
TITLE: World War Z (2013) - หนังซอมบี้ที่ทำเอาผมนั่งไม่ติดเก้าอี้จริงๆ ครับ!
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังที่ดูจบแล้วยังไงก็ต้องเอามาเล่าสู่กันฟังให้ได้ นั่นก็คือ "World War Z" ฉบับปี 2013 ที่นำแสดงโดยพี่แบรด พิตต์ นั่นเองครับ หลายคนอาจจะเคยดูแล้ว แต่สำหรับผมที่เพิ่งมีโอกาสได้ดูแบบเต็มๆ จังๆ ครั้งแรก ขอบอกเลยว่ามันส์มากจริงๆ ไม่ผิดหวังเลยครับ
ก่อนอื่นต้องเกริ่นก่อนว่าผมเป็นแฟนหนังซอมบี้อยู่แล้วครับ ชอบดูอะไรที่มันตื่นเต้น ระทึกขวัญ ลุ้นระทึกไปกับตัวละคร แต่ก็แอบเบื่อกับสูตรสำเร็จเดิมๆ ของหนังซอมบี้หลายๆ เรื่องที่มักจะวนลูปอยู่กับกลุ่มคนเล็กๆ ที่พยายามเอาชีวิตรอดในพื้นที่จำกัด พอมาเจอ World War Z เนี่ย ต้องยอมรับเลยว่ามันเปิดมุมมองใหม่ให้ผมเกี่ยวกับหนังซอมบี้ไปเลยครับ
สิ่งที่ผมประทับใจมากๆ ใน World War Z คือ "สเกล" ของมันครับ เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอดของกลุ่มคนไม่กี่คน แต่มันคือ "สงครามโลก" จริงๆ ครับ การระบาดของเชื้อซอมบี้มันรวดเร็วและรุนแรงชนิดที่ว่าประเทศมหาอำนาจก็ยังเอาไม่อยู่ การที่หนังพาเราไปเห็นภาพความโกลาหลทั่วโลก การล่มสลายของอารยธรรม การอพยพหนีตายของผู้คนจำนวนมหาศาล มันทำให้รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และความน่ากลัวของหายนะที่กำลังจะมาถึงจริงๆ ครับ
แล้วไอ้พวกซอมบี้ในเรื่องนี้ก็ไม่ธรรมดาครับ! ไม่ได้เดินเอื่อยๆ เหมือนในหนังหลายๆ เรื่อง แต่พวกมันวิ่งเร็ว พุ่งชนแรง และที่สำคัญคือ "เยอะ" มากๆ ครับ ฉากที่ผมจำได้แม่นเลยคือฉากที่ซอมบี้แหละลากกันลงมาจากกำแพงเมืองในอิสราเอล มันเหมือนคลื่นมนุษย์สีดำที่ถาโถมเข้ามาแบบหยุดไม่อยู่จริงๆ ครับ ดูแล้วขนลุกซู่ไปทั้งตัว ต้องบอกว่าผู้กำกับเขาเก่งมากในการสร้างฉากแอ็คชั่นที่น่าตื่นตาตื่นใจและเต็มไปด้วยความกดดัน
ตัวละครหลักอย่าง เจอร์รี่ เลน ที่รับบทโดยแบรด พิตต์ ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีอะไรมากกว่าแค่หนังแอ็คชั่นซอมบี้ครับ เขาไม่ได้เป็นแค่ทหารหรือคนธรรมดาที่เก่งกาจเหนือมนุษย์ แต่เขาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ UN ที่ต้องกลับมาทำงานเพื่อตามหาต้นตอและวิธีหยุดยั้งการระบาด สิ่งที่ผมชอบคือการที่เขาต้องใช้สติปัญญา ประสบการณ์ และความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด การที่เขามีครอบครัวและต้องปกป้องคนที่รัก ก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราเอาใจช่วยเขาไปตลอดทั้งเรื่องครับ
การดำเนินเรื่องของ World War Z ก็ทำออกมาได้ดีครับ ไม่ได้อืดอาดน่าเบื่อ แต่ก็ไม่ได้เร่งรีบจนตามไม่ทัน การเดินทางของเจอร์รี่เพื่อตามหาข้อมูลมันมีทั้งฉากบู๊มันส์ๆ ฉากลุ้นระทึก และฉากที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของสถานการณ์จริงๆ ครับ จังหวะการตัดต่อก็ทำได้กระชับ ไม่ปล่อยให้คนดูได้พักหายใจหายคอมากนัก ทำให้เราอินไปกับเรื่องราวตลอดเวลา
อีกอย่างที่ผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ทำได้ดีคือการที่มันไม่ได้เน้นไปที่ฉากเลือดสาดหรือความสยองขวัญแบบดิบๆ มากเกินไป แต่เน้นไปที่ความตึงเครียด ความกดดัน และความสิ้นหวังของสถานการณ์มากกว่าครับ ถึงแม้จะมีฉากที่น่ากลัวอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วมันเป็นความน่ากลัวที่มาจาก "ความเป็นไปได้" ของสถานการณ์มากกว่าความน่ากลัวแบบผีๆ ครับ
แน่นอนว่าในหนังทุกเรื่องก็ย่อมมีจุดที่อาจจะขัดใจอยู่บ้างนะครับ สำหรับ World War Z ในความคิดผมเอง อาจจะมีบางช่วงที่การดำเนินเรื่องมันดูจะ "โชคดี" เกินไปนิดหน่อยสำหรับตัวเอก หรือการที่บางปัญหามันถูกคลี่คลายได้ค่อนข้างเร็ว แต่โดยรวมแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกโดยรวมลดลงไปมากนักครับ
สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำอีกครั้งคือ "ความสมจริง" ที่หนังพยายามนำเสนอครับ แม้จะเป็นเรื่องซอมบี้ที่ไม่มีอยู่จริง แต่การสร้างสถานการณ์ การรับมือของรัฐบาล การแพร่กระจายของโรค การเอาชีวิตรอดของผู้คน มันถูกถ่ายทอดออกมาได้น่าเชื่อถือมากๆ ครับ ทำให้เราคิดตามไปด้วยว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริงๆ เราจะทำอย่างไร
โดยสรุปแล้วนะครับ "World War Z (2013)" เป็นหนังซอมบี้ที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองหามาดูครับ มันไม่ใช่แค่หนังแอ็คชั่นระทึกขวัญ แต่เป็นหนังที่ชวนให้เราคิดตามถึงความเปราะบางของอารยธรรมและความสำคัญของการร่วมมือกันเพื่อเอาชีวิตรอดในยามวิกฤต ถ้าใครกำลังมองหาหนังที่ดูแล้วตื่นเต้น ลุ้นระทึก และได้ข้อคิดไปด้วย ผมว่าเรื่องนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะครับ ใครที่เคยดูแล้ว มาแชร์ความคิดเห็นกันได้เลยนะครับ หรือใครที่ยังไม่เคยดู ก็ลองไปหามาดูกันดูครับ แล้วมาคุยกันว่ารู้สึกเหมือนผมหรือเปล่า!
ขอบคุณครับที่อ่านมาถึงตรงนี้!
World War Z (2013) - หนังซอมบี้ที่ทำเอาผมนั่งไม่ติดเก้าอี้จริงๆ ครับ!
TITLE: World War Z (2013) - หนังซอมบี้ที่ทำเอาผมนั่งไม่ติดเก้าอี้จริงๆ ครับ!
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังที่ดูจบแล้วยังไงก็ต้องเอามาเล่าสู่กันฟังให้ได้ นั่นก็คือ "World War Z" ฉบับปี 2013 ที่นำแสดงโดยพี่แบรด พิตต์ นั่นเองครับ หลายคนอาจจะเคยดูแล้ว แต่สำหรับผมที่เพิ่งมีโอกาสได้ดูแบบเต็มๆ จังๆ ครั้งแรก ขอบอกเลยว่ามันส์มากจริงๆ ไม่ผิดหวังเลยครับ
ก่อนอื่นต้องเกริ่นก่อนว่าผมเป็นแฟนหนังซอมบี้อยู่แล้วครับ ชอบดูอะไรที่มันตื่นเต้น ระทึกขวัญ ลุ้นระทึกไปกับตัวละคร แต่ก็แอบเบื่อกับสูตรสำเร็จเดิมๆ ของหนังซอมบี้หลายๆ เรื่องที่มักจะวนลูปอยู่กับกลุ่มคนเล็กๆ ที่พยายามเอาชีวิตรอดในพื้นที่จำกัด พอมาเจอ World War Z เนี่ย ต้องยอมรับเลยว่ามันเปิดมุมมองใหม่ให้ผมเกี่ยวกับหนังซอมบี้ไปเลยครับ
สิ่งที่ผมประทับใจมากๆ ใน World War Z คือ "สเกล" ของมันครับ เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอดของกลุ่มคนไม่กี่คน แต่มันคือ "สงครามโลก" จริงๆ ครับ การระบาดของเชื้อซอมบี้มันรวดเร็วและรุนแรงชนิดที่ว่าประเทศมหาอำนาจก็ยังเอาไม่อยู่ การที่หนังพาเราไปเห็นภาพความโกลาหลทั่วโลก การล่มสลายของอารยธรรม การอพยพหนีตายของผู้คนจำนวนมหาศาล มันทำให้รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และความน่ากลัวของหายนะที่กำลังจะมาถึงจริงๆ ครับ
แล้วไอ้พวกซอมบี้ในเรื่องนี้ก็ไม่ธรรมดาครับ! ไม่ได้เดินเอื่อยๆ เหมือนในหนังหลายๆ เรื่อง แต่พวกมันวิ่งเร็ว พุ่งชนแรง และที่สำคัญคือ "เยอะ" มากๆ ครับ ฉากที่ผมจำได้แม่นเลยคือฉากที่ซอมบี้แหละลากกันลงมาจากกำแพงเมืองในอิสราเอล มันเหมือนคลื่นมนุษย์สีดำที่ถาโถมเข้ามาแบบหยุดไม่อยู่จริงๆ ครับ ดูแล้วขนลุกซู่ไปทั้งตัว ต้องบอกว่าผู้กำกับเขาเก่งมากในการสร้างฉากแอ็คชั่นที่น่าตื่นตาตื่นใจและเต็มไปด้วยความกดดัน
ตัวละครหลักอย่าง เจอร์รี่ เลน ที่รับบทโดยแบรด พิตต์ ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีอะไรมากกว่าแค่หนังแอ็คชั่นซอมบี้ครับ เขาไม่ได้เป็นแค่ทหารหรือคนธรรมดาที่เก่งกาจเหนือมนุษย์ แต่เขาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ UN ที่ต้องกลับมาทำงานเพื่อตามหาต้นตอและวิธีหยุดยั้งการระบาด สิ่งที่ผมชอบคือการที่เขาต้องใช้สติปัญญา ประสบการณ์ และความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด การที่เขามีครอบครัวและต้องปกป้องคนที่รัก ก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราเอาใจช่วยเขาไปตลอดทั้งเรื่องครับ
การดำเนินเรื่องของ World War Z ก็ทำออกมาได้ดีครับ ไม่ได้อืดอาดน่าเบื่อ แต่ก็ไม่ได้เร่งรีบจนตามไม่ทัน การเดินทางของเจอร์รี่เพื่อตามหาข้อมูลมันมีทั้งฉากบู๊มันส์ๆ ฉากลุ้นระทึก และฉากที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของสถานการณ์จริงๆ ครับ จังหวะการตัดต่อก็ทำได้กระชับ ไม่ปล่อยให้คนดูได้พักหายใจหายคอมากนัก ทำให้เราอินไปกับเรื่องราวตลอดเวลา
อีกอย่างที่ผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ทำได้ดีคือการที่มันไม่ได้เน้นไปที่ฉากเลือดสาดหรือความสยองขวัญแบบดิบๆ มากเกินไป แต่เน้นไปที่ความตึงเครียด ความกดดัน และความสิ้นหวังของสถานการณ์มากกว่าครับ ถึงแม้จะมีฉากที่น่ากลัวอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วมันเป็นความน่ากลัวที่มาจาก "ความเป็นไปได้" ของสถานการณ์มากกว่าความน่ากลัวแบบผีๆ ครับ
แน่นอนว่าในหนังทุกเรื่องก็ย่อมมีจุดที่อาจจะขัดใจอยู่บ้างนะครับ สำหรับ World War Z ในความคิดผมเอง อาจจะมีบางช่วงที่การดำเนินเรื่องมันดูจะ "โชคดี" เกินไปนิดหน่อยสำหรับตัวเอก หรือการที่บางปัญหามันถูกคลี่คลายได้ค่อนข้างเร็ว แต่โดยรวมแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกโดยรวมลดลงไปมากนักครับ
สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำอีกครั้งคือ "ความสมจริง" ที่หนังพยายามนำเสนอครับ แม้จะเป็นเรื่องซอมบี้ที่ไม่มีอยู่จริง แต่การสร้างสถานการณ์ การรับมือของรัฐบาล การแพร่กระจายของโรค การเอาชีวิตรอดของผู้คน มันถูกถ่ายทอดออกมาได้น่าเชื่อถือมากๆ ครับ ทำให้เราคิดตามไปด้วยว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริงๆ เราจะทำอย่างไร
โดยสรุปแล้วนะครับ "World War Z (2013)" เป็นหนังซอมบี้ที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองหามาดูครับ มันไม่ใช่แค่หนังแอ็คชั่นระทึกขวัญ แต่เป็นหนังที่ชวนให้เราคิดตามถึงความเปราะบางของอารยธรรมและความสำคัญของการร่วมมือกันเพื่อเอาชีวิตรอดในยามวิกฤต ถ้าใครกำลังมองหาหนังที่ดูแล้วตื่นเต้น ลุ้นระทึก และได้ข้อคิดไปด้วย ผมว่าเรื่องนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะครับ ใครที่เคยดูแล้ว มาแชร์ความคิดเห็นกันได้เลยนะครับ หรือใครที่ยังไม่เคยดู ก็ลองไปหามาดูกันดูครับ แล้วมาคุยกันว่ารู้สึกเหมือนผมหรือเปล่า!
ขอบคุณครับที่อ่านมาถึงตรงนี้!