ผมปฎิบัตินั่งสมาธิอยู่ดีๆ กำลังนิ่งดิ่งเบากาย เบาใจ อยู่ๆเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงในห้องสวดมนต์ไหว้พระ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เหมือนฟ้าผ่าลงมาข้างๆ คนในบ้านแต่ตื่น แต่สภาพภายในห้องเป็นปกติทุกอย่าง ผมนั่งมึนงงกับเหตุการณ์เกือบ 1 นาที เกิดจากอะไรครับ ขอบคุณมากครับ
แบบละเอียดเลยนะ
เคยอ่านประวัติพระอาจารย์ สายปฎิบัติ สมถกรรมฐาน — วิปัสสนากรรมฐาน หลายท่าน เกิดรักชอบอยากได้ อยากเป็นเหมือนท่านทั้งหลาย เลยเริ่มนั่ง ปฎิบัติด้วยตัวเอง แบบไม่มีความรู้เรื่องการปฎิบัติอะไรเป็นพื้นฐานเลย เริ่ม
ผมใช้ อาณาปราณสติ กรรมฐาน และคำบริกรรม พุท โธ กำกับลมหายใจเข้า และ ออก มีสติรู้ตัวอยู่ตลอด ประมาณวันละ 30 นาที 1 เดือน แรกยังไม่ปรากฏผลอะไร
เข้าเดือนที่ 2 สมาธิเริ่มใกล้จะนิ่ง หลายครั้ง จิตยังดิ้นรนออกไปรับอารมณ์ หรือ เสียงต่างๆอยู่ ยังไม่นิ่งอยู่กับลมและคำบริกรรม แต่ก็ถือว่ารู้สึกดีขึ้น
เข้าเดือนที่ 3 สติ สมาธิ เริ่มนิ่งอยู่กับลม คำบริกรรมนานขึ้น เสียงต่างๆที่มากระทบหู ก็แค่เสียงเฉยๆ จิตไม่ออกไปปรุงแต่งเสียงนั้น
เข้าเดือนที่ 4 ลมเริ่มเบา ละเอียดเข้า หลายครั้งเริ่มรู้สึกว่าลมมีอยู่บ้าง ไม่มีบ้าง สติผมเติมเปี่ยม สังเกตอยู่อย่างนั้นในสมาธิเฉยอยู่ ไม่ตกใจสงสัย หรือรู้สึกกลัว นานเข้าจากความมืด(นั่งหลับตา)เริ่มจะมีแสงลักษณะวงกลมสีขาวนวน ส่ายไปมาทุกทิศทางไม่เป็นระเบียบภายในความมืด ผมเพ่ง จ้อง อยู่อย่างนั้น เวลาภายนอกนานเท่าไหร่ไม่รู้ มีแต่ความรู้สึดเฉยๆ เพ่ง จ้อง สังเกตอาการความเป็นไปต่างๆอยู่ในนั้น ในบางครั้งบางวันลมละเอียดมากเข้าจนถึงกับหาย(บริเวณริมฝีปากด้านบน และจมูกจะว่างโล่งเหมือนไม่มีอะไรเลย)นิ่งดิ่งอยู่อย่างนั้นเกิดรู้สึกร่างกายใหญ่โตมามาก ท้องฟ้าใสสว่าง แผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลเห็น ทุ่งนา ป่าเขาชัดเจนเหมือนตอนเที่ยงวันใสกระจ่าง ความรู้สึกเหมือนอยู่ที่สูงริบลิ่ว อาการร่างกายใหญ่มาก ระหว่างหัวเข่าซ้าย ไปหัวเข่าขวา ห่างกันเป็น 100 กว่ากิโลเมตร กว้างห่างกันมาก
เข้าเดือนที่ 5 เริ่มนั่งไม่ถึง 5 นาที(ในสมาธิรู้สึกว่าเร็ว แต่ในโลกความจริงไม่รู้) ลมหายชัดเจน พร้อมละวางคำบริกรรมไปเมื่อไหร่ไม่รู้ จากความมืดเปลี่ยนเป็นแสงสีสวยงามไหลวนเวียนไม่เป็นระเบียบแต่ไม่ปะปนกัน สีใสสวยงามกระจ่าง ผมเพ่งสังเกตเฉยดูความเป็นไป แต่ไม่เข้าไปปรุง สติก็ยังเด่นอยู่อย่างนั้น เมื่อสีเหล่านั้นหมดกำลังหมุนก็เลือนหายไปเป็ความมืดอีก ผมก็เพ่งดูอยู่ไม่นานจะปรากฏขึ้นเป็นดางกลมสีเหลืองบ้าง ส้มบ้าง ด้านนอกจะเป็นรัศมีกระจ่างแสงสีสว่างสดใสมากมีสีต่างๆเป็นขั้นๆวงกลมออกเรียงกันออกไป ส่วนผมก็เพ่งดูเฉยอยู่
บางครั้งวางคำบริการ ลมหาย นิ่งดิ่ง ความรู้สึกว่าหูรับอารมณ์ภายนอกใสแจ๋วมาก เสียงเด็กวิ่งเล่นกัน(ที่บ้านและบ้านเพื่อนบ้านไม่มีเด็ก) เสียงปิด เปิดประตู เสียงกระชากปิดประตูแรงคล้ายมีความตั้งใจทำให้ขณะที่เรากำลังทำสมาธิตกใจเลิกทำต่อ ครั้งที่รุนแรงมาก คือ ขณะบริกรรมพุท โธ สติจับลมไปเรื่อยๆ ลมเริ่มละเอียดเข้า ละเอียดเข้าจนลมหายไปบริเวณจมูกไม่มี ว่างโล่ง สมาธิดิ่งลงไปจนนิ่งในความใสสว่าง กำลังเพ่งแสงเบากาย เบาใจอยู่นั้น เกิดการระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คล้ายๆฟ้าผ่าลงมาข้างๆที่ผมกำลังนั่งสมาธิอยู่ ผมสะดุ้งผวา หูอื้อ มึนงงตาพร่ามัว ต้องตั้งสติอยู่เกือบ 1 นาที หาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่มีคำตอบให้ตัวเอง เหตุการณ์ที่เด่นชัดก็มีประมาณนี้ ต่อก็เป็นการปฎิบัติธรรมดาทั่วไป เป็น 5 เดือน หลังไปถึง 1 ปี และอาการของจิตในขณะทำสมาธิ เมื่อเริ่มนั่ง คำบริกรรม วิตก วิจารณ์ วางเร็วขึ้น ปิติและสุขก็เด่นอยู่ท ที่มาเร็วมาก็คือ จิตจะดิ่งนิ่งใสสว่าง โดยผมเพ่งจ้องความใสสว่างยิ่งดูปฎิกริยาของแสงนั้น ในขณะที่กำลังเพลินอยู่กับการเพ่น จะมีแว๊ยหนึ่งที่สติว่า เอ๊ะ หูทำไมไม่ได้ยินเสียง หรือ เอ๊ะทำไมมันเบาๆคล้ายไม่มีตัวตน(คือเพ่งจนลืม)เลย ออกมาดูว่ายังมีตัวตนอยู่มั้ย(เกิดขึ้นเร็วมากแว็บเดียว)เมื่อรับรูการมีอยู่ของตัวตน ก็เริ่มจับลมเข้าสมาธิใหม่(ตอนนี้กลับเข้าสมาธิก็เร็ว) อีกความรู้สึกคือในขณะที่เพ่งจ้องแสงใสสว่างอยู่นั้นมีความรู้สึกเหมือนในโลกนี้ไม่มีขอบเขตที่สิ้นสุดรอบทิศทางใสสว่าง ข้างบนก็ไม่มี ล่างก็ไม่มี ซ้ายขวาก็ไม่มี เหมือนลอยอยู่ในลูกแก้วใสสะอาดลูกใหญ่ๆ มีแต่แสงสว่าง กับผมที่กำลังเพ่งแสงอยู่ขณะนั้น เท่านั้น เป็นแบบนี้ตลอดมา ครับ วิเคราะห์ แยกแยะ อธิบายละเอียดให้ด้วย ครับ
ขอคำแนะนำจากพี่ ที่ผ่านจุดนี้ด้วยครับ
แบบละเอียดเลยนะ
เคยอ่านประวัติพระอาจารย์ สายปฎิบัติ สมถกรรมฐาน — วิปัสสนากรรมฐาน หลายท่าน เกิดรักชอบอยากได้ อยากเป็นเหมือนท่านทั้งหลาย เลยเริ่มนั่ง ปฎิบัติด้วยตัวเอง แบบไม่มีความรู้เรื่องการปฎิบัติอะไรเป็นพื้นฐานเลย เริ่ม
ผมใช้ อาณาปราณสติ กรรมฐาน และคำบริกรรม พุท โธ กำกับลมหายใจเข้า และ ออก มีสติรู้ตัวอยู่ตลอด ประมาณวันละ 30 นาที 1 เดือน แรกยังไม่ปรากฏผลอะไร
เข้าเดือนที่ 2 สมาธิเริ่มใกล้จะนิ่ง หลายครั้ง จิตยังดิ้นรนออกไปรับอารมณ์ หรือ เสียงต่างๆอยู่ ยังไม่นิ่งอยู่กับลมและคำบริกรรม แต่ก็ถือว่ารู้สึกดีขึ้น
เข้าเดือนที่ 3 สติ สมาธิ เริ่มนิ่งอยู่กับลม คำบริกรรมนานขึ้น เสียงต่างๆที่มากระทบหู ก็แค่เสียงเฉยๆ จิตไม่ออกไปปรุงแต่งเสียงนั้น
เข้าเดือนที่ 4 ลมเริ่มเบา ละเอียดเข้า หลายครั้งเริ่มรู้สึกว่าลมมีอยู่บ้าง ไม่มีบ้าง สติผมเติมเปี่ยม สังเกตอยู่อย่างนั้นในสมาธิเฉยอยู่ ไม่ตกใจสงสัย หรือรู้สึกกลัว นานเข้าจากความมืด(นั่งหลับตา)เริ่มจะมีแสงลักษณะวงกลมสีขาวนวน ส่ายไปมาทุกทิศทางไม่เป็นระเบียบภายในความมืด ผมเพ่ง จ้อง อยู่อย่างนั้น เวลาภายนอกนานเท่าไหร่ไม่รู้ มีแต่ความรู้สึดเฉยๆ เพ่ง จ้อง สังเกตอาการความเป็นไปต่างๆอยู่ในนั้น ในบางครั้งบางวันลมละเอียดมากเข้าจนถึงกับหาย(บริเวณริมฝีปากด้านบน และจมูกจะว่างโล่งเหมือนไม่มีอะไรเลย)นิ่งดิ่งอยู่อย่างนั้นเกิดรู้สึกร่างกายใหญ่โตมามาก ท้องฟ้าใสสว่าง แผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลเห็น ทุ่งนา ป่าเขาชัดเจนเหมือนตอนเที่ยงวันใสกระจ่าง ความรู้สึกเหมือนอยู่ที่สูงริบลิ่ว อาการร่างกายใหญ่มาก ระหว่างหัวเข่าซ้าย ไปหัวเข่าขวา ห่างกันเป็น 100 กว่ากิโลเมตร กว้างห่างกันมาก
เข้าเดือนที่ 5 เริ่มนั่งไม่ถึง 5 นาที(ในสมาธิรู้สึกว่าเร็ว แต่ในโลกความจริงไม่รู้) ลมหายชัดเจน พร้อมละวางคำบริกรรมไปเมื่อไหร่ไม่รู้ จากความมืดเปลี่ยนเป็นแสงสีสวยงามไหลวนเวียนไม่เป็นระเบียบแต่ไม่ปะปนกัน สีใสสวยงามกระจ่าง ผมเพ่งสังเกตเฉยดูความเป็นไป แต่ไม่เข้าไปปรุง สติก็ยังเด่นอยู่อย่างนั้น เมื่อสีเหล่านั้นหมดกำลังหมุนก็เลือนหายไปเป็ความมืดอีก ผมก็เพ่งดูอยู่ไม่นานจะปรากฏขึ้นเป็นดางกลมสีเหลืองบ้าง ส้มบ้าง ด้านนอกจะเป็นรัศมีกระจ่างแสงสีสว่างสดใสมากมีสีต่างๆเป็นขั้นๆวงกลมออกเรียงกันออกไป ส่วนผมก็เพ่งดูเฉยอยู่
บางครั้งวางคำบริการ ลมหาย นิ่งดิ่ง ความรู้สึกว่าหูรับอารมณ์ภายนอกใสแจ๋วมาก เสียงเด็กวิ่งเล่นกัน(ที่บ้านและบ้านเพื่อนบ้านไม่มีเด็ก) เสียงปิด เปิดประตู เสียงกระชากปิดประตูแรงคล้ายมีความตั้งใจทำให้ขณะที่เรากำลังทำสมาธิตกใจเลิกทำต่อ ครั้งที่รุนแรงมาก คือ ขณะบริกรรมพุท โธ สติจับลมไปเรื่อยๆ ลมเริ่มละเอียดเข้า ละเอียดเข้าจนลมหายไปบริเวณจมูกไม่มี ว่างโล่ง สมาธิดิ่งลงไปจนนิ่งในความใสสว่าง กำลังเพ่งแสงเบากาย เบาใจอยู่นั้น เกิดการระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คล้ายๆฟ้าผ่าลงมาข้างๆที่ผมกำลังนั่งสมาธิอยู่ ผมสะดุ้งผวา หูอื้อ มึนงงตาพร่ามัว ต้องตั้งสติอยู่เกือบ 1 นาที หาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่มีคำตอบให้ตัวเอง เหตุการณ์ที่เด่นชัดก็มีประมาณนี้ ต่อก็เป็นการปฎิบัติธรรมดาทั่วไป เป็น 5 เดือน หลังไปถึง 1 ปี และอาการของจิตในขณะทำสมาธิ เมื่อเริ่มนั่ง คำบริกรรม วิตก วิจารณ์ วางเร็วขึ้น ปิติและสุขก็เด่นอยู่ท ที่มาเร็วมาก็คือ จิตจะดิ่งนิ่งใสสว่าง โดยผมเพ่งจ้องความใสสว่างยิ่งดูปฎิกริยาของแสงนั้น ในขณะที่กำลังเพลินอยู่กับการเพ่น จะมีแว๊ยหนึ่งที่สติว่า เอ๊ะ หูทำไมไม่ได้ยินเสียง หรือ เอ๊ะทำไมมันเบาๆคล้ายไม่มีตัวตน(คือเพ่งจนลืม)เลย ออกมาดูว่ายังมีตัวตนอยู่มั้ย(เกิดขึ้นเร็วมากแว็บเดียว)เมื่อรับรูการมีอยู่ของตัวตน ก็เริ่มจับลมเข้าสมาธิใหม่(ตอนนี้กลับเข้าสมาธิก็เร็ว) อีกความรู้สึกคือในขณะที่เพ่งจ้องแสงใสสว่างอยู่นั้นมีความรู้สึกเหมือนในโลกนี้ไม่มีขอบเขตที่สิ้นสุดรอบทิศทางใสสว่าง ข้างบนก็ไม่มี ล่างก็ไม่มี ซ้ายขวาก็ไม่มี เหมือนลอยอยู่ในลูกแก้วใสสะอาดลูกใหญ่ๆ มีแต่แสงสว่าง กับผมที่กำลังเพ่งแสงอยู่ขณะนั้น เท่านั้น เป็นแบบนี้ตลอดมา ครับ วิเคราะห์ แยกแยะ อธิบายละเอียดให้ด้วย ครับ