สโมสรฟุตบอลต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินเท่าไร และจ่ายอย่างไร ในการปลดโค้ชหรือผู้จัดการทีมแต่ละครั้ง

ตามปกติแล้ว ถ้าเป็นการยื่นลาออกหรือขอยกเลิกสัญญาจากฝ่ายโค้ช สโมสรไม่จำเป็นต้องจ่ายอะไร แต่หากเป็นการปลดโค้ชออกจากตำแหน่ง ก็จะมีเรื่อง ‘ค่าชดเชย’ เข้ามาในสมการ
.
ในกรณีที่สโมสรเป็นฝ่ายตัดสินใจปลดโค้ช จะต้องจ่ายค่าชดเชยโดยคำนวณจากค่าจ้างที่เหลือตลอดระยะเวลาสัญญาที่ยังเหลืออยู่
.
เช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่ง ก็ต้องจ่ายค่าชดเชยตามค่าจ้างที่เหลือ
.
อโมริม ได้ค่าเหนื่อยปีละ 6.7 ล้านปอนด์ สัญญาเหลือถึงกลางปี 2027 หรืออีก 1 ปีครึ่ง เท่ากับว่า ยูไนเต็ด จะต้องจ่ายค่าชดเชยประมาณ 10 ล้านปอนด์
.
ส่วนรูปแบบการจ่ายก็มีทั้งแบบจ่ายก้อนเดียวไปเลยหรือแบ่งจ่ายตามตกลง โดยมีผลให้ยกเลิกสัญญากัน โค้ชก็สามารถไปเซ็นสัญญาคุมทีมอื่นได้เลย
.
เช่น ก่อนหน้านี้ที่ปลด เอริค เทน ฮาก ในเดือน ต.ค. 2024 ยูไนเต็ด จ่ายค่าชดเชยเป็นจำนวน 10.4 ล้านปอนด์ อิงจากสัญญาที่เหลืออยู่ถึงปี 2026
.
นอกจากนี้ยังมีอีกวิธีหนึ่ง คือการปลดแค่ประกาศออกสื่อ แต่ไม่ได้ยกเลิกสัญญาจริง แค่ให้ไปพักงาน โดยจ่ายเงินเดือนตามปกติ แล้วจ้างโค้ชคนใหม่มาแทนเลย
.
เช่นกรณีของ เชลซี ประกาศปลด เกรแฮม พ็อตเตอร์ ในเดือน เม.ย. 2023 แต่ยังคงจ่ายเงินเดือนจนถึงปี 2024 และกรณีของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ในปี 2019 แต่ยังคงได้เงินเดือนต่อไปตามปกติ
.
วิธีนี้ช่วยให้สโมสรไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นก้อนใหญ่ในครั้งเดียว โดยจ่ายเป็นเงินเดือนต่อไปเรื่อยๆ จนครบสัญญา
.
ขณะที่โค้ชก็ยังมีสัญญาอยู่ทีมเดิม ไม่สามารถไปเซ็นสัญญาทีมใหม่ ยกเว้นจะขอยกเลิกสัญญาที่ค้างอยู่กับทีมเก่าให้เรียบร้อยก่อน
.
การปลดแค่ออกสื่อ แต่สถานะยังคงเป็นลูกจ้าง เป็นวิธีที่ใช้กันปกติในอิตาลี ซึ่งเป็นลีกที่ขึ้นชื่อเรื่องการปลดโค้ชง่ายเหมือนเก้าอี้ดนตรี
.
ยิ่งไปกว่านั้น คือมีหลายครั้งที่สโมสรปลดโค้ชไปแล้วโดยไม่ได้ยกเลิกสัญญาและยังจ่ายเงินเดือนให้ตามปกติ เมื่อไปจ้างโค้ชใหม่แต่ยังผลงานไม่ดีขึ้น ก็ไปเรียกตัวโค้ชเก่าที่ยังมีสัญญาค้างอยู่กลับมาคุมทีมอีกครั้ง
.
นอกจากค่าใช้จ่ายในการปลดโค้ชคนเก่า สโมสรยังอาจต้องรับผิดชอบไปถึงค่าใช้จ่ายในการปลดทีมงานและสตาฟฟ์โค้ชที่ดึงเข้ามาทั้งชุดด้วย
.
ไม่รวมกับค่าใช้จ่ายในการจ้างโค้ชใหม่ ทั้งค่าเหนื่อย ค่ากินเปล่าตอนเซ็นสัญญา ไปจนถึงค่าชดเชยหากไปดึงตัวมาจากอีกสโมสร
.
ค่าใช้จ่ายทั้งหลายจึงเป็นสาเหตุที่การปลดโค้ชของสโมสรฟุตบอลไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด สโมสรต้องคิดให้รอบคอบหรือให้ถึงจุดที่จำเป็นต้องเปลี่ยนจริงๆ ถึงจะตัดสินใจปลดโค้ช แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากแฟนบอลมากแค่ไหนก็ตาม
.
ที่มา : Marketeer Money
สโมสรฟุตบอลต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินเท่าไร และจ่ายอย่างไร ในการปลดโค้ชหรือผู้จัดการทีม
ตามปกติแล้ว ถ้าเป็นการยื่นลาออกหรือขอยกเลิกสัญญาจากฝ่ายโค้ช สโมสรไม่จำเป็นต้องจ่ายอะไร แต่หากเป็นการปลดโค้ชออกจากตำแหน่ง ก็จะมีเรื่อง ‘ค่าชดเชย’ เข้ามาในสมการ
.
ในกรณีที่สโมสรเป็นฝ่ายตัดสินใจปลดโค้ช จะต้องจ่ายค่าชดเชยโดยคำนวณจากค่าจ้างที่เหลือตลอดระยะเวลาสัญญาที่ยังเหลืออยู่
.
เช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่ง ก็ต้องจ่ายค่าชดเชยตามค่าจ้างที่เหลือ
.
อโมริม ได้ค่าเหนื่อยปีละ 6.7 ล้านปอนด์ สัญญาเหลือถึงกลางปี 2027 หรืออีก 1 ปีครึ่ง เท่ากับว่า ยูไนเต็ด จะต้องจ่ายค่าชดเชยประมาณ 10 ล้านปอนด์
.
ส่วนรูปแบบการจ่ายก็มีทั้งแบบจ่ายก้อนเดียวไปเลยหรือแบ่งจ่ายตามตกลง โดยมีผลให้ยกเลิกสัญญากัน โค้ชก็สามารถไปเซ็นสัญญาคุมทีมอื่นได้เลย
.
เช่น ก่อนหน้านี้ที่ปลด เอริค เทน ฮาก ในเดือน ต.ค. 2024 ยูไนเต็ด จ่ายค่าชดเชยเป็นจำนวน 10.4 ล้านปอนด์ อิงจากสัญญาที่เหลืออยู่ถึงปี 2026
.
นอกจากนี้ยังมีอีกวิธีหนึ่ง คือการปลดแค่ประกาศออกสื่อ แต่ไม่ได้ยกเลิกสัญญาจริง แค่ให้ไปพักงาน โดยจ่ายเงินเดือนตามปกติ แล้วจ้างโค้ชคนใหม่มาแทนเลย
.
เช่นกรณีของ เชลซี ประกาศปลด เกรแฮม พ็อตเตอร์ ในเดือน เม.ย. 2023 แต่ยังคงจ่ายเงินเดือนจนถึงปี 2024 และกรณีของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ในปี 2019 แต่ยังคงได้เงินเดือนต่อไปตามปกติ
.
วิธีนี้ช่วยให้สโมสรไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นก้อนใหญ่ในครั้งเดียว โดยจ่ายเป็นเงินเดือนต่อไปเรื่อยๆ จนครบสัญญา
.
ขณะที่โค้ชก็ยังมีสัญญาอยู่ทีมเดิม ไม่สามารถไปเซ็นสัญญาทีมใหม่ ยกเว้นจะขอยกเลิกสัญญาที่ค้างอยู่กับทีมเก่าให้เรียบร้อยก่อน
.
การปลดแค่ออกสื่อ แต่สถานะยังคงเป็นลูกจ้าง เป็นวิธีที่ใช้กันปกติในอิตาลี ซึ่งเป็นลีกที่ขึ้นชื่อเรื่องการปลดโค้ชง่ายเหมือนเก้าอี้ดนตรี
.
ยิ่งไปกว่านั้น คือมีหลายครั้งที่สโมสรปลดโค้ชไปแล้วโดยไม่ได้ยกเลิกสัญญาและยังจ่ายเงินเดือนให้ตามปกติ เมื่อไปจ้างโค้ชใหม่แต่ยังผลงานไม่ดีขึ้น ก็ไปเรียกตัวโค้ชเก่าที่ยังมีสัญญาค้างอยู่กลับมาคุมทีมอีกครั้ง
.
นอกจากค่าใช้จ่ายในการปลดโค้ชคนเก่า สโมสรยังอาจต้องรับผิดชอบไปถึงค่าใช้จ่ายในการปลดทีมงานและสตาฟฟ์โค้ชที่ดึงเข้ามาทั้งชุดด้วย
.
ไม่รวมกับค่าใช้จ่ายในการจ้างโค้ชใหม่ ทั้งค่าเหนื่อย ค่ากินเปล่าตอนเซ็นสัญญา ไปจนถึงค่าชดเชยหากไปดึงตัวมาจากอีกสโมสร
.
ค่าใช้จ่ายทั้งหลายจึงเป็นสาเหตุที่การปลดโค้ชของสโมสรฟุตบอลไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด สโมสรต้องคิดให้รอบคอบหรือให้ถึงจุดที่จำเป็นต้องเปลี่ยนจริงๆ ถึงจะตัดสินใจปลดโค้ช แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากแฟนบอลมากแค่ไหนก็ตาม
.
ที่มา : Marketeer Money