ไอซ์ รักชนก ลงพื้นที่บางใหญ่ ชูนโยบายคนละครึ่งพลัส บวกหวยใบเสร็จ เจอหญิงชูกระดาษ มารอด่า
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5542322
.

.
ไอซ์ รักชนก ลงพื้นที่บางใหญ่ ชูนโยบายคนละครึ่งพลัส บวกหวยใบเสร็จ เจอหญิงชูกระดาษ มารอด่า
.
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 9 มกราคม 69 น.ส.
รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน พร้อมทีมงานลงพื้นที่ตลาดบีบี อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมด้วยนายสุทัศน์ มีศิริ ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 6 เพื่อแจกแผ่นพับหาเสียง
.
บรรยากาศการเดินหาเสียงของ น.ส.
รักชนก ได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาด และประชาชนที่มาเดินซื้อของในตลาด นอกจากนี้ยังมีหญิงสูงอายุรายหนึ่งมายืนชูกระดาษ A4 เขียนข้อความ “
มารอด่า” แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์ปะทะคารมเกิดขึ้น
.
โดย น.ส.
รักชนก ได้ชูนโยบายของพรรคประชาชน ในเรื่อง คนละครึ่งพลัส บวกหวยใบเสร็จ โดย น.ส.รักชนก อธิบายว่า โครงการดังกล่าวจะทำให้มีแต้มต่อเอสเอ็มอี กับร้านในห้างใหญ่ เช่น คนซื้อของครบ 500 บาท จะได้หวยหนึ่งใบ คนขายของได้ 5,000 บาท ก็จะได้หวยหนึ่งใบเช่นกัน ถ้าขายได้ 10,000 บาท ก็เอาไปสองใบ คนซื้อ 1,000 บาท ก็เอาไปสองใบ โดยมีการออกรางวัลเดือนละสองครั้ง มีรางวัลเป็นเงินตอบแทนที่คุ้มค่า
.
“
ปกติแล้วพวกเอสเอ็มอี ตัวเล็กตัวน้อยเวลาเดือดร้อนจะกู้กับธนาคาร เขาก็จะขอดูฐานะการเงิน ขอดูสเตทเม้น อ้างโน่น อ้างนี่ แล้วก็ไม่ให้กู้ จึงต้องไปกู้นอกระบบ ถ้าท่านใดเข้าโครงการนี้แล้ว มีเรกคอร์ดการซื้อขายผ่านแอปกระเป๋าตังค์ ก็ให้กู้เงินด่วนในแอปกระเป๋าตังค์ได้เลย แล้วรัฐค้ำประกันให้”
.
หลังใช้เวลาเดินหาเสียงพบปะชาวบ้านประมาณ 1.30 ชั่วโมง จากนั้นก็ได้เดินทางต่อไปที่ตลาดสมบัติบุรี อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
.
.
ปิยบุตร ลุยอุดรฯ ชี้ คนรุ่นใหม่ยังหนุนปชน.เชื่อชูวิทย์ เป็นกัลยาณมิตร วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นเรื่องปกติ
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5542270
.
ปิยบุตร ลุยอุดรฯ ชี้ คนรุ่นใหม่ยังหนุนปชน.เชื่อชูวิทย์ เป็นกัลยาณมิตร วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นเรื่องปกติ
.
เมื่อวันที่ 9 มกราคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ อดีตเลขาธิการพรรคพรรคอนาคตใหม่ ในนามผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน(ปชน.) ได้ลงพื้นที่ปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน จ.อุดรธานี โดยลงพื้นที่ตลอดทั้งวัน จุดแรก วิทยาลัยอิสานเหนือ อ.กุมภวาปี จุดที่สอง วัดจอมศรี ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จุดที่สาม วิทยาลัยอิสานเหนือ ต.กุดสระ อ.เมือง จุดที่สี่ วัดสว่างอารมณ์ ต.คอนสาย อ.กู่แก้ว และปิดท้ายด้วยการขึ้นรถแห่ในเขต ทน.อุดรธานี และปราศรัยย่อยที่บริเวณสะพานปลา สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม
.
จุดแรกคือเวทีวิทยาลัยอิสานเหนือ ต.กุดสระ อ.เมือง บรรยากาศเป็นไปด้วยคึกคัก มีคณะผู้บริหาร อาจารย์ และนักศึกษา ประมาณ 500 คน มาเข้าร่วมรับฟังการปราศรัย ผู้ช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.จากเขต 2 และเขต 3 ได้สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย เรียกเสียงเฮและเสียงตบมือเป็นระยะ จากนั้นปิดท้ายด้วยการปราศรัยของนายปิยบุตร และถามตอบปัญหากับนักศึกษาอย่างเป็นกันเอง
.
นาย
ปิยบุตร กล่าวว่า ระบบรัฐสภา มีรัฐบาล มีสภา และศาล เราเลือกผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. เพื่อเข้าไปยังสภาผู้แทนราษฎร เข้าไปทำหน้าที่ตรากฎหมาย เพื่อนำไปใช้กับคนทั้งประเทศ เพราะกฎหมายมาจากประชาชน โยผู้แทนราษฎร ที่พี่ประชาชน เลือกเข้าไปทำหน้าที่ ส่วนรัฐบาลทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด เพราะการเลือกตั้งนี้สำคัญ เลือกส.ส. 500 คน เพื่อไปเลือกนายกรัฐมนตรี ไปตั้งรัฐบาล ไม่มีส.ว. เข้ามาร่วมอีกแล้ว ส่วนเรื่องการศึกษาไม่กี่พรรค ที่พูดในเรื่องนี้เกี่ยวกับอาชีวะศึกษา แต่หลักคิดของพรรค ต้องการศึกษาของอาชีวะศึกษา ให้เป็นหลักของประเทศให้ได้ ที่ผ่านมาอะไรก็ไปสนับสนุนสายสามัญหมด ส่วนอาชีวะศึกษาเอาไว้ที่หลัง
สำหรับที่ผ่านมาอาชีวะศึกษา ผลิตคนสำคัญออกไป แรงงานสำคัญออกไป ผลิตช่างมากฝีมือออกไป สิ่งที่น้องๆเรียนอยู่นั้นเป็นวิชาติดตัว สามารถนำไปใช้ได้ตลอดเวลา โดยพรรคมีนบาย ในการปฏิรูป อาชีวะศึกษายกระดับให้เป็นเรื่องหลัก อย่างเช่น ในการ ทวิภาคี ระบบการศึกษาที่สถานศึกษาและสถานประกอบการร่วมมือกัน เพื่อต่อยอดเข้าไปทำงานได้เลย หากต่างคนต่างทำงาน สถานผู้ประกอบการจะเลือกเอาหัวกะทิจากสถานบันศึกษาไป แต่หากเราทำได้ทั่วประเทศทุกสถานศึกษากับสถานประกอบการ จะเป็นเรื่องดี จึงต้องมีงบประมาณในการสนับสนุนทั้ง 2 ฝั่ง ถ้าสนับสนุนฝั่งผู้ประกอบการหากทำทวิภาคีกับสถานศึกษา รัฐบาลจะสนับสนุนเรื่องลดหย่อนภาษี ส่วนสถานการศึกษา ก็ได้สนับสนุน เรื่องเงินทุน
.
หลังจากนั้นได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ตั้งถาม เช่น สื่อโซเชียลมีเดีย มีอิทธิพลกับนักการเมืองอย่างไร นายปิยบุตร ตอบว่า ที่ผ่านมานักการเมืองเข้าประชาชนอยากมาทุกหลังคาเรือน ต้องเดินทางไปให้ถึงที่ แนะนำตัวเองและนโยบาย ต้องอาศัยหัวคะแนนด้วย แต้ปัจจุบันนี้ไม่จำเป็นต้องใช้หัวคะแนนมาก นักการเมืองจะเขียนหรือนโยบาย ก็โพสต์ลงไป ในโลกออนไลน์ ก็ยิ่งตรงลงไปในพื้นที่อยู่ ทุกวันนี้นักการเมืองอยู่ในโลกติ๊กต๊อก แต่ในทางกลับกันข้อควรระวัง เรื่อง ‘เฟกนิวส์’ หรือข่าว ที่นำไปใช้โจมฝั่งตรงข้าม
.
นักศึกษาได้ตั้งคำถามเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีผลอย่างไรกับชีวิตนักศึกษา นายปิยบุตร ยกตัวอย่างว่า ต้องมีกติกา ใครจะเข้ามาบริหาร ใครจะออกกฎหมาย ใครจะมาตัดสินคดี ใครจะมาตรวจสอบในการใช้อำนาจ ในเมื่อกติกา เขียนในรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากการยึดอำนาจ นำมาใช้ 9 ปี รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งหรือนายกรัฐมนตรี อายุสั้นหมดเลย อยู่แค่ปีเดียวไปหมดเลย หากเราเลือกเขามาในการเลือกตั้ง ควรให้ไปแบบเลือกตั้ง หรือถ้าไม่ดีก็ไม่ต้องเลือกครั้งหน้า ปัญญาเหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็เรื่องรัฐธรรมนูญ
.
จากนั้นนาย
ปิยบุตร ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องคะแนนคนรุ่นใหม่ ยังเหมือนเดิม ตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล แล้วมาเป็นพรรคประชาชน ตนคิดว่าไม่ใช่เฉพาะคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง เพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้คะแนน 14.4 ล้านเสียง ครอบคลุมคนทุกพื้นที่และทุกรุ่น เชื่อว่าคะแนนจะกระจายไปทุกรุ่น ส่วนประเด็นที่นายชูวิทย์ ออกมาวิจารณ์เรื่องแกนนำมีอุดมการณ์เปลี่ยนไป ตนเชื่อว่านายชูวิทย์ ไม่ได้ตำหนิตน คิดว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ธรรมดา คิดว่านายชูวิทย์ เป็นกัลยาณมิตรมาตลอด
.
ด้านนักศึกษาเปิดเผยแนวคิดในปัจจุบันกับผู้สื่อข่าว อย่างเช่น นายมนัส ขัดแข็งแรง อายุ 20 ปี นักศึกษา บอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ตนจะได้ใช้สิทธิไปเลือกตั้ง รู้สึกดีใจ เป็นส่วนหนึ่งในการเลือกพรรคการเมืองเข้ามาบริหารประเทศชาติ ก็อยากได้นักเมืองที่ไม่คอรัปชั่น เข้ามาพัฒนาประเทศ รวมทั้งการศึกษาด้วย และ น.ส.
วริศรา โคตรวิทย์ อายุ 20 ปี บอกว่า เป็นครั้งแรกที่ตนจะได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง รู้สึกตื่นเต้น อยากได้นักการเมืองเป็นคนดี และเป็นผู้นำที่ดีด้วย ประชาชนจะได้ทำตาม เช่น หากพูดอะไรหรือนโยบายที่หาเสียง ต้องทำให้ได้ด้วย
ส่วนจุดที่สอง ที่วัดสว่างอารมณ์ ต.คอนสาย อ.กู่แก้ว คณะของผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 พรรคประชาชน ได้ปราศรัยกับชาวบ้าน บ้านคอนสาย ต.คอนสายและใกล้เคียง ประมาณ 200 คน จากนั้นผู้ช่วยหาเสียงได้ทยอยขึ้นเวทีปราศรัยตามลำดับ จนกระทั่งปิดท้ายด้วยการปราศรัยของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ในเวทีนี้ส่วนใหญ่พูดคุยและย้ำในประเด็นการลงประชามติ สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชาวบ้าน และผลักดันให้ชาวบ้านเห็นชอบในการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่
.
.
ธีรวัตร์ ผู้สมัครปชน. จี้ร.ร.นายสิบ ภ.9 เลื่อนฝึกไปหลังเลือกตั้ง เปิดทางผู้อบรบตำรวจ ใช้สิทธิ
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5540911
.
ธีรวัตร์ ผู้สมัครปชน. จี้ร.ร.นายสิบ ภ.9 เลื่อนฝึกไปหลังเลือกตั้ง เปิดทางผู้อบรมตำรวจ ใช้สิทธิ หลังไม่ยอมให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า
.
จากกรณี พ.ต.ท.
ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุถึงนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) บางโรงเรียน ฝึกตลอดเดือนกุมภาพันธ์ โดยที่ผู้บังคับบัญชาไม่ได้จัดให้มีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าเพื่อไปใช้สิทธิ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และไม่มีกำหนดปล่อยพักบ้านให้กลับมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่ภูมิลำเนาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ด้วย โดยทราบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 300 นาย เกรงว่าจะเป็นการเสียสิทธินั้น
.
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ต.ท.
ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล เปิดเผยทางแฟนเพจ
ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล – Thirawat Panyatammakul ถึงกรณีดังกล่าวอีกครั้งว่า
.
จากกรณีที่ผมได้โพสต์ไปก่อนหน้านี้ เรื่องที่โรงเรียนนายสิบตำรวจบางแห่งไม่ได้จัดให้นักเรียนนายสิบตำรวจลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า อันอาจทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
.
ต่อมาได้มีหลายท่านสอบถามว่าเป็นโรงเรียนใด และมีผู้ให้ข้อมูลในแหล่งข่าวแล้วว่า หมายถึง ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 (โรงเรียนนายสิบตำรวจ ภาค 9) โดยมีข้อมูลระบุว่า
.
“นักเรียนนายสิบตำรวจ รุ่นที่ 15 ทั่วประเทศจะฝึกจบในวันที่ 30 มกราคมนี้ แต่เฉพาะภาค 9 จะต้องไปเข้ารับการฝึกรบพิเศษเพิ่มเติมที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 35 วัน”
.
ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 ตั้งอยู่ที่จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นที่ตั้งทะเบียนบ้านของนักเรียนนายสิบตำรวจ ขณะที่การฝึกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ห่างไกลกันเป็นอย่างมาก และจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีแนวทางหรือการดำเนินการจากผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจว่าจะจัดให้นักเรียนนายสิบตำรวจรุ่นดังกล่าวสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างไร
.
สิ่งที่ได้รับแจ้งมีเพียงให้ “แจ้งเหตุขัดข้องไม่สามารถไปเลือกตั้งได้ เนื่องจากติดภารกิจฝึกอบรม”
.
ส่วนตัวผมเห็นว่า การเลือกตั้งเป็นกระบวนการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย และเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศอย่างยิ่ง โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 50 (7) บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติอย่างอิสระ โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ”
.
จึงเกิดคำถามว่า ในกรณีเช่นนี้ การฝึกอบรมมีความสำคัญมากกว่าการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศใช่หรือไม่
.
ทั้งนี้ หากผู้บังคับบัญชาคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ ย่อมสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ไม่ว่าจะเป็น
.
1. การเลื่อนการฝึกออกไปหลังวันเลือกตั้ง
.
2. หรือการจัดรถรับ-ส่งนักเรียนนายสิบตำรวจเพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
.
ซึ่งล้วนเป็นแนวทางที่สามารถดำเนินการได้จริง และสะท้อนถึงการให้ความสำคัญต่อสิทธิ หน้าที่ และหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
.
สุดท้ายนี้ ผมขอเรียนต่อผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องว่า ข้อสังเกตดังกล่าวมิได้มีเจตนาทำให้หน่วยงานเสื่อมเสีย แต่เพื่อขอความชัดเจนในการกำหนดแนวทางปฏิบัติ เพื่อไม่ให้การฝึกอบรมกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ในการใช้สิทธิเลือกตั้ง อันเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ.
.
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02TDaCgEqx5V8L7s1kMPyVP4fX9brML98nP6bY8nwFCCaKoVtQ4TpJuqggyEkbPz2fl&id=61585738340470
JJNY : ไอซ์ลงพื้นที่บางใหญ่│ปิยบุตรชี้คนรุ่นใหม่ยังหนุนปชน.│ธีรวัตร์ ผู้สมัครปชน.จี้ร.ร.นายสิบ│เตือนมวลอากาศเย็นมาแรง
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5542322
.
.
ไอซ์ รักชนก ลงพื้นที่บางใหญ่ ชูนโยบายคนละครึ่งพลัส บวกหวยใบเสร็จ เจอหญิงชูกระดาษ มารอด่า
.
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 9 มกราคม 69 น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน พร้อมทีมงานลงพื้นที่ตลาดบีบี อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมด้วยนายสุทัศน์ มีศิริ ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 6 เพื่อแจกแผ่นพับหาเสียง
.
บรรยากาศการเดินหาเสียงของ น.ส.รักชนก ได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาด และประชาชนที่มาเดินซื้อของในตลาด นอกจากนี้ยังมีหญิงสูงอายุรายหนึ่งมายืนชูกระดาษ A4 เขียนข้อความ “มารอด่า” แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์ปะทะคารมเกิดขึ้น
.
โดย น.ส.รักชนก ได้ชูนโยบายของพรรคประชาชน ในเรื่อง คนละครึ่งพลัส บวกหวยใบเสร็จ โดย น.ส.รักชนก อธิบายว่า โครงการดังกล่าวจะทำให้มีแต้มต่อเอสเอ็มอี กับร้านในห้างใหญ่ เช่น คนซื้อของครบ 500 บาท จะได้หวยหนึ่งใบ คนขายของได้ 5,000 บาท ก็จะได้หวยหนึ่งใบเช่นกัน ถ้าขายได้ 10,000 บาท ก็เอาไปสองใบ คนซื้อ 1,000 บาท ก็เอาไปสองใบ โดยมีการออกรางวัลเดือนละสองครั้ง มีรางวัลเป็นเงินตอบแทนที่คุ้มค่า
.
“ปกติแล้วพวกเอสเอ็มอี ตัวเล็กตัวน้อยเวลาเดือดร้อนจะกู้กับธนาคาร เขาก็จะขอดูฐานะการเงิน ขอดูสเตทเม้น อ้างโน่น อ้างนี่ แล้วก็ไม่ให้กู้ จึงต้องไปกู้นอกระบบ ถ้าท่านใดเข้าโครงการนี้แล้ว มีเรกคอร์ดการซื้อขายผ่านแอปกระเป๋าตังค์ ก็ให้กู้เงินด่วนในแอปกระเป๋าตังค์ได้เลย แล้วรัฐค้ำประกันให้”
.
หลังใช้เวลาเดินหาเสียงพบปะชาวบ้านประมาณ 1.30 ชั่วโมง จากนั้นก็ได้เดินทางต่อไปที่ตลาดสมบัติบุรี อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
.
.
ปิยบุตร ลุยอุดรฯ ชี้ คนรุ่นใหม่ยังหนุนปชน.เชื่อชูวิทย์ เป็นกัลยาณมิตร วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นเรื่องปกติ
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5542270
.
ปิยบุตร ลุยอุดรฯ ชี้ คนรุ่นใหม่ยังหนุนปชน.เชื่อชูวิทย์ เป็นกัลยาณมิตร วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นเรื่องปกติ
.
เมื่อวันที่ 9 มกราคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ อดีตเลขาธิการพรรคพรรคอนาคตใหม่ ในนามผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน(ปชน.) ได้ลงพื้นที่ปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน จ.อุดรธานี โดยลงพื้นที่ตลอดทั้งวัน จุดแรก วิทยาลัยอิสานเหนือ อ.กุมภวาปี จุดที่สอง วัดจอมศรี ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จุดที่สาม วิทยาลัยอิสานเหนือ ต.กุดสระ อ.เมือง จุดที่สี่ วัดสว่างอารมณ์ ต.คอนสาย อ.กู่แก้ว และปิดท้ายด้วยการขึ้นรถแห่ในเขต ทน.อุดรธานี และปราศรัยย่อยที่บริเวณสะพานปลา สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม
.
จุดแรกคือเวทีวิทยาลัยอิสานเหนือ ต.กุดสระ อ.เมือง บรรยากาศเป็นไปด้วยคึกคัก มีคณะผู้บริหาร อาจารย์ และนักศึกษา ประมาณ 500 คน มาเข้าร่วมรับฟังการปราศรัย ผู้ช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.จากเขต 2 และเขต 3 ได้สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย เรียกเสียงเฮและเสียงตบมือเป็นระยะ จากนั้นปิดท้ายด้วยการปราศรัยของนายปิยบุตร และถามตอบปัญหากับนักศึกษาอย่างเป็นกันเอง
.
นายปิยบุตร กล่าวว่า ระบบรัฐสภา มีรัฐบาล มีสภา และศาล เราเลือกผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. เพื่อเข้าไปยังสภาผู้แทนราษฎร เข้าไปทำหน้าที่ตรากฎหมาย เพื่อนำไปใช้กับคนทั้งประเทศ เพราะกฎหมายมาจากประชาชน โยผู้แทนราษฎร ที่พี่ประชาชน เลือกเข้าไปทำหน้าที่ ส่วนรัฐบาลทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด เพราะการเลือกตั้งนี้สำคัญ เลือกส.ส. 500 คน เพื่อไปเลือกนายกรัฐมนตรี ไปตั้งรัฐบาล ไม่มีส.ว. เข้ามาร่วมอีกแล้ว ส่วนเรื่องการศึกษาไม่กี่พรรค ที่พูดในเรื่องนี้เกี่ยวกับอาชีวะศึกษา แต่หลักคิดของพรรค ต้องการศึกษาของอาชีวะศึกษา ให้เป็นหลักของประเทศให้ได้ ที่ผ่านมาอะไรก็ไปสนับสนุนสายสามัญหมด ส่วนอาชีวะศึกษาเอาไว้ที่หลัง
สำหรับที่ผ่านมาอาชีวะศึกษา ผลิตคนสำคัญออกไป แรงงานสำคัญออกไป ผลิตช่างมากฝีมือออกไป สิ่งที่น้องๆเรียนอยู่นั้นเป็นวิชาติดตัว สามารถนำไปใช้ได้ตลอดเวลา โดยพรรคมีนบาย ในการปฏิรูป อาชีวะศึกษายกระดับให้เป็นเรื่องหลัก อย่างเช่น ในการ ทวิภาคี ระบบการศึกษาที่สถานศึกษาและสถานประกอบการร่วมมือกัน เพื่อต่อยอดเข้าไปทำงานได้เลย หากต่างคนต่างทำงาน สถานผู้ประกอบการจะเลือกเอาหัวกะทิจากสถานบันศึกษาไป แต่หากเราทำได้ทั่วประเทศทุกสถานศึกษากับสถานประกอบการ จะเป็นเรื่องดี จึงต้องมีงบประมาณในการสนับสนุนทั้ง 2 ฝั่ง ถ้าสนับสนุนฝั่งผู้ประกอบการหากทำทวิภาคีกับสถานศึกษา รัฐบาลจะสนับสนุนเรื่องลดหย่อนภาษี ส่วนสถานการศึกษา ก็ได้สนับสนุน เรื่องเงินทุน
.
หลังจากนั้นได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ตั้งถาม เช่น สื่อโซเชียลมีเดีย มีอิทธิพลกับนักการเมืองอย่างไร นายปิยบุตร ตอบว่า ที่ผ่านมานักการเมืองเข้าประชาชนอยากมาทุกหลังคาเรือน ต้องเดินทางไปให้ถึงที่ แนะนำตัวเองและนโยบาย ต้องอาศัยหัวคะแนนด้วย แต้ปัจจุบันนี้ไม่จำเป็นต้องใช้หัวคะแนนมาก นักการเมืองจะเขียนหรือนโยบาย ก็โพสต์ลงไป ในโลกออนไลน์ ก็ยิ่งตรงลงไปในพื้นที่อยู่ ทุกวันนี้นักการเมืองอยู่ในโลกติ๊กต๊อก แต่ในทางกลับกันข้อควรระวัง เรื่อง ‘เฟกนิวส์’ หรือข่าว ที่นำไปใช้โจมฝั่งตรงข้าม
.
นักศึกษาได้ตั้งคำถามเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีผลอย่างไรกับชีวิตนักศึกษา นายปิยบุตร ยกตัวอย่างว่า ต้องมีกติกา ใครจะเข้ามาบริหาร ใครจะออกกฎหมาย ใครจะมาตัดสินคดี ใครจะมาตรวจสอบในการใช้อำนาจ ในเมื่อกติกา เขียนในรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากการยึดอำนาจ นำมาใช้ 9 ปี รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งหรือนายกรัฐมนตรี อายุสั้นหมดเลย อยู่แค่ปีเดียวไปหมดเลย หากเราเลือกเขามาในการเลือกตั้ง ควรให้ไปแบบเลือกตั้ง หรือถ้าไม่ดีก็ไม่ต้องเลือกครั้งหน้า ปัญญาเหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็เรื่องรัฐธรรมนูญ
.
จากนั้นนายปิยบุตร ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องคะแนนคนรุ่นใหม่ ยังเหมือนเดิม ตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล แล้วมาเป็นพรรคประชาชน ตนคิดว่าไม่ใช่เฉพาะคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง เพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้คะแนน 14.4 ล้านเสียง ครอบคลุมคนทุกพื้นที่และทุกรุ่น เชื่อว่าคะแนนจะกระจายไปทุกรุ่น ส่วนประเด็นที่นายชูวิทย์ ออกมาวิจารณ์เรื่องแกนนำมีอุดมการณ์เปลี่ยนไป ตนเชื่อว่านายชูวิทย์ ไม่ได้ตำหนิตน คิดว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ธรรมดา คิดว่านายชูวิทย์ เป็นกัลยาณมิตรมาตลอด
.
ด้านนักศึกษาเปิดเผยแนวคิดในปัจจุบันกับผู้สื่อข่าว อย่างเช่น นายมนัส ขัดแข็งแรง อายุ 20 ปี นักศึกษา บอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ตนจะได้ใช้สิทธิไปเลือกตั้ง รู้สึกดีใจ เป็นส่วนหนึ่งในการเลือกพรรคการเมืองเข้ามาบริหารประเทศชาติ ก็อยากได้นักเมืองที่ไม่คอรัปชั่น เข้ามาพัฒนาประเทศ รวมทั้งการศึกษาด้วย และ น.ส.วริศรา โคตรวิทย์ อายุ 20 ปี บอกว่า เป็นครั้งแรกที่ตนจะได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง รู้สึกตื่นเต้น อยากได้นักการเมืองเป็นคนดี และเป็นผู้นำที่ดีด้วย ประชาชนจะได้ทำตาม เช่น หากพูดอะไรหรือนโยบายที่หาเสียง ต้องทำให้ได้ด้วย
ส่วนจุดที่สอง ที่วัดสว่างอารมณ์ ต.คอนสาย อ.กู่แก้ว คณะของผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 พรรคประชาชน ได้ปราศรัยกับชาวบ้าน บ้านคอนสาย ต.คอนสายและใกล้เคียง ประมาณ 200 คน จากนั้นผู้ช่วยหาเสียงได้ทยอยขึ้นเวทีปราศรัยตามลำดับ จนกระทั่งปิดท้ายด้วยการปราศรัยของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ในเวทีนี้ส่วนใหญ่พูดคุยและย้ำในประเด็นการลงประชามติ สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชาวบ้าน และผลักดันให้ชาวบ้านเห็นชอบในการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่
.
.
ธีรวัตร์ ผู้สมัครปชน. จี้ร.ร.นายสิบ ภ.9 เลื่อนฝึกไปหลังเลือกตั้ง เปิดทางผู้อบรบตำรวจ ใช้สิทธิ
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5540911
.
ธีรวัตร์ ผู้สมัครปชน. จี้ร.ร.นายสิบ ภ.9 เลื่อนฝึกไปหลังเลือกตั้ง เปิดทางผู้อบรมตำรวจ ใช้สิทธิ หลังไม่ยอมให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า
.
จากกรณี พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุถึงนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) บางโรงเรียน ฝึกตลอดเดือนกุมภาพันธ์ โดยที่ผู้บังคับบัญชาไม่ได้จัดให้มีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าเพื่อไปใช้สิทธิ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และไม่มีกำหนดปล่อยพักบ้านให้กลับมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่ภูมิลำเนาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ด้วย โดยทราบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 300 นาย เกรงว่าจะเป็นการเสียสิทธินั้น
.
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล เปิดเผยทางแฟนเพจ ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล – Thirawat Panyatammakul ถึงกรณีดังกล่าวอีกครั้งว่า
.
จากกรณีที่ผมได้โพสต์ไปก่อนหน้านี้ เรื่องที่โรงเรียนนายสิบตำรวจบางแห่งไม่ได้จัดให้นักเรียนนายสิบตำรวจลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า อันอาจทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
.
ต่อมาได้มีหลายท่านสอบถามว่าเป็นโรงเรียนใด และมีผู้ให้ข้อมูลในแหล่งข่าวแล้วว่า หมายถึง ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 (โรงเรียนนายสิบตำรวจ ภาค 9) โดยมีข้อมูลระบุว่า
.
“นักเรียนนายสิบตำรวจ รุ่นที่ 15 ทั่วประเทศจะฝึกจบในวันที่ 30 มกราคมนี้ แต่เฉพาะภาค 9 จะต้องไปเข้ารับการฝึกรบพิเศษเพิ่มเติมที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 35 วัน”
.
ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 ตั้งอยู่ที่จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นที่ตั้งทะเบียนบ้านของนักเรียนนายสิบตำรวจ ขณะที่การฝึกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ห่างไกลกันเป็นอย่างมาก และจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีแนวทางหรือการดำเนินการจากผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจว่าจะจัดให้นักเรียนนายสิบตำรวจรุ่นดังกล่าวสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างไร
.
สิ่งที่ได้รับแจ้งมีเพียงให้ “แจ้งเหตุขัดข้องไม่สามารถไปเลือกตั้งได้ เนื่องจากติดภารกิจฝึกอบรม”
.
ส่วนตัวผมเห็นว่า การเลือกตั้งเป็นกระบวนการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย และเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศอย่างยิ่ง โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 50 (7) บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติอย่างอิสระ โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ”
.
จึงเกิดคำถามว่า ในกรณีเช่นนี้ การฝึกอบรมมีความสำคัญมากกว่าการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศใช่หรือไม่
.
ทั้งนี้ หากผู้บังคับบัญชาคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ ย่อมสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ไม่ว่าจะเป็น
.
1. การเลื่อนการฝึกออกไปหลังวันเลือกตั้ง
.
2. หรือการจัดรถรับ-ส่งนักเรียนนายสิบตำรวจเพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
.
ซึ่งล้วนเป็นแนวทางที่สามารถดำเนินการได้จริง และสะท้อนถึงการให้ความสำคัญต่อสิทธิ หน้าที่ และหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
.
สุดท้ายนี้ ผมขอเรียนต่อผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องว่า ข้อสังเกตดังกล่าวมิได้มีเจตนาทำให้หน่วยงานเสื่อมเสีย แต่เพื่อขอความชัดเจนในการกำหนดแนวทางปฏิบัติ เพื่อไม่ให้การฝึกอบรมกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ในการใช้สิทธิเลือกตั้ง อันเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ.
.
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02TDaCgEqx5V8L7s1kMPyVP4fX9brML98nP6bY8nwFCCaKoVtQ4TpJuqggyEkbPz2fl&id=61585738340470