LEGO ก้าวสู่อนาคตแห่งการเล่น เปิดตัวระบบ "Smart Play" ผสาน AI และโลกเสมือนจริง

หัวใจสำคัญของ LEGO Smart Play คือการเปิดตัว "Smart Bricks" ชุดใหม่ ซึ่งเป็นตัวต่อ LEGO รูปทรงมาตรฐาน แต่ภายในฝังไมโครชิปและเซนเซอร์ขนาดจิ๋วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ตัวต่อสามารถสื่อสารกันเองและสื่อสารกับแอปพลิเคชันใหม่บนสมาร์ทดีไวซ์ได้แบบเรียลไทม์
เมื่อเด็กๆ นำ Smart Bricks มาประกอบกัน แอปพลิเคชันจะสามารถระบุรูปร่าง โครงสร้าง และสีที่ถูกสร้างขึ้นได้ทันที ไม่ว่าเด็กจะสร้างยานอวกาศตามแบบ หรือสร้างสัตว์ประหลาดตามจินตนาการ ระบบ AI จะวิเคราะห์และเข้าใจสิ่งที่พวกเขาสร้าง




LEGO Smart Play ไม่ใช่แค่การทำตามคำสั่งดิจิทัล แต่เป็นการใช้ AI เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์:
การเล่าเรื่องแบบโต้ตอบ (Interactive Storytelling): เมื่อประกอบฉากเสร็จ แอปพลิเคชันจะสร้างเนื้อเรื่องและภารกิจที่สอดคล้องกับสิ่งที่สร้างขึ้น เช่น หากสร้างปราสาท ตัวแอปฯ อาจสร้างตัวละครอัศวินดิจิทัลที่ต้องการความช่วยเหลือให้เด็กๆ สร้างสะพานเพิ่ม
คำแนะนำที่ยืดหยุ่น (Adaptive Instructions): หากเด็กต่อผิดขั้นตอน หรือต้องการดัดแปลงแบบ ระบบ AI จะไมฟ้องว่า "ผิด" แต่จะปรับเปลี่ยนคำแนะนำการสร้างแบบ 3 มิติให้เข้ากับสิ่งที่เด็กทำอยู่ตรงหน้า เพื่อให้การเล่นลื่นไหลไม่สะดุด
โลกเสมือนทับซ้อนโลกจริง (Immersive AR): ผ่านกล้องของแท็บเล็ตหรือแว่น AR ในอนาคต สิ่งที่เด็กๆ สร้างจะดูมีชีวิตขึ้นมาทันที ยานพาหนะจะมีเอฟเฟกต์ไอพ่น เมืองจะมีประชากร LEGO เดินไปมา ช่วยขยายขอบเขตจินตนาการโดยที่มือยังสัมผัสกับตัวต่อจริงๆ




ซีอีโอของ LEGO Group กล่าวในงานแถลงข่าวว่า "วิสัยทัศน์ของเราสำหรับปี 2027 และต่อๆ ไป คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการเล่นทางกายภาพ ไม่ใช่เข้ามาแทนที่ ความรู้สึกของการหยิบจับตัวต่อ (Tactile Feedback) ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ แต่ Smart Play จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมจินตนาการในหัวเด็กๆ ให้ออกมาเป็นภาพที่จับต้องได้และโต้ตอบได้มากขึ้น"
ระบบ LEGO Smart Play คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายชุดแรกในช่วงกลางปี 2027 โดยจะเริ่มจากธีม LEGO City และ LEGO Star Wars เป็นกลุ่มแรก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่