รู้หรือไม่ ว่าทำไมเบาหวานถึงห้ามนวด - สิ่งที่คนไข้หลาย ๆ คนไม่สน แถมยังอ้างว่าก็นวดอยู่บ่อย ๆ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย - หมอนวดบางคนก็ทำเป็นไม่เห็นว่าคนไข้เป็นเบาหวาน
บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.น นวดไทย
บอกก่อนเลยว่า "เบาหวานคือโรคห้ามนวด" อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีคนไข้บางคนดื้อ อ้างว่าก็นวดอยู่ประจำไม่เห็นเป็นอะไร - หมอนวดบางคนก็ทำเป็นไม่เห็นว่าคนไข้เป็นแบาหวาน ทั้ง ๆ ที่ก็รู้อยู่แล้วว่าคนไข้หรือลูกค้าของตนเองเป็นเบาหวาน เพราะอ้างอยู่ใสใจว่า ถ้าไม่นวดแล้วจะเอาอะไรกิน
*** เบาหวานที่เขาไม่ให้นวดมันมีเหตุผลนะครับ และเหตุผลเยอะด้วย ใครที่ไม่สนใจเหตุผลก็แล้วแต่คุณนะครับ แต่ถ้าฝืนทำไปแล้วเกิดอาการผิดปรกติขึ้นมา จะอ้างว่าศาสตร์แพทย์แผนไทยไม่ได้ไม่ได้นะ มันเกิดจากคนล้วน ๆ ไม่ใช่ศาสตร์การแพทย์แผนไทยไม่ดี
*********************************
ยกตัวอย่างอาการบางส่วนเช่น - อาการ "ปวดหลัง ร้าวลงขาทั้งสองข้าง พร้อมอาการชาตามปลายเท้า เป็นมา 3 เดือน" หมอนวดหลาย ๆ คนเห็นคนไข้หรือลูกค้าเป็นแบบนี้ แทบจะไม่ซักประวัติ แทบจะไม่ถามอะไรเลย ขอบอกเลยว่าอันตรายนะครับ เพราะอาการในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อเสมอไป
แต่อาจจะเป็นผลจาก "โรคเบาหวาน" ก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นผลจากโรคเบาหวานจริง ๆ ยิ่งนวดก็จะยิ่งอันตราย
*** ลักษณะอาการป่วยจากการซักประวัติ
- เริ่มมีอาการชาปลายเท้า ทั้งสองข้าง ก่อนนานเป็นปี
- 3 เดือนก่อนเริ่มมี ปวดหลังตื้อ ๆ
- และรู้สึก ร้าว/ชาเป็น ๆ หาย ๆ ลงไปที่น่องและปลายเท้า
- อาการชาจะเป็นมากตอนกลางคืนและเวลายืนนาน
- ผู้ป่วยบอกว่าบางครั้ง รู้สึกเหมือนเดินบนสำลี/เท้าไม่มีแรงกด
- ไม่มีอาการปวดแปลบตามแนวเส้นประสาทแบบเฉียบพลัน
- ไม่มีประวัติอุบัติเหตุหลัง
*********************************
อาการในลักษณะนี้ ถ้าไม่ซักประวัติโดยละเอียดเชิงการแพทย์ หรือถ้าไม่ได้ถามโรคประจำตัวของคนไข้ก่อน จะไม่รู้เลยว่าเกิดจาก "เบาหวาน" และต่อให้รู้ว่าคนไข้เป็นเบาหวาน หมอนวดบางคนก็ไม่สนอีกอยู่ดี เพราะเชื่อมโยงไม่ได้ ว่าเบาหวานทำให้เกิดอาการแบบนี้ได้อย่างไร
ยกตัวอย่างพยาธิสภาพ (แค่บางส่วน) เช่น
*** การเสื่อมของเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral Neuropathy)
- เบาหวานทำให้เกิด น้ำตาลสะสมในเส้นประสาท (glucose / sorbitol), เกิด oxidative stress, และ หลอดเลือดเล็ก (vasa nervorum) ที่มาเลี้ยงเส้นประสาทเสื่อม
- ส่งผลให้เส้นประสาทส่วนปลาย โดยเฉพาะที่ ยาวที่สุด (ขา–เท้า) เสื่อมก่อน เกิดอาการชา/ปวดปลายเท้า แบบ “ใส่ถุงเท้า” (stocking pattern)
- รู้สึกไฟช็อต แสบ ๆ ร้อน ๆ → เรียกว่า neuropathic pain / ถ้าเส้นประสาทรับความรู้สึกเสื่อมมากขึ้น รู้สึกชา ร้าวเหมือนเส้นตึงไปทั้งขา
********************************
ประเด็น คือ มันนวดไม่ได้ เพราะถ้าฟื้นนวดสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น (ยกตัวอย่างแค่บางส่วน) คือ
*** ผลเสียต่อกล้ามเนื้อ
1) กล้ามเนื้ออ่อนแรงและลีบ (Muscle wasting/atrophy) - เพราะเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ (motor nerve) ถูกทำลาย กล้ามเนื้อไม่ได้รับสัญญาณ ค่อย ๆ ฝ่อลีบ / มักเริ่มที่กล้ามเนื้อเท้า เดินไม่มั่นคง
2) เสียการทรงตัวและการเคลื่อนไหว - จากทั้งกล้ามเนื้ออ่อนแรง เสีย proprioception (การรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย) / ง่ายต่อการสะดุดหกล้ม
เวชศึกษาสมัยใหม่
CR
https://www.facebook.com/share/1CjMr3WwKo/?mibextid=wwXIfr
รู้หรือไม่ ว่าทำไมเบาหวานถึงห้ามนวด
บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.น นวดไทย
บอกก่อนเลยว่า "เบาหวานคือโรคห้ามนวด" อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีคนไข้บางคนดื้อ อ้างว่าก็นวดอยู่ประจำไม่เห็นเป็นอะไร - หมอนวดบางคนก็ทำเป็นไม่เห็นว่าคนไข้เป็นแบาหวาน ทั้ง ๆ ที่ก็รู้อยู่แล้วว่าคนไข้หรือลูกค้าของตนเองเป็นเบาหวาน เพราะอ้างอยู่ใสใจว่า ถ้าไม่นวดแล้วจะเอาอะไรกิน
*** เบาหวานที่เขาไม่ให้นวดมันมีเหตุผลนะครับ และเหตุผลเยอะด้วย ใครที่ไม่สนใจเหตุผลก็แล้วแต่คุณนะครับ แต่ถ้าฝืนทำไปแล้วเกิดอาการผิดปรกติขึ้นมา จะอ้างว่าศาสตร์แพทย์แผนไทยไม่ได้ไม่ได้นะ มันเกิดจากคนล้วน ๆ ไม่ใช่ศาสตร์การแพทย์แผนไทยไม่ดี
*********************************
ยกตัวอย่างอาการบางส่วนเช่น - อาการ "ปวดหลัง ร้าวลงขาทั้งสองข้าง พร้อมอาการชาตามปลายเท้า เป็นมา 3 เดือน" หมอนวดหลาย ๆ คนเห็นคนไข้หรือลูกค้าเป็นแบบนี้ แทบจะไม่ซักประวัติ แทบจะไม่ถามอะไรเลย ขอบอกเลยว่าอันตรายนะครับ เพราะอาการในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อเสมอไป
แต่อาจจะเป็นผลจาก "โรคเบาหวาน" ก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นผลจากโรคเบาหวานจริง ๆ ยิ่งนวดก็จะยิ่งอันตราย
*** ลักษณะอาการป่วยจากการซักประวัติ
- เริ่มมีอาการชาปลายเท้า ทั้งสองข้าง ก่อนนานเป็นปี
- 3 เดือนก่อนเริ่มมี ปวดหลังตื้อ ๆ
- และรู้สึก ร้าว/ชาเป็น ๆ หาย ๆ ลงไปที่น่องและปลายเท้า
- อาการชาจะเป็นมากตอนกลางคืนและเวลายืนนาน
- ผู้ป่วยบอกว่าบางครั้ง รู้สึกเหมือนเดินบนสำลี/เท้าไม่มีแรงกด
- ไม่มีอาการปวดแปลบตามแนวเส้นประสาทแบบเฉียบพลัน
- ไม่มีประวัติอุบัติเหตุหลัง
*********************************
อาการในลักษณะนี้ ถ้าไม่ซักประวัติโดยละเอียดเชิงการแพทย์ หรือถ้าไม่ได้ถามโรคประจำตัวของคนไข้ก่อน จะไม่รู้เลยว่าเกิดจาก "เบาหวาน" และต่อให้รู้ว่าคนไข้เป็นเบาหวาน หมอนวดบางคนก็ไม่สนอีกอยู่ดี เพราะเชื่อมโยงไม่ได้ ว่าเบาหวานทำให้เกิดอาการแบบนี้ได้อย่างไร
ยกตัวอย่างพยาธิสภาพ (แค่บางส่วน) เช่น
*** การเสื่อมของเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral Neuropathy)
- เบาหวานทำให้เกิด น้ำตาลสะสมในเส้นประสาท (glucose / sorbitol), เกิด oxidative stress, และ หลอดเลือดเล็ก (vasa nervorum) ที่มาเลี้ยงเส้นประสาทเสื่อม
- ส่งผลให้เส้นประสาทส่วนปลาย โดยเฉพาะที่ ยาวที่สุด (ขา–เท้า) เสื่อมก่อน เกิดอาการชา/ปวดปลายเท้า แบบ “ใส่ถุงเท้า” (stocking pattern)
- รู้สึกไฟช็อต แสบ ๆ ร้อน ๆ → เรียกว่า neuropathic pain / ถ้าเส้นประสาทรับความรู้สึกเสื่อมมากขึ้น รู้สึกชา ร้าวเหมือนเส้นตึงไปทั้งขา
********************************
ประเด็น คือ มันนวดไม่ได้ เพราะถ้าฟื้นนวดสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น (ยกตัวอย่างแค่บางส่วน) คือ
*** ผลเสียต่อกล้ามเนื้อ
1) กล้ามเนื้ออ่อนแรงและลีบ (Muscle wasting/atrophy) - เพราะเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ (motor nerve) ถูกทำลาย กล้ามเนื้อไม่ได้รับสัญญาณ ค่อย ๆ ฝ่อลีบ / มักเริ่มที่กล้ามเนื้อเท้า เดินไม่มั่นคง
2) เสียการทรงตัวและการเคลื่อนไหว - จากทั้งกล้ามเนื้ออ่อนแรง เสีย proprioception (การรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย) / ง่ายต่อการสะดุดหกล้ม
เวชศึกษาสมัยใหม่
CR https://www.facebook.com/share/1CjMr3WwKo/?mibextid=wwXIfr