สำหรับคนรุ่นเรา
บุหรี่อาจเป็น "ทางเลือก"
แต่สำหรับผู้ที่เกิดตั้งแต่
1 ม.ค. 2009 เป็นต้นไป
มันคือ "วัตถุต้องห้าม"
ที่กฎหมายการันตีว่าพวกเขาจะไม่มีวันเข้าถึง
ขณะที่เราคุ้นชินกับภาพสิงห์อมควันที่มุมตึก อังกฤษกำลังจะกลายเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ทำให้ภาพเหล่านั้นกลายเป็นเพียง "Footage ประวัติศาสตร์"
ไม่ใช่การหักดิบยึดของกลาง
แต่คือการทำให้มัน
"เลือนหายไปตามกาลเวลา"
–
🔴 ไม่ใช่ลิดรอน แต่คือการ "คืนเสรีภาพ"
คำถามคลาสสิกคือ
"นี่มันเผด็จการไปไหม?
ร่างกายฉัน ฉันควรมีสิทธิ์เลือก"
แต่รัฐบาลอังกฤษและผู้สนับสนุนกฎหมายนี้มองต่างออกไป พวกเขามองว่า "การเสพติด ไม่ใช่เสรีภาพ" (Addiction is not freedom)
ไม่มีเด็กคนไหนตัดสินใจสูบบุหรี่มวนแรกด้วยความตั้งใจว่า "ฉันอยากเป็นมะเร็งตอนอายุ 50" พวกเขาแค่ลอง และถูกกับดักนิโคตินพันธนาการไว้
การผ่านกฎหมาย Tobacco and Vapes Bill ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การแย่งชิงความสุข แต่คือการ "ออกแบบ Default ของสังคมใหม่" ให้คนรุ่นถัดไปปลอดภัยโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม ด้วยกลไกที่แยบยลและเด็ดขาด:
🏴☠️ The Moving Age Limit
ใครเกิดหลังปี 2009 จะซื้อบุหรี่ไม่ได้ตลอดชีวิต เพราะเกณฑ์อายุขั้นต่ำจะขยับขึ้นปีละ 1 ปี (ปีนี้ต้อง 18, ปีหน้าต้อง 19, อีก 50 ปี ต้องอายุ 68 ถึงจะซื้อได้)
🏴☠️ Vape crackdown
ตัดวงจรนักสูบหน้าใหม่ด้วยการแบน "บุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง" (Disposable Vapes) ทันที เพราะมันคือกุญแจด่านแรกที่ใช้ง่ายเกินไปสำหรับเด็ก
🏴☠️ Plain Packaging
ลดแรงดึงดูดทางสายตา บรรจุภัณฑ์ต้องเรียบ ไม่ดูเท่ ไม่ดูคูล ไม่น่าสนใจ
–
🔴 กว่าจะเป็นกฎหมายที่โลกต้องจารึก
กฎหมายฉบับนี้มีความพิเศษตรงที่มันคือ "Rare Item" ทางการเมือง เพราะได้รับการสนับสนุนจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน (ซึ่งปกติจะตีกันแทบทุกเรื่อง)
🇳🇿 The Origin (ต้นกำเนิด): ผ่านกฎหมายแล้วในปี 2022 (ยุครัฐบาล จาซินดา อาร์เดิร์น) แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ช่วงปลายปี 2023 รัฐบาลชุดใหม่ประกาศ "ยกเลิก" กฎหมายนี้ทันที (ก่อนจะได้เริ่มบังคับใช้) เพื่อนำเงินภาษียาสูบไปโปะนโยบายลดหย่อนภาษี
🇬🇧 The Baton Pass (การส่งไม้ต่อ): อังกฤษภายใต้รัฐบาลอนุรักษนิยม (Rishi Sunak) เห็นดีด้วยจึงหยิบมาปัดฝุ่นใหม่ แม้จะมีการยุบสภาและเปลี่ยนขั้วอำนาจมาเป็นพรรคแรงงาน (Keir Starmer) แต่กฎหมายนี้ "ไม่ถูกทิ้ง" รัฐบาลใหม่หยิบมาสานต่อทันทีในสัปดาห์แรกๆ ที่เข้าทำงาน
🙋🏻 The Consensus (เสียงส่วนใหญ่แบบถล่มทลาย): ตัวเลขในสภาไม่เคยโกหก ในการโหวตวาระสำคัญ (Second Reading) ส.ส. อังกฤษโหวต "เห็นด้วย" ถึง 415 เสียง ต่อ "ค้าน" เพียง 47 เสียง ชนะขาดลอยเกือบ 9 เท่า สะท้อนว่านี่คือวาระที่ทุกคนมองเห็นตรงกัน
🏴☠️ The Big Day (วันดีเดย์) อังกฤษรับไอเดียมาทำต่อ และกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่จะทำสำเร็จจริงๆ เพราะนิวซีแลนด์ถอยไปแล้ว
⬩ 2025: เริ่มแบนบุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง (จัดการด่านแรกก่อน)
⬩ 1 มกราคม 2027: เริ่มบังคับใช้กฎ "Smoke-Free Generation" อย่างเป็นทางการ
–
🔴 The Cost of "Bad Design"
ราคาที่ต้องจ่ายของการออกแบบกฎหมายที่หละหลวมในอดีต คือภาระมหาศาล โรงพยาบาลแน่นขนัดด้วยผู้ป่วยมะเร็งปอด โรคหัวใจ และโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งล้วนเป็นโรคที่ "ป้องกันได้" (Preventable Diseases)
อังกฤษคำนวณแล้วว่า การปล่อยให้บุหรี่วางขายเสรี คือการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ทั้งงบประมาณ NHS และทรัพยากรมนุษย์
พวกเขาจึงเลือกที่จะ "เจ็บแต่จบ" ในวันนี้ เพื่อ "กำไรทางสังคม" ในอีก 20 ปีข้างหน้า
–
🔴 บทสรุปของ "มรดกทางสังคม"
ประวัติศาสตร์มักจารึกชื่อของผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับกฎหมายฉบับนี้ ประวัติศาสตร์จะจารึกในฐานะ "ผู้หยุดยั้ง"
อังกฤษกำลังสาธิตให้โลกเห็นว่า "ของขวัญ" ที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้คนเจนเนอเรชั่นอัลฟ่า (Gen Alpha) ไม่ใช่เทคโนโลยีล้ำสมัย หรือหนี้สาธารณะ แต่คือ "ปอดที่สะอาด" และ "สังคมที่ปลอดจากสิ่งเสพติด"
การกล้าขัดใจคนรุ่นเก่าในวันนี้ เพื่อแลกกับคุณภาพชีวิตของคนรุ่นใหม่ในอีก 50 ปีข้างหน้า... นั่นแหละคือวิสัยทัศน์ของผู้นำที่แท้จริง
🔴 แล้วคุณล่ะ... คิดว่าไทยพร้อมสำหรับก้าวนี้หรือยัง?
เราจะยังคงเป็นประเทศที่บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายแต่หาซื้อได้และบุหรี่มวนยังคงขายดี
หรือเราควรเริ่มขีดเส้นแบ่งบางอย่าง... เพื่อให้ลูกหลานของเราในอนาคต หันกลับมามองยุคสมัยนี้แล้วสงสัยว่า
"คนสมัยก่อน เขาสูบควันพิษเข้าร่างกายกันไปทำไม?“
iURBAN
CR
https://www.facebook.com/share/p/1ARF61mhCe/?mibextid=wwXIfr
อังกฤษขีดเส้นประวัติศาสตร์ 🇬🇧 “Smoke-Free Generation” 🚭 เกิดหลัง 2009 หมดสิทธิ์ซื้อบุหรี่ตลอดชีวิต
บุหรี่อาจเป็น "ทางเลือก"
แต่สำหรับผู้ที่เกิดตั้งแต่
1 ม.ค. 2009 เป็นต้นไป
มันคือ "วัตถุต้องห้าม"
ที่กฎหมายการันตีว่าพวกเขาจะไม่มีวันเข้าถึง
ขณะที่เราคุ้นชินกับภาพสิงห์อมควันที่มุมตึก อังกฤษกำลังจะกลายเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ทำให้ภาพเหล่านั้นกลายเป็นเพียง "Footage ประวัติศาสตร์"
ไม่ใช่การหักดิบยึดของกลาง
แต่คือการทำให้มัน
"เลือนหายไปตามกาลเวลา"
–
🔴 ไม่ใช่ลิดรอน แต่คือการ "คืนเสรีภาพ"
คำถามคลาสสิกคือ
"นี่มันเผด็จการไปไหม?
ร่างกายฉัน ฉันควรมีสิทธิ์เลือก"
แต่รัฐบาลอังกฤษและผู้สนับสนุนกฎหมายนี้มองต่างออกไป พวกเขามองว่า "การเสพติด ไม่ใช่เสรีภาพ" (Addiction is not freedom)
ไม่มีเด็กคนไหนตัดสินใจสูบบุหรี่มวนแรกด้วยความตั้งใจว่า "ฉันอยากเป็นมะเร็งตอนอายุ 50" พวกเขาแค่ลอง และถูกกับดักนิโคตินพันธนาการไว้
การผ่านกฎหมาย Tobacco and Vapes Bill ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การแย่งชิงความสุข แต่คือการ "ออกแบบ Default ของสังคมใหม่" ให้คนรุ่นถัดไปปลอดภัยโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม ด้วยกลไกที่แยบยลและเด็ดขาด:
🏴☠️ The Moving Age Limit
ใครเกิดหลังปี 2009 จะซื้อบุหรี่ไม่ได้ตลอดชีวิต เพราะเกณฑ์อายุขั้นต่ำจะขยับขึ้นปีละ 1 ปี (ปีนี้ต้อง 18, ปีหน้าต้อง 19, อีก 50 ปี ต้องอายุ 68 ถึงจะซื้อได้)
🏴☠️ Vape crackdown
ตัดวงจรนักสูบหน้าใหม่ด้วยการแบน "บุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง" (Disposable Vapes) ทันที เพราะมันคือกุญแจด่านแรกที่ใช้ง่ายเกินไปสำหรับเด็ก
🏴☠️ Plain Packaging
ลดแรงดึงดูดทางสายตา บรรจุภัณฑ์ต้องเรียบ ไม่ดูเท่ ไม่ดูคูล ไม่น่าสนใจ
–
🔴 กว่าจะเป็นกฎหมายที่โลกต้องจารึก
กฎหมายฉบับนี้มีความพิเศษตรงที่มันคือ "Rare Item" ทางการเมือง เพราะได้รับการสนับสนุนจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน (ซึ่งปกติจะตีกันแทบทุกเรื่อง)
🇳🇿 The Origin (ต้นกำเนิด): ผ่านกฎหมายแล้วในปี 2022 (ยุครัฐบาล จาซินดา อาร์เดิร์น) แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ช่วงปลายปี 2023 รัฐบาลชุดใหม่ประกาศ "ยกเลิก" กฎหมายนี้ทันที (ก่อนจะได้เริ่มบังคับใช้) เพื่อนำเงินภาษียาสูบไปโปะนโยบายลดหย่อนภาษี
🇬🇧 The Baton Pass (การส่งไม้ต่อ): อังกฤษภายใต้รัฐบาลอนุรักษนิยม (Rishi Sunak) เห็นดีด้วยจึงหยิบมาปัดฝุ่นใหม่ แม้จะมีการยุบสภาและเปลี่ยนขั้วอำนาจมาเป็นพรรคแรงงาน (Keir Starmer) แต่กฎหมายนี้ "ไม่ถูกทิ้ง" รัฐบาลใหม่หยิบมาสานต่อทันทีในสัปดาห์แรกๆ ที่เข้าทำงาน
🙋🏻 The Consensus (เสียงส่วนใหญ่แบบถล่มทลาย): ตัวเลขในสภาไม่เคยโกหก ในการโหวตวาระสำคัญ (Second Reading) ส.ส. อังกฤษโหวต "เห็นด้วย" ถึง 415 เสียง ต่อ "ค้าน" เพียง 47 เสียง ชนะขาดลอยเกือบ 9 เท่า สะท้อนว่านี่คือวาระที่ทุกคนมองเห็นตรงกัน
🏴☠️ The Big Day (วันดีเดย์) อังกฤษรับไอเดียมาทำต่อ และกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่จะทำสำเร็จจริงๆ เพราะนิวซีแลนด์ถอยไปแล้ว
⬩ 2025: เริ่มแบนบุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง (จัดการด่านแรกก่อน)
⬩ 1 มกราคม 2027: เริ่มบังคับใช้กฎ "Smoke-Free Generation" อย่างเป็นทางการ
–
🔴 The Cost of "Bad Design"
ราคาที่ต้องจ่ายของการออกแบบกฎหมายที่หละหลวมในอดีต คือภาระมหาศาล โรงพยาบาลแน่นขนัดด้วยผู้ป่วยมะเร็งปอด โรคหัวใจ และโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งล้วนเป็นโรคที่ "ป้องกันได้" (Preventable Diseases)
อังกฤษคำนวณแล้วว่า การปล่อยให้บุหรี่วางขายเสรี คือการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ทั้งงบประมาณ NHS และทรัพยากรมนุษย์
พวกเขาจึงเลือกที่จะ "เจ็บแต่จบ" ในวันนี้ เพื่อ "กำไรทางสังคม" ในอีก 20 ปีข้างหน้า
–
🔴 บทสรุปของ "มรดกทางสังคม"
ประวัติศาสตร์มักจารึกชื่อของผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับกฎหมายฉบับนี้ ประวัติศาสตร์จะจารึกในฐานะ "ผู้หยุดยั้ง"
อังกฤษกำลังสาธิตให้โลกเห็นว่า "ของขวัญ" ที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้คนเจนเนอเรชั่นอัลฟ่า (Gen Alpha) ไม่ใช่เทคโนโลยีล้ำสมัย หรือหนี้สาธารณะ แต่คือ "ปอดที่สะอาด" และ "สังคมที่ปลอดจากสิ่งเสพติด"
การกล้าขัดใจคนรุ่นเก่าในวันนี้ เพื่อแลกกับคุณภาพชีวิตของคนรุ่นใหม่ในอีก 50 ปีข้างหน้า... นั่นแหละคือวิสัยทัศน์ของผู้นำที่แท้จริง
🔴 แล้วคุณล่ะ... คิดว่าไทยพร้อมสำหรับก้าวนี้หรือยัง?
เราจะยังคงเป็นประเทศที่บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายแต่หาซื้อได้และบุหรี่มวนยังคงขายดี
หรือเราควรเริ่มขีดเส้นแบ่งบางอย่าง... เพื่อให้ลูกหลานของเราในอนาคต หันกลับมามองยุคสมัยนี้แล้วสงสัยว่า
"คนสมัยก่อน เขาสูบควันพิษเข้าร่างกายกันไปทำไม?“
iURBAN
CR https://www.facebook.com/share/p/1ARF61mhCe/?mibextid=wwXIfr