จ่อ ‘แบนมอเตอร์ไซค์น้ำมัน’! ตั้งเป้าใช้อีวี 100% ใน 4 ปี หลังโฮจิมินห์-ฮานอยเจออากาศพิษ

จ่อ ‘แบนมอเตอร์ไซค์น้ำมัน’! ตั้งเป้าใช้อีวี 100% ใน 4 ปี หลังโฮจิมินห์-ฮานอยเจออากาศพิษ พุ่งติดท็อปอันดับโลก



โฮจิมินห์จ่อ ‘แบนมอเตอร์ไซค์น้ำมัน’ ตั้งเป้าใช้รถพลังงานสะอาด 100% ภายในปี 2030 หลังเผชิญอากาศพิษเลวร้ายติดอันดับท็อปโลก

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า “นครโฮจิมินห์” เมืองใหญ่ที่สุดของเวียดนาม กำลังพิจารณาออกมาตรการ “ห้ามรถใช้น้ำมัน” เข้าสู่ย่านใจกลางเมือง และส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีกำหนดเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้

สื่อของรัฐรายงานว่า นครโฮจิมินห์ ตั้งเป้าให้รถจักรยานยนต์ที่ใช้โดยข้าราชการและผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอป เป็นรถไฟฟ้า “อย่างน้อย 50%” ภายในปี 2027 และ “เพิ่มเป็น 100%” ภายในปี 2030

สถาบันวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากนครโฮจิมินห์ระบุในข้อเสนอเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า ตั้งแต่ เดือนมกราคม 2027 เป็นต้นไป รถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินจะถูกจำกัดการใช้งานในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ภายใน “เขตปล่อยมลพิษต่ำ” ที่กำหนดไว้ และมีแนวโน้มจะเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการในปี 2028

หนังสือพิมพ์ Tuoi Tre รายงานในเดือนธันวาคมว่า นครโฮจิมินห์จะใช้ “กล้องตามท้องถนน” ในการปรับผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนเข้าไปในเขตต้องห้ามโดยผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Lao Dong นครโฮจิมินห์จะสร้าง “สถานีชาร์จไฟ 1,338 แห่ง” ในจุดศูนย์กลางต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า และตั้งเป้าให้สำนักงาน โรงพยาบาล ลานจอดรถ และสถานีขนส่งทุกแห่งสามารถชาร์จรถยนต์ได้ 100%

อย่างไรก็ตาม การจำกัดรถใช้น้ำมันถือเป็นความท้าทายของเวียดนาม เนื่องจาก “เกือบ 80%” ของประชากรเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นรถที่ใช้น้ำมัน

หนึ่งในเหตุผลสำคัญของการผลักดันมาตรการจำกัดรถจักรยานยนต์ในเมืองใหญ่ คือ ปัญหามลพิษทางอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น

IQAir ผู้ผลิตเครื่องฟอกอากาศสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ จัดอันดับให้กรุงฮานอย เป็น “เมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงเป็นอันดับ 10” จากทั้งหมด 126 เมืองที่ทำการสำรวจ ณ วันที่ 8 มกราคม ถือว่าเลวร้ายที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่นครโฮจิมินห์ อยู่ในอันดับที่ 33

นักวิชาการประเมินว่า ในช่วงระหว่างปี 2020–2025 โรคหอบหืดที่มีสาเหตุจากมลพิษทางอากาศสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้เวียดนามสูงถึง 16 ล้านดอลลาร์

อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1215795

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่