ชีวิตแม่ผัวลูกสะใภ้(แม่ผัวเฮียเฮีย)

พ่อแม่ที่เป็นได้แค่ชื่อที่ใช้เรียกเท่านั้น และฉันไม่ใช่ลูกสะใภ้ใคร
บทความเรื่องราวอาจจะยาวหน่อย

เรื่องเกิดจากครอบครัวของสามี
ครอบครัวสามี มีด้วยกัน5คน (พ่อ แม่ ยาย น้องชาย และตัวสามี)
แม่สามี มีลูกคนแรก(คือสามีเราใช้ชื่อเล่นว่าA) แต่มีตอนที่ยังไม่พร้อม เลยต้องเอาไปให้ยายเลี้ยงตั้งแต่เกิด
แต่ด้วยความรักและผูกพันธ์ของยาย จึงเลี้ยงจนกระทั่งอายุ19
และวันนึงครอบครัวก้อได้มีลูกชายอีกคนห่างกับคนโต3ปี แต่คนเล็ก(ใช้ชื่อเล่นว่าB)พ่อแม่เป็นคนเลี้ยงมาเอง
ให้ทุกสิ่งอย่างที่ต้องการ แต่กับA ไม่เคยได้รับอะไรจากคนที่เรียกว่าพ่อแม่ มีแต่ยายแก่ๆที่ทำขนมขายหาเงินมาเลี้ยงดู
พอยายแก่ตัวหาเงินไม่ค่อยได้ แม่ก็ให้เดือนนึง2,000 เพราะไม่อยากให้เยอะ กลัวว่าจะเอามาให้หลานหมด(แต่!!!หลานคนที่พูดถึงก็คือAลูกชายตัวเองนะ)
ไม่เคยได้ทั้งความรัก มีแต่ความเกลียดชังจากคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าพ่อแม่

ตัวเราคบกับAตั้งแต่Aอายุ19 เข้ากรุงเทพไปเรียนราม ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยส้งเสียตัวเองและยายของA
ช่วงที่ไปอยู่กทม.แรกๆ ชีวิตลำบากมากตั้งตัวไม่ได้ ต้องอดมื้อกินมื้อด้วยกัน
ในระยะเวลาที่ใช้ชีวิตที่กทม.5ปีเต็มๆ
แม่สามี ไม่เคยโทรมาถามสารทุกข์สุกดิบเลย มีโทรมา1ครั้งเพื่อมาว่าสามีเรา ไม่เอาน้อง
วันเกิดไม่คิดตะโทรมาอวยพร ทั้งๆที่น้องคือผู้ชายอายุไม่ใช่น้อยๆ

ตั้งแต่วันนั้นเริ่มเป็นจุดเริ่มต้น ที่เราเริ่มรู้แล้วว่าแม่สามีมีนิสัยแบบไหน

หลังจาก5ปี เราตัดสินใจย้ายกลับมาอยุ่บ้านกับยาย
เพราะยายป่วยอยุ่บ้านคนเดียวแม่สามีไม่เคยมาเหลียวแลส่งเสียเงินให้ยายแม้แต่บาทเดียว มีแค่เรากับแฟนที่ส่งเสีย
พอกลับมาอยู่บ้าน แม่สามีก็เริ่มมีคำพูดถากถางด่าว่าสามีรวมถึงตัวเรา ทั้งๆที่เราไม่เคยทำไม่ดีใส่เค้าเลย

เรากับสามีและยาย ปรึกษากันตกลงขายบ้านไปอยู่ที่สวนใกล้ๆแม่สามีเพราะถ้าเราไปทำงานจะไม่มีคนมาดูแลแต่ที่ๆที่สร้างบ้านจนถึงทุกวันนี้
เป็นที่ๆแม่สามีขายต่อให้ยาย ในราคา2แสน รวมถึงเงินที่ขายที่ได้ก็เอาให้อีก3แสนไปเอาที่ออกมา เพื่อแบ่งแยกโฉนดแต่ไม่ทันไรเริ่มกลับคำ
เอาเวินเอาโฉนออกมาแต่ไม่แบ่ง

และแล้ว…..ก็ถึงวันที่โลกช่างใจร้ายกับสามีเราเหลือเกิน
คนเดียวที่อยู่เคียงข้างมาตลอด  คือ ยาย  อาการมะเร็งได้กำเริบต้องเข้ารพ.
วันแรกที่นอนรพ.แม่สามีมาดูหมอให้เปลี่ยนแพมเพอสเช็ดตัวให้ยาย
แม่สามีรีบเดินออกมาใช้ให้เราเปลี่ยน เราไม่เคยทำแต่ต้องทำเพราะยายดีกับเรามาก

ระหว่างที่นอนไม่น้องชายสามีไม่เคยมาเฝ้าเลยแม่แต่ครั้งเดียว มีแต่เรากับสามีต้องนอนเฝ้ากัน2คนทุกคืน
แม่สามี มาบ้างไม่มาบ้าง
อยุ่ได้1เดือนยายก้อจากพวกเราไป

เริ่มถึงจุดที่พีคคือ…………….
1.หลังจากยายเสีย คนรับผลโยชน์คือสามี ได้เงินรวมๆทั้งหมด6หมื่น
2.สามีไม่ได้จับเงินนั้นซักบาท เพราะแม่สามีให้เอาให้ญาติที่เป็นหลานอีกคน และส่วนที่เหลือคือเอาเป็นค่าจัดงาน
3.ระหว่างใช้ชีวิตที่บ้านสวน อยุ่กันคนละบ้านกับพ่อแม่สามี แต่ไม่ไกลกัน ช่วงที่จะหลอกใช้(ต้องใช้คำว่าหลอกใช้ดีะพูดจาดีด้วย
   พอใช้สมใจตัวเองก้อจะมีแต่คำพูดไม่ดีใส่
4.เราเข้ามาอยู่บ้านสวนห่างไกล ไม่มีรายได้ ตัดสินใจเอาเงินก้อนสุดท้ายเปิดร้านตามที่พ่อแม่สามีบอก(ตอนนั้นยังแอบคิดในใจว่าอาจจะมีจิตใจเป็นคนดีอยู่บ้างเลยทำตาม)
5.สุดท้ายสิ่งที่ทำตาม ไม่ได้ดี เพราะเราเพิ่งย้ายมาอยุ่บ้านสวนยังไม่รุ้จักที่นี่ดีว่าค้าขายไม่ค่อยมีกำไร เพราะคนไม่ได้เยอะแยะ
6.เริ่มเปลี่ยนตัวเองหันมา ค้าขายทุเรียน(ทั้งๆที่ไม่มีประสบการณ์) หยิบยืมเงินจากทางบ้านเรา
สามีให้เราไปพูดกับทางพ่อแม่เค้า แต่!!!ได้คำพูดด่าทอกลับมาเพียงเพราะจะไปยืมเงินมาลงทุน ด่าแล้วไม่ให้ด้วย
7.หลังจากเราเริ่มค้าทุเรียน เริ่มมีญาติมาพูดให้ฟังว่าพ่อสามีไปนั่งพูดว่า จะคอยดูจะมปัฐญญาทำกันได้ซักกี่น้ำเดี๋ยวก็เจ๊ง
    ตอนนั้นเรายิ่งเริ่มรู้สึกไม่okกับคำพูดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อคนละ
8.พอเราค้าทุเรียนตั้งตัวได้ เริ่มมีคำพูดอีก “เป็นลูกจะรวยกว่าพ่อแม่ได้ไง”
   เราก็ไม่คิดนะว่าจะพูดจริง เค้าคงพูดเล่น แต่!!!คือเค้าคิดจริง สีหน้าท่าทางแววตาออกหมด
   เพราะสร้างตัวเองขึ้นมาได้ ในระยะเวลาเกือบ10ปี ที่ค้าทุเรียน เราซื้อรถยนต์ได้4คัน
   โดยที่ไม่มีเค้ามีส่วนในการทำให้ชีวิตเราดีขึ้น
9.ที่เค้าไม่ยินดีด้วย เพราะมีข้อเปรียบเทียบ ระหว่างลูกคนโตที่ตัวเองไม่ได้เลี้ยงมา จะมาได้ดีกว่าคนเล็กที่ตัวเองเลี้ยงมา
10.ถึงวันที่เหมือนเค้าจะเป็นคนดีอยู่บ้าง ยกที่สปก.6ไร่ให้ทำกิน ซึ่งระบบน้ำกับปลูกต้นทุเรียนเกือบ1ปีไว้แล้ว
     -เหตุผลที่พูดบอกครั้งแรกว่ายกให้เพราะจะได้มีที่ทางทำกิน (เราก้อหลงคิดว่าเค้ากลับใจคิดได้แล้วเพราะอายุเริ่มเยอะ)
แต่!!!ไม่ใช่อย่างที่คิด โกหกแล้วลืมคำพูด
    -เหตุผลที่เริ่มพูดครั้งที่2 บอกว่า ถ้าไม่รีบให้มันตอนนี้ มันก้อไม่ต้องเสียเงินลงทุน ถึงตอนนั้นมันก็มีลูกเก็บขายกันสบาย เราต้องมานั่งเสียเงินกันอีกหลายบาทให้มันรุ้จักความลำบากมั่ง (ความรู้สึกตอนนั้นเริ่มเป็นลบอีกรอบ)
    
    ห้องน้ำที่สวน …..
เริ่มมาจาก ช่วงนึงที่สนิทคุ้นกันกับพรรคพวกตัวเองที่ทำห้องน้ำน็อคดาวน์ เลยอุดหนุนเค้า
แล้วมาเรียกเก็บเงินที่เรา5,000บาท แต่พอไม่ชอบใจ หยิบยกเอามาเป็นบุญคุณ
หาว่าทำดีไม่เคยคิดที่คือขี้ยังต้องนึกถึงมัน

   ที่จอดรถ…..
เราทำที่จอรถในบริเวณณสวนต่อจากตัวบ้าน หยิบยกมาเป็นทวงบุญคุณ
หาว่าอยากได้ก็ให้ มันลืมไปกันมั้งว่าสมบัติเราที่มันสร้างบ้านมันอยู่กัน

ที่จอดรถหลังเก่า…….
ก็หยิบมาทวงบุญคุณ ว่าทำให้มันยังไม่ดี เราจดรายละมบิลทมียอดค้ฝ่าแรงรวมเบ็ดเสร็จ2หมื่นเมืเกือบบ10ปีที่แล้วแต่เอามาพูดทวงบุญคุณ

เดี๋ยวมาต่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่