว่างคำว่า 👉🏻 Ride กับ Right หากให้ native speaker ออกเสียงให้ฟัง คำแรกจะอ่านว่า “รายดฺ” และคำที่สองจะอ่านว่า “ไรทฺ” (โดยเฉพาะในสำเนียงอเมริกันเราจะได้ยินความแตกต่างชัดเจนมาก แต่ในสำเนียงอังกฤษส่วนมากจะยังเป็นสระอายทั้งคู่)
. . . . .
ลองดูตัวอย่างคู่คำศัพท์กลุ่มนี้เพิ่มเติม
👉🏻 “Hide” (ฮายดฺ) vs “Height” (ไฮทฺ)
👉🏻 “Side” (ซายดฺ) vs “Sight” (ไซทฺ)
👉🏻 “Prize” (พรายซฺ) vs “Price” (ไพรสฺ)
👉🏻 “Live” (ลายฟฺ) vs “Life” (ไลฟฺ)
👉🏻 “Wide” (วายดฺ) vs “White” (ไวทฺ)
👉🏻 “Eyes” (อายซฺ) vs “Ice” (ไอสฺ)
(เราเรียกคู่คำศัพท์แบบนี้ว่า “minimal pair“ หรือคู่คำศัพท์ที่ต่างกันแค่หนึ่งเสียง (ในกรณีนี้คือเสียงพยัญชนะท้าย) และความหมายเปลี่ยน ***แม้ตัวสะกดจะต่างกันพอสมควร แต่ถ้าดูในระดับเสียงจริง ๆ มันต่างกันแค่เสียงเดียวคือเสียงพยัญชนะท้าย***)
และคู่คำศัพท์กลุ่มนี้
👉🏻 “Nine” (นายนฺ) vs “Nice” (ไนสฺ)
👉🏻 “Wine” (วายนฺ) vs “Wise” (ไวสฺ)
👉🏻 “Mine” (มายนฺ) vs “Mice” (ไมสฺ)
(กลุ่มนี้อาจจะไม่ใช่ minimal pair เสียทีเดียว แต่มันก็แสดงให้เห็นเช่นกันว่าพอเปลี่ยนเสียงพยัญชนะท้าย ความสั้น-ยาวของสระอายก็เปลี่ยนไป)
📌 📌📌 ใจความคำสัญคือ... ในทั้งสองกลุ่มนี้ (Ride, Side, Nine vs Right, Site, Nice) แม้ฟังดูแล้วจะออกเสียงสระต่างกัน (อาย vs ไอ) ซึ่งมันก็ออกต่างกันจริง ๆ นั่นแหละเพราะได้รับผลกระทบจากพยัญชนะท้าย แต่ให้เราเข้าใจว่าแท้จริงแล้วมันคือสระเดียวกันคือ “The Long I” ที่เรากำลังจะศึกษากันในวันนี้นั่นเองครับ
_______________
Tip: ตอนนี้ให้เราคิดง่าย ๆ ว่า... หากสระอายมันตามด้วย “voiced consonants” (เช่น -d, -z, -v, รวมไปถึง -b, -g, -l, -m, -n) มันจะออกเสียงยาวหน่อย (อาย) แต่หากมันตามด้วย “unvoiced consonants” (เช่น -t, -s, -f รวมไปถึง -p, -k, -sh, -ch) สระจะถูกลดเสียงลดหรือถูกกักเสียงไว้ มันเลยฟังดูเหมือน "ไอ"
สำหรับเรื่องเหล่านี้ (voiced vs unvoiced consonants และ vowel reduction) ผมจะพาศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต (ไม่ต้องห่วงและไม่ต้องรีบครับ เดี๋ยวจบเรื่อง Phonics ซึ่งอาจจะใช้เวลาอีกสักพัก ผมจะเขียนเรื่อง Phonetics ต่อให้เราเข้าใจแบบละเอียดเลย)
โอเค วันนี้แค่เกริ่นก็ยาวหน่อย มาเข้าสู่สระตัวที่สามของเราดีกว่า
______________
สระอาย (The long I) มีตัวสระกดหลักอยู่ 3 แบบ
👉🏻 “-i” (รวมถึง “i_e”) เช่น hi, kind, wild, nice, fine
👉🏻 “-ie” เช่น lie, die, pie, flies, variety
👉🏻 “-y” (รวมถึง “-uy” “y_e” และ “-ye”) เช่น my, try, apply, style, buy, guy, bye, dye, eye
ส่วนที่เจอไม่บ่อย แต่ก็จัดอยู่ในตัวสะกดของสระอายก็มีอีก 3 แบบ
👉🏻 “-igh”(รวมถึง -ign) เช่น high, sigh, might, light และ sign, align, design
👉🏻 “-ai” เช่น aisle, Mai Tai, samurai
*Mai Tai คือชื่อ cocktail ชนิดหนึ่ง
👉🏻 “-ei” เช่น height, neither, either
______________
สำหรับข้อยกเว้น หากย้อนกลับไปดูสระเอ (Long A) และสระอี (Long E) ที่ผ่านมา เราจะพบตัวสะกดที่ทับซ้อนกันอยู่หลายตัว
📌 ที่ทับซ้อนกับ Long A
—> -ai ที่เป็นสระเอ (wait, faith, maid)
—> -ei ที่เป็นสระเอ (weight, eight, freight)
📌 ที่ทับซ้อนกับ Long E (มีเยอะเลย)
—> -i ที่เป็นสระอี (ski, police, machine)
—> -ie, -ei ที่เป็นสระอี (receive, thief, seize และ neither, either ในสำเนียงอเมริกัน)
—> -y ที่เป็นสระอี (party, bunny, busy)
✅ แต่ตัวสะกดที่ “ซื่อสัตย์” ต่อ the long i ได้แก่ -ye และ -igh ที่มักจะเป็นสระอายเสมอ รวมถึง i_e ที่เอาจริงก็จัดว่าซื่อสัตย์ต่อสระอายพอสมควรเลย
ไว้เราจะมาดูข้อยกเว้นของ The Long I แบบเน้น ๆ กันในวันถัดไปครับ
_______________
"รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน"
JGC. ✌🏻🇬🇧