เรียกว่าผมให้0 ตะแนนเต็ม 100 เลยมันไม่มีกิจกรรม ไม่มีการทำไรสักกะอย่าง
ผมจะคิดอะไรให้สักอย่าง จากการอยู่กับนักกีฬามาหลายๆชนิด
นักกีฬาไทยนั้น มีนิสัยชอบติดปลายนวม พนันเล็กๆจึงจะมีแรงจูงใจให้ซ้อม ( มันเป็นพื้นฐานเกือบทุกชนิดกีฬาเลย)
เรื่องแรงจูงใจ คนที่มีความฝันอะไรอยากติดทีมชาติ อยากเป็นแบบคนนั้นเป็นไอดอลคนนี้ นั่นเขามีแรงจูงใจของเขานั่นเรื่องนึง ไม่ต้องใส่ใจ
แต่มันจะมีนักกีฬาอาชีพที่เล่นรับค่าแรงไปเรื่อยๆวัน ไม่พัฒนาอะไร ้เช้าซ้อมตามโปรแกรม บ่ายเดินห้าง เย็น เที่ยว....... วนๆไป
ถ้าอยากพัฒนานักกีฬาพวกนี้ ลองบอกให้วางเงินลงขันแล้วมาชิงเงินกัน มันจะขวนขวายซ้อมเพื่อมาเอาเงินกัน
สมมติว่า สมาคมลองมีกิจกรรมท้าประลอง วิ่ง100 เมตร ของนักบอลทุกสโมสร โดยมีค่าสมัคร เล็กๆน้อยคนละ 1-2พัน +เงินที่สมาคมหาจากสปอนเซอร์ ไว้เป็นรางวัลอีกสัก 2 แสน สำหรับผู้ชนะ 1-8 ลำดับแรกลดหลั่นกันไป ตามลำดับ เงินตรงกลางน่าจะมีราวๆ3แสนได้ แล้วก็นัดสัปดาห์แข่ง 2-3 วันจบ
เท่านี้ก็จะได้การพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาในด้านความเร็ว คนลงแข่งก็จะเอาเวลาไปซ้อมมากกว่าเดิม
ตัวอย่างนี้ก็เอาไปทำอีเว้นท์ ชาเล้นจ์อย่างอื่นๆด้เยอะแยะ เช่นเพิ่มศักยภาพการกระโดด การปะทะ การเลี้ยงบอล ....ก็ลองไปหาวิธีแข่งแล้วก็จัดชาเลนจ์ในแบบเดียวกัน นักกีฬาก็จะซ้อมมากกว่าเดิม ศักยภาพนักกีฬาก็จะดีกว่าเดิมแน่นอน
แม้แต่การทำคอนเทนต์ชาเลนจ์ เรียกสปอนเซอร์ข้ามสมาคมก็ทำได้ เช่นเอาซุปตาร์แต่ละสมาคมมาแข่งกันโดยมีแต้มต่อ เช่น สมมติ เอาบิว ภูริพล ดวล 100 เมตรกับเจ ชนาธิป แต่ เจชนาธิป เริ่มในระยะ 80 ..... มันก็เรียกคนดูได้เยอะแยะ คอนเท้นแบบนี้มีเยอะมากในญี่ปุ่นให้นักกีฬาเพิ่มศักยภาพ แต่ที่ไทยแทบจะหาไม่ได้ นอกจากรายการทีวี นานๆครั้ง
ทำไมสมาคมไม่รู้จักพัฒนาศักยภาพนักกีฬาด้วยการจัดชาเลนจ์ ต่างๆ
ผมจะคิดอะไรให้สักอย่าง จากการอยู่กับนักกีฬามาหลายๆชนิด
นักกีฬาไทยนั้น มีนิสัยชอบติดปลายนวม พนันเล็กๆจึงจะมีแรงจูงใจให้ซ้อม ( มันเป็นพื้นฐานเกือบทุกชนิดกีฬาเลย)
เรื่องแรงจูงใจ คนที่มีความฝันอะไรอยากติดทีมชาติ อยากเป็นแบบคนนั้นเป็นไอดอลคนนี้ นั่นเขามีแรงจูงใจของเขานั่นเรื่องนึง ไม่ต้องใส่ใจ
แต่มันจะมีนักกีฬาอาชีพที่เล่นรับค่าแรงไปเรื่อยๆวัน ไม่พัฒนาอะไร ้เช้าซ้อมตามโปรแกรม บ่ายเดินห้าง เย็น เที่ยว....... วนๆไป
ถ้าอยากพัฒนานักกีฬาพวกนี้ ลองบอกให้วางเงินลงขันแล้วมาชิงเงินกัน มันจะขวนขวายซ้อมเพื่อมาเอาเงินกัน
สมมติว่า สมาคมลองมีกิจกรรมท้าประลอง วิ่ง100 เมตร ของนักบอลทุกสโมสร โดยมีค่าสมัคร เล็กๆน้อยคนละ 1-2พัน +เงินที่สมาคมหาจากสปอนเซอร์ ไว้เป็นรางวัลอีกสัก 2 แสน สำหรับผู้ชนะ 1-8 ลำดับแรกลดหลั่นกันไป ตามลำดับ เงินตรงกลางน่าจะมีราวๆ3แสนได้ แล้วก็นัดสัปดาห์แข่ง 2-3 วันจบ
เท่านี้ก็จะได้การพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาในด้านความเร็ว คนลงแข่งก็จะเอาเวลาไปซ้อมมากกว่าเดิม
ตัวอย่างนี้ก็เอาไปทำอีเว้นท์ ชาเล้นจ์อย่างอื่นๆด้เยอะแยะ เช่นเพิ่มศักยภาพการกระโดด การปะทะ การเลี้ยงบอล ....ก็ลองไปหาวิธีแข่งแล้วก็จัดชาเลนจ์ในแบบเดียวกัน นักกีฬาก็จะซ้อมมากกว่าเดิม ศักยภาพนักกีฬาก็จะดีกว่าเดิมแน่นอน
แม้แต่การทำคอนเทนต์ชาเลนจ์ เรียกสปอนเซอร์ข้ามสมาคมก็ทำได้ เช่นเอาซุปตาร์แต่ละสมาคมมาแข่งกันโดยมีแต้มต่อ เช่น สมมติ เอาบิว ภูริพล ดวล 100 เมตรกับเจ ชนาธิป แต่ เจชนาธิป เริ่มในระยะ 80 ..... มันก็เรียกคนดูได้เยอะแยะ คอนเท้นแบบนี้มีเยอะมากในญี่ปุ่นให้นักกีฬาเพิ่มศักยภาพ แต่ที่ไทยแทบจะหาไม่ได้ นอกจากรายการทีวี นานๆครั้ง