เช็ค 5 โรคตัวร้ายที่ทำให้ "สายตาไม่นิ่ง" จนตัดแว่นพลาด!

ทำไมตัดแว่นกี่ครั้งก็ไม่ชัด?

คุณเคยไหม? ตัดแว่นมาไม่กี่เดือนก็เริ่มรู้สึกมัวอีกแล้ว หรือบางวันมองชัด บางวันมองเบลอ จนเริ่มไม่แน่ใจว่าค่าสายตาจริงๆ ของเราคือเท่าไหร่กันแน่?
อาการ "สายตาไม่นิ่ง" ไม่ใช่แค่เรื่องของความล้าจากการใช้หน้าจอเสมอไป แต่มันอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ากำลังมีบางอย่างผิดปกติ หากคุณรีบไปวัดสายตาเพื่อตัดแว่นในขณะที่สายตายังไม่คงที่ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังอาจทำให้สุขภาพตาแย่ลงกว่าเดิมด้วย



สาเหตุที่ทำให้สายตาคุณเปลี่ยนไปมาจนน่าตกใจ

🛑​  ​เบาหวานตัวการเงียบ
เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เลนส์ตาจะบวมน้ำ ทำให้การหักเหแสงเปลี่ยนไป หากคุณไปวัดสายตาช่วงที่น้ำตาลสูง แว่นที่ได้จะใช้งานไม่ได้เลยเมื่อระดับน้ำตาลกลับมาปกติ

🛑  ​โรคตาแห้งเรื้อรัง
หลายคนมองข้าม แต่ "น้ำตา" คือส่วนสำคัญในการหักเหแสง ถ้าตาแห้งมาก ผิวตาจะขรุขระ ทำให้การมองเห็นพร่ามัวสลับชัด จนวัดค่าสายตาคลาดเคลื่อนได้ง่าย

🛑  ​ต้อกระจกในระยะเริ่มต้น
โรคนี้ไม่ได้เกิดแค่กับผู้สูงอายุเท่านั้น ในบางรายเลนส์ตาที่เริ่มขุ่นจะทำให้ค่าสายตาสั้น "พุ่งสูงขึ้น" อย่างรวดเร็ว จนต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยผิดปกติ

🛑  สายตาสั้นเทียม (Pseudomyopia)
เกิดจากกล้ามเนื้อตาเกร็งค้างจากการจ้องหน้าจอนานๆ ทำให้วัดค่าสายตาได้ "สั้นกว่าความเป็นจริง" หากตัดแว่นตามค่านี้จะทำให้ปวดตาและเวียนหัวมาก

🛑 ​กระจกตาย้วย (Keratoconus)
ความผิดปกติที่กระจกตาค่อยๆ บางลงและป่องเป็นกรวย ทำให้สายตาเอียงและสั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนแว่นสายตาทั่วไปเริ่มเอาไม่อยู่

สรุป : ก่อนตัดแว่น ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
การวัดสายตาที่แม่นยำที่สุดควรทำในวันที่ร่างกายพร้อม หากคุณมีโรคประจำตัวควรควบคุมอาการให้คงที่เสียก่อน และที่สำคัญ หากพบว่าค่าสายตาเปลี่ยนเร็วผิดปกติภายใน 3-6 เดือน การไปพบ "จักษุแพทย์" เพื่อตรวจสุขภาพตาโดยละเอียดสำคัญกว่าการเดินเข้าร้านแว่นทั่วไปครับ

เพราะแว่นตาที่ดี ไม่ใช่แค่แว่นที่ชัดที่สุด แต่คือแว่นที่ตรงกับสุขภาพตาของคุณจริงๆ

https://www.putuchon.com/
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่