BTS สร้างปรากฏการณ์ ‘Career High’ ผ่านผลงานโซโล่ เสริมทัพความแข็งแกร่งให้วงก่อนคัมแบ็กเต็มรูปแบบ
บทความ
BTS กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงวงจรความสำเร็จอันยอดเยี่ยมระหว่างการทำกิจกรรมโซโล่และกิจกรรมวง โดยความสำเร็จอย่างท่วมท้นจากผลงานเดี่ยวของสมาชิกแต่ละคนได้ช่วยยกระดับมาตรฐานของวงให้สูงขึ้นไปอีกขั้น พร้อมจุดฉนวนความคาดหวังต่อการกลับมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า
BTS เตรียมคัมแบ็กด้วยอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ในวันที่ 20 มีนาคมนี้ ซึ่งถือเป็นการกลับมาทำกิจกรรมวงแบบครบองค์ประชุมในรอบ 3 ปี 9 เดือน ตลอดช่วงที่ผ่านมา สมาชิกได้สลับกันมอบความสุขให้แฟนๆ ผ่านการปล่อยเพลงใหม่และการแสดงคอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่บางคนไม่มีตารางงานอย่างเป็นทางการ แต่อิทธิพลของ BTS ก็ยังคงปรากฏให้เห็นเด่นชัดบนชาร์ตเพลงระดับโลกในปีที่ผ่านมา
จิน ประสบความสำเร็จในการครองใจผู้ฟังทั่วโลกด้วยอัลบั้มโซโล่ ‘Happy’ และ ‘Echo’ โดยเฉพาะการนำเสนอแนวดนตรีแบบวงแบนด์ (Band Sound) ที่ช่วยขยายฐานแฟนคลับและตอกย้ำตัวตนของ BTS ในกลุ่มผู้ฟังแนวนี้ได้เป็นอย่างดี เพลงไตเติ้ลจากทั้งสองอัลบั้มอย่าง ‘Running Wild’ (อันดับที่ 53) และ ‘Don’t Say You Love Me’ (อันดับที่ 90) สามารถเจาะเข้าสู่ชาร์ตหลักอย่าง Billboard ‘Hot 100’ ของสหรัฐฯ ได้สำเร็จ นอกจากนี้ อัลบั้ม ‘Echo’ ยังสร้างสถิติสูงสุดใหม่ด้วยการคว้าอันดับ 3 บนชาร์ต ‘Billboard 200’ และเป็นครั้งแรกที่จินพาอัลบั้มเข้าสู่ชาร์ต ‘Official Albums Top 100’ ของสหราชอาณาจักรในอันดับที่ 63
ในด้านการแสดง จินได้พบกับแฟนเพลงทั่วโลกผ่านทัวร์แฟนคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก ‘#RUNSEOKJIN_EP.TOUR’ โดยการแสดงที่ Kyocera Dome Osaka มียอดขายบัตร ‘Perfect Sold-out’ ครบทุกที่นั่งรวมถึงชั้น 8 และที่นั่งโซนจำกัดการมองเห็น ส่วนที่ American Airlines Center ในดัลลัส จินกลายเป็นศิลปินเดี่ยวเกาหลีคนแรกที่ขายบัตรหมดเกลี้ยงทุกที่นั่ง และยังสร้างสถิติเป็นศิลปินเกาหลีที่มียอดผู้ชมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ Honda Center ในแอนาไฮม์ สหรัฐฯ ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้ล้วนช่วยเสริมบารมีและสถานะของวงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทางด้าน
เจโฮป ก็มีผลงานในระดับโลกที่โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยในปีที่ผ่านมาเขาได้ดำเนินโปรเจกต์ซิงเกิลอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ‘Sweet Dreams (feat. Miguel)’, ‘MONA LISA’ ไปจนถึง ‘Killin’ It Girl (feat. GloRilla)’ พร้อมทั้งปรากฏตัวในรายการเพลงเกาหลีเพื่อมอบการแสดงเป็นของขวัญให้แฟนๆ นอกจากนี้ เวิลด์ทัวร์ ‘j-hope Tour ‘HOPE ON THE STAGE’’ ยังสร้างความประทับใจอย่างมากให้กับผู้ที่รอคอยการแสดงของ BTS โดยเจโฮปได้พิสูจน์ศักยภาพการเป็น ‘World Class Performer’ ด้วยการดึงดูดผู้ชมกว่า 524,000 คน จากการแสดงทั้งหมด 33 รอบใน 16 เมืองทั่วโลก
อิทธิพลของ BTS ยังคงแผ่ขยายแม้ในช่วงที่ไม่ได้ทำกิจกรรมวงอย่างเป็นทางการ จากรายงานชาร์ตสรุปปี 2025 (Year End Charts) ของ Billboard พบว่าเพลง ‘Who’ จากอัลบั้มโซโล่ชุดที่ 2 ‘MUSE’ ของ
จีมิน ติดอันดับที่ 57 บนชาร์ตหลัก ‘Hot 100’ ขณะที่บนชาร์ต ‘Global 200’ มีเพลงของสมาชิกเรียงรายติดอันดับอย่างคับคั่ง ได้แก่ ‘Who’ ของจีมิน (อันดับ 21), ‘Seven (feat. Latto)’ ของ
จองกุก (อันดับ 74) และ ‘Don’t Say You Love Me’ ของจิน (อันดับ 151) โดยทั้ง 3 เพลงนี้รวมถึง ‘Killin’ It Girl (feat. GloRilla)’ ของเจโฮป ต่างพากันติดอันดับบนชาร์ต ‘Global (Excl. US)’ เช่นกัน
ความสำเร็จที่ขยายตัวจากการทำกิจกรรมเดี่ยวนี้ คาดว่าจะสร้างพลังทวีคูณ (Synergy) ให้กับการกลับมาของวง โดยนิตยสารดนตรีชื่อดังของอังกฤษอย่าง NME ได้ยกให้อัลบั้มใหม่ของ BTS เป็นหนึ่งใน ‘อัลบั้มที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2026’ พร้อมวิเคราะห์ว่า “เราจะได้เห็นกระบวนการที่สมาชิกแต่ละคนนำความรู้สึกภายในที่ซื่อสัตย์มาสร้างสรรค์เป็นทิศทางทางดนตรีของตนเอง และการคัมแบ็กครั้งนี้จะสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลให้กับวงการอย่างแน่นอน”
สำหรับอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ของ BTS ที่จะวางจำหน่ายในวันที่ 20 มีนาคมนี้ จะประกอบไปด้วยเพลงทั้งหมด 14 เพลง โดยสมาชิกได้ถ่ายทอดอารมณ์และความในใจที่สั่งสมมาตลอดเส้นทางการทำงานลงไปในทุกบทเพลง
BTS สร้างปรากฏการณ์ 'Career High' ความสำเร็จจากผลงานเดี่ยวของสมาชิกทุกคนสร้างความแข็งแกร่งของวงก่อนคัมแบ็กเต็มรูปแบบ
บทความ
BTS กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงวงจรความสำเร็จอันยอดเยี่ยมระหว่างการทำกิจกรรมโซโล่และกิจกรรมวง โดยความสำเร็จอย่างท่วมท้นจากผลงานเดี่ยวของสมาชิกแต่ละคนได้ช่วยยกระดับมาตรฐานของวงให้สูงขึ้นไปอีกขั้น พร้อมจุดฉนวนความคาดหวังต่อการกลับมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า
BTS เตรียมคัมแบ็กด้วยอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ในวันที่ 20 มีนาคมนี้ ซึ่งถือเป็นการกลับมาทำกิจกรรมวงแบบครบองค์ประชุมในรอบ 3 ปี 9 เดือน ตลอดช่วงที่ผ่านมา สมาชิกได้สลับกันมอบความสุขให้แฟนๆ ผ่านการปล่อยเพลงใหม่และการแสดงคอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่บางคนไม่มีตารางงานอย่างเป็นทางการ แต่อิทธิพลของ BTS ก็ยังคงปรากฏให้เห็นเด่นชัดบนชาร์ตเพลงระดับโลกในปีที่ผ่านมา
จิน ประสบความสำเร็จในการครองใจผู้ฟังทั่วโลกด้วยอัลบั้มโซโล่ ‘Happy’ และ ‘Echo’ โดยเฉพาะการนำเสนอแนวดนตรีแบบวงแบนด์ (Band Sound) ที่ช่วยขยายฐานแฟนคลับและตอกย้ำตัวตนของ BTS ในกลุ่มผู้ฟังแนวนี้ได้เป็นอย่างดี เพลงไตเติ้ลจากทั้งสองอัลบั้มอย่าง ‘Running Wild’ (อันดับที่ 53) และ ‘Don’t Say You Love Me’ (อันดับที่ 90) สามารถเจาะเข้าสู่ชาร์ตหลักอย่าง Billboard ‘Hot 100’ ของสหรัฐฯ ได้สำเร็จ นอกจากนี้ อัลบั้ม ‘Echo’ ยังสร้างสถิติสูงสุดใหม่ด้วยการคว้าอันดับ 3 บนชาร์ต ‘Billboard 200’ และเป็นครั้งแรกที่จินพาอัลบั้มเข้าสู่ชาร์ต ‘Official Albums Top 100’ ของสหราชอาณาจักรในอันดับที่ 63
ในด้านการแสดง จินได้พบกับแฟนเพลงทั่วโลกผ่านทัวร์แฟนคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก ‘#RUNSEOKJIN_EP.TOUR’ โดยการแสดงที่ Kyocera Dome Osaka มียอดขายบัตร ‘Perfect Sold-out’ ครบทุกที่นั่งรวมถึงชั้น 8 และที่นั่งโซนจำกัดการมองเห็น ส่วนที่ American Airlines Center ในดัลลัส จินกลายเป็นศิลปินเดี่ยวเกาหลีคนแรกที่ขายบัตรหมดเกลี้ยงทุกที่นั่ง และยังสร้างสถิติเป็นศิลปินเกาหลีที่มียอดผู้ชมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ Honda Center ในแอนาไฮม์ สหรัฐฯ ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้ล้วนช่วยเสริมบารมีและสถานะของวงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทางด้าน เจโฮป ก็มีผลงานในระดับโลกที่โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยในปีที่ผ่านมาเขาได้ดำเนินโปรเจกต์ซิงเกิลอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ‘Sweet Dreams (feat. Miguel)’, ‘MONA LISA’ ไปจนถึง ‘Killin’ It Girl (feat. GloRilla)’ พร้อมทั้งปรากฏตัวในรายการเพลงเกาหลีเพื่อมอบการแสดงเป็นของขวัญให้แฟนๆ นอกจากนี้ เวิลด์ทัวร์ ‘j-hope Tour ‘HOPE ON THE STAGE’’ ยังสร้างความประทับใจอย่างมากให้กับผู้ที่รอคอยการแสดงของ BTS โดยเจโฮปได้พิสูจน์ศักยภาพการเป็น ‘World Class Performer’ ด้วยการดึงดูดผู้ชมกว่า 524,000 คน จากการแสดงทั้งหมด 33 รอบใน 16 เมืองทั่วโลก
อิทธิพลของ BTS ยังคงแผ่ขยายแม้ในช่วงที่ไม่ได้ทำกิจกรรมวงอย่างเป็นทางการ จากรายงานชาร์ตสรุปปี 2025 (Year End Charts) ของ Billboard พบว่าเพลง ‘Who’ จากอัลบั้มโซโล่ชุดที่ 2 ‘MUSE’ ของ จีมิน ติดอันดับที่ 57 บนชาร์ตหลัก ‘Hot 100’ ขณะที่บนชาร์ต ‘Global 200’ มีเพลงของสมาชิกเรียงรายติดอันดับอย่างคับคั่ง ได้แก่ ‘Who’ ของจีมิน (อันดับ 21), ‘Seven (feat. Latto)’ ของ จองกุก (อันดับ 74) และ ‘Don’t Say You Love Me’ ของจิน (อันดับ 151) โดยทั้ง 3 เพลงนี้รวมถึง ‘Killin’ It Girl (feat. GloRilla)’ ของเจโฮป ต่างพากันติดอันดับบนชาร์ต ‘Global (Excl. US)’ เช่นกัน
ความสำเร็จที่ขยายตัวจากการทำกิจกรรมเดี่ยวนี้ คาดว่าจะสร้างพลังทวีคูณ (Synergy) ให้กับการกลับมาของวง โดยนิตยสารดนตรีชื่อดังของอังกฤษอย่าง NME ได้ยกให้อัลบั้มใหม่ของ BTS เป็นหนึ่งใน ‘อัลบั้มที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2026’ พร้อมวิเคราะห์ว่า “เราจะได้เห็นกระบวนการที่สมาชิกแต่ละคนนำความรู้สึกภายในที่ซื่อสัตย์มาสร้างสรรค์เป็นทิศทางทางดนตรีของตนเอง และการคัมแบ็กครั้งนี้จะสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลให้กับวงการอย่างแน่นอน”
สำหรับอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ของ BTS ที่จะวางจำหน่ายในวันที่ 20 มีนาคมนี้ จะประกอบไปด้วยเพลงทั้งหมด 14 เพลง โดยสมาชิกได้ถ่ายทอดอารมณ์และความในใจที่สั่งสมมาตลอดเส้นทางการทำงานลงไปในทุกบทเพลง