เบื้องหลังความแรงของ Wi-Fi บนเครื่องบินที่ทำงานได้ลื่นไหล โดยมีวัตถุดิบทำอาหาร "มันฝรั่ง" เป็นฮีโร่

เบื้องหลังความแรงของ Wi-Fi บนเครื่องบินที่ทำงานได้ลื่นไหล โดยมีวัตถุดิบทำอาหาร "มันฝรั่ง" เป็นฮีโร่

หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมอินเทอร์เน็ตบนความสูงหลายหมื่นฟุตถึงทำงานได้ลื่นไหล ทั้งที่ในห้องโดยสารเต็มไปด้วยผู้คนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ย้อนกลับไปในปี 2012 เมื่อทีมวิศวกร Boeing ตัดสินใจทำภารกิจสุดแปลก ด้วยการขนมันฝรั่งน้ำหนักกว่าเก้าตันขึ้นไปบนเครื่องบินยักษ์ใหญ่อย่าง Boeing 747 และ Boeing 777

ทำไมต้องเป็นมันฝรั่ง
เหตุผลนั้นน่าทึ่งมากครับ เพราะร่างกายของมนุษย์เราประกอบด้วยน้ำในปริมาณมาก ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับและสะท้อนสัญญาณวิทยุได้เป็นอย่างดี และเจ้ามันฝรั่งนี่เองที่มีองค์ประกอบทางเคมีรวมถึงปริมาณน้ำที่ใกล้เคียงกับร่างกายมนุษย์อย่างไม่น่าเชื่อ
วิศวกรจึงนำมันฝรั่งบรรจุถุงมาวางแทนที่นั่งผู้โดยสารจนเต็มลำ เพื่อจำลองสถานการณ์ที่มีคนนั่งอยู่เต็มเครื่องจริงๆ โดยไม่ต้องใช้คนจริงมานั่งทดลองทดสอบสัญญาณเป็นเวลานาน

โครงการนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า SPUDS ซึ่งเป็นการเล่นคำที่หมายถึงมันฝรั่งนั่นเอง

ความลับที่ซ่อนอยู่ในถุงมันฝรั่งบนเครื่อง Boeing 747
การใช้คนจริงๆ มานั่งนิ่งๆ นานหลายวันเพื่อทดสอบสัญญาณนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากในทางปฏิบัติ
การใช้มันฝรั่งบนเครื่องบินลำใหญ่อย่างรุ่น 747 จึงเป็นทางออกที่ชาญฉลาดและแม่นยำ ช่วยให้ทีมงานสามารถตรวจเช็คจุดอับสัญญาณหรือบริเวณที่สัญญาณตีกันในห้องโดยสารที่มีพื้นที่กว้างขวางได้อย่างละเอียด เพื่อปรับแต่งให้ Wi-Fi กระจายไปถึงทุกที่นั่งอย่างสม่ำเสมอโดยไม่รบกวนระบบการบิน

ผลลัพธ์จากการทดสอบในปีนั้น คือมาตรฐานความเสถียรของสัญญาณที่เราได้ใช้งานกันในปัจจุบัน
ครั้งต่อไปที่คุณต่อ Wi-Fi บนเครื่อง Boeing เพื่อส่งข้อความหรือดูวิดีโอได้อย่างไม่สะดุด ให้ลองนึกถึงเหล่ามันฝรั่งนับพันถุงที่เคยปฏิบัติภารกิจลับบนเครื่องรุ่นยักษ์เพื่อความสะดวกสบายของเราบนฟากฟ้า

ภาพจำลองประกอบเหตุการณ์



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่