จากการที่ผมไปสำรวจข้อมูลค่าครองชีพทั่วโลกจากเว็บ Numbeo เมื่อปีที่แล้ว ปรากฏว่าเพิ่งย่างเข้าสู่ปีใหม่ 2026 ไม่กี่วัน ค่าครองชีพเริ่มขยับขึ้นอีกแล้วครับ ตารางนี้เป็นข้อมูลอัปเดตสด ๆ ร้อนๆ วันนี้ (5 ม.ค. 2569)
สรุปข้อมูล
- สวิตเซอร์แลนด์ vs สิงคโปร์
สวิตฯ จะแพงในแง่ของ
"ค่าแรงและบริการ" (เช่น ตัดผมหรือกินข้าวในร้าน)
สิงคโปร์ จะแพงในแง่ของ
"ทรัพยากรจำกัด" (เช่น ค่าเช่าคอนโด และค่าครอบครองรถที่แพงที่สุดในโลก) สิงคโปร์ยังครองแชมป์ ด้วยดัชนี
88.1 ทำให้สิงคโปร์ทิ้งห่างเมืองอื่นๆ ในอาเซียนอย่างขาดลอย ซึ่งสอดคล้องกับระบบ
CPF ที่บังคับออมสูงเพื่อเตรียมรับมือค่าครองชีพมหาศาลหลังเกษียณ
- พลังซื้อในยุโรป
แม้ค่าครองชีพจะดูสูง แต่ "รายได้เฉลี่ย" ของคนในประเทศอย่างเยอรมนีหรือเนเธอร์แลนด์ก็สูงมากเช่นกัน ทำให้คุณภาพชีวิต (Quality of Life) ยังคงอยู่ในระดับต้นๆ ของโลก
- ประเทศไทยในเวทีโลก ปี 2026
กรุงเทพฯ ถูกจัดอันดับให้มีค่าครองชีพขยับสูงขึ้นในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและไลฟ์สไตล์ แต่หากพิจารณาในแง่
"อาหารข้างทางและบริการพื้นฐาน" ไทยยังคงมีความได้เปรียบสูงมากเมื่อเทียบกับทุกประเทศข้างต้น อย่างไรก็ตามจากเดิมในปี 2025 ที่อยู่ระดับ 34.0 ปัจจุบันขยับมาที่
41.9 สะท้อนถึงค่าครองชีพที่กดดันแรงงานทักษะและพนักงานออฟฟิศมากขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านอาหารนอกบ้านและค่าสาธารณูปโภค
- ญี่ปุ่นเริ่ม "ถูก" ลง
ด้วยภาวะเงินเยนที่ยังไม่แข็งค่ามากนักเมื่อเทียบกับยุโรปและสหรัฐฯ ทำให้ปัจจุบันการไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่นอาจมีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงหรือสูงกว่ากรุงเทพฯ เพียงเล็กน้อยในบางมิติ อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าของญี่ปุ่นลดลงเล็กน้อยจากปี 2025 เพราะดัชนีขยับจาก 48.9 มาเป็น
54.6 เนื่องจากการปรับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าและค่าครองชีพในรูปเงินบาทสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
สรุป
สรุปสั้นๆ ถ้าคุณมีเงินเท่ากัน (เช่น 100,000 บาท) คุณจะอยู่แบบ
"ราชา" ได้ในไทย/อินเดีย, อยู่แบบ
"ชนชั้นกลางสบาย ๆ" ในญี่ปุ่น/อิตาลี แต่จะอยู่แบบ
"ประหยัดสุดๆ" ในสวิตเซอร์แลนด์หรือสิงคโปร์ครับ
กรุงเทพของเราไม่ยอมน้อยหน้าประเทศอื่น เราชนะจีน (เซี่ยงไฮ้) เรียบร้อย และกำลังขยับขึ้นมาเกือบทันญี่ปุ่น (โตเกียว) และเกาหลีใต้ (โซล) แล้ว แต่เป็นค่าครองชีพนะครับ ไม่ใช่เงินเดือน ในต่างประเทศที่ดูเหมือนค่าครองชีพแพงมาก แต่เงินเดือนก็อยู่ในระดับสูงมากเช่นกัน ทำให้คุณภาพชีวิตดีมาก โดยเฉพาะยุโรปที่มีคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับต้นๆ ของโลก
อย่างไรก็ตามคนไทยอย่างเรา ก็ต้องกัดฟันสู้ต่อไปนะครับ และวันที่ 8 ก.พ. 2569 อย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งนะครับ เผื่อว่าจะมีคนดี ๆ มาช่วยแก้ปัญหาค่าครองชีพแพงแต่เงินเดือนถูกแบบทุกวันนี้ได้ครับ
หมายเหตุ
ข้อมูลในตาราง "งบประมาณรายเดือนโดยประมาณ (บาท)" มาจากการประมวลผลผ่านโมเดลการคำนวณของ
Numbeo ซึ่งเป็นฐานข้อมูลค่าครองชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Crowdsourced Global Database) ร่วมกับการปรับค่าเงิน (Currency Conversion) ให้เป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน
รายละเอียดแหล่งที่มาและวิธีคำนวณมีดังนี้ครับ
1. แหล่งอ้างอิงหลัก (Primary Source)
- Numbeo (Cost of Living Index) - Cost of Living Index by Country สำหรับดัชนีค่าครองชีพและราคาสินค้าเปรียบเทียบ
https://www.numbeo.com/cost-of-living/
ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากผู้ใช้งานจริงทั่วโลก (Crowdsourcing) ที่ช่วยกรอกราคาข้าวของเครื่องใช้จริงในแต่ละวัน รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ซูเปอร์มาร์เก็ต สายการบิน และหน่วยงานรัฐบาลในแต่ละประเทศปีละ 2 ครั้ง
- Cost of Living Estimator เป็นฟีเจอร์คำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับ "คนโสด" (Single Person) หรือ "ครอบครัว 4 คน" (Family of Four) โดยอ้างอิงจากตะกร้าสินค้ามาตรฐาน ซึ่งเป็นข้อมูลอ้างอิงจากการคำนวณ Monthly Estimator ของ Numbeo.com ณ ต้นปี 2026
และเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่นักเศรษฐศาสตร์และชาวต่างชาติ (Expats) ทั่วโลกใช้ประเมินคุณภาพชีวิตครับ
2. องค์ประกอบในตะกร้าสินค้า
งบประมาณที่แสดงในตาราง (เช่น กรุงเทพฯ 38,000 - 65,000 บาท) คำนวณจากองค์ประกอบ 4 ส่วนหลัก ได้แก่
- อาหารและของใช้
คำนวณจากการบริโภคอาหาร 3 มื้อ/วัน (ผสมผสานระหว่างทำกินเองและทานนอกบ้านระดับกลาง)
- ที่พักอาศัย
ใช้เกณฑ์ราคาเช่าคอนโด 1 ห้องนอน ในเขตศูนย์กลางธุรกิจ (City Centre) และนอกเขตศูนย์กลาง
- สาธารณูปโภค
ค่าไฟ (รวมการเปิดแอร์), ค่าน้ำ, ค่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และค่าโทรศัพท์มือถือ
- การเดินทางและเบ็ดเตล็ด
ค่าตั๋วรายเดือนรถไฟฟ้า/รถเมล์, สมาชิกฟิตเนส, และค่ากิจกรรมสันทนาการ (เช่น ดูหนัง) 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
3. สูตรการปรับปรุงข้อมูลให้เป็น "ปัจจุบัน"
วิธีการคำนวณมีดังนี้ครับ
- Base Cost นำค่าใช้จ่ายพื้นฐานรายเดือน (Monthly Expenses) จาก Numbeo ปี 2025 เป็นตัวตั้ง
- Inflation Adjustment ปรับเพิ่มตามอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (Inflation Rate) ต้นปี 2026 ของแต่ละภูมิภาค (เช่น ไทย +1-2%, ยุโรป +2-3%)
- Currency Conversion ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 5 ม.ค. 2026 (สมมติที่ 1 USD = 34.5 บาท) เพื่อทอนมูลค่ากลับมาเป็นบาท
เกร็ดเพิ่มเติม
ตัวเลขนี้เป็น "งบประมาณเพื่อคุณภาพชีวิตระดับปานกลาง" (Middle-class Lifestyle) หากเป็นสายประหยัด (Budget/Street food) ตัวเลขจะลดลงกว่านี้ประมาณ 20-30% ครับ
อัปเดตค่าครองชีพกรุงเทพ 2026 เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ
- สวิตเซอร์แลนด์ vs สิงคโปร์
สวิตฯ จะแพงในแง่ของ "ค่าแรงและบริการ" (เช่น ตัดผมหรือกินข้าวในร้าน)
สิงคโปร์ จะแพงในแง่ของ "ทรัพยากรจำกัด" (เช่น ค่าเช่าคอนโด และค่าครอบครองรถที่แพงที่สุดในโลก) สิงคโปร์ยังครองแชมป์ ด้วยดัชนี 88.1 ทำให้สิงคโปร์ทิ้งห่างเมืองอื่นๆ ในอาเซียนอย่างขาดลอย ซึ่งสอดคล้องกับระบบ CPF ที่บังคับออมสูงเพื่อเตรียมรับมือค่าครองชีพมหาศาลหลังเกษียณ
- พลังซื้อในยุโรป
แม้ค่าครองชีพจะดูสูง แต่ "รายได้เฉลี่ย" ของคนในประเทศอย่างเยอรมนีหรือเนเธอร์แลนด์ก็สูงมากเช่นกัน ทำให้คุณภาพชีวิต (Quality of Life) ยังคงอยู่ในระดับต้นๆ ของโลก
- ประเทศไทยในเวทีโลก ปี 2026
กรุงเทพฯ ถูกจัดอันดับให้มีค่าครองชีพขยับสูงขึ้นในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและไลฟ์สไตล์ แต่หากพิจารณาในแง่ "อาหารข้างทางและบริการพื้นฐาน" ไทยยังคงมีความได้เปรียบสูงมากเมื่อเทียบกับทุกประเทศข้างต้น อย่างไรก็ตามจากเดิมในปี 2025 ที่อยู่ระดับ 34.0 ปัจจุบันขยับมาที่ 41.9 สะท้อนถึงค่าครองชีพที่กดดันแรงงานทักษะและพนักงานออฟฟิศมากขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านอาหารนอกบ้านและค่าสาธารณูปโภค
- ญี่ปุ่นเริ่ม "ถูก" ลง
ด้วยภาวะเงินเยนที่ยังไม่แข็งค่ามากนักเมื่อเทียบกับยุโรปและสหรัฐฯ ทำให้ปัจจุบันการไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่นอาจมีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงหรือสูงกว่ากรุงเทพฯ เพียงเล็กน้อยในบางมิติ อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าของญี่ปุ่นลดลงเล็กน้อยจากปี 2025 เพราะดัชนีขยับจาก 48.9 มาเป็น 54.6 เนื่องจากการปรับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าและค่าครองชีพในรูปเงินบาทสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
สรุป
สรุปสั้นๆ ถ้าคุณมีเงินเท่ากัน (เช่น 100,000 บาท) คุณจะอยู่แบบ "ราชา" ได้ในไทย/อินเดีย, อยู่แบบ "ชนชั้นกลางสบาย ๆ" ในญี่ปุ่น/อิตาลี แต่จะอยู่แบบ "ประหยัดสุดๆ" ในสวิตเซอร์แลนด์หรือสิงคโปร์ครับ
กรุงเทพของเราไม่ยอมน้อยหน้าประเทศอื่น เราชนะจีน (เซี่ยงไฮ้) เรียบร้อย และกำลังขยับขึ้นมาเกือบทันญี่ปุ่น (โตเกียว) และเกาหลีใต้ (โซล) แล้ว แต่เป็นค่าครองชีพนะครับ ไม่ใช่เงินเดือน ในต่างประเทศที่ดูเหมือนค่าครองชีพแพงมาก แต่เงินเดือนก็อยู่ในระดับสูงมากเช่นกัน ทำให้คุณภาพชีวิตดีมาก โดยเฉพาะยุโรปที่มีคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับต้นๆ ของโลก
อย่างไรก็ตามคนไทยอย่างเรา ก็ต้องกัดฟันสู้ต่อไปนะครับ และวันที่ 8 ก.พ. 2569 อย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งนะครับ เผื่อว่าจะมีคนดี ๆ มาช่วยแก้ปัญหาค่าครองชีพแพงแต่เงินเดือนถูกแบบทุกวันนี้ได้ครับ
หมายเหตุ
ข้อมูลในตาราง "งบประมาณรายเดือนโดยประมาณ (บาท)" มาจากการประมวลผลผ่านโมเดลการคำนวณของ Numbeo ซึ่งเป็นฐานข้อมูลค่าครองชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Crowdsourced Global Database) ร่วมกับการปรับค่าเงิน (Currency Conversion) ให้เป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน
รายละเอียดแหล่งที่มาและวิธีคำนวณมีดังนี้ครับ
1. แหล่งอ้างอิงหลัก (Primary Source)
- Numbeo (Cost of Living Index) - Cost of Living Index by Country สำหรับดัชนีค่าครองชีพและราคาสินค้าเปรียบเทียบ
https://www.numbeo.com/cost-of-living/
ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากผู้ใช้งานจริงทั่วโลก (Crowdsourcing) ที่ช่วยกรอกราคาข้าวของเครื่องใช้จริงในแต่ละวัน รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ซูเปอร์มาร์เก็ต สายการบิน และหน่วยงานรัฐบาลในแต่ละประเทศปีละ 2 ครั้ง
- Cost of Living Estimator เป็นฟีเจอร์คำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับ "คนโสด" (Single Person) หรือ "ครอบครัว 4 คน" (Family of Four) โดยอ้างอิงจากตะกร้าสินค้ามาตรฐาน ซึ่งเป็นข้อมูลอ้างอิงจากการคำนวณ Monthly Estimator ของ Numbeo.com ณ ต้นปี 2026 และเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่นักเศรษฐศาสตร์และชาวต่างชาติ (Expats) ทั่วโลกใช้ประเมินคุณภาพชีวิตครับ
2. องค์ประกอบในตะกร้าสินค้า
งบประมาณที่แสดงในตาราง (เช่น กรุงเทพฯ 38,000 - 65,000 บาท) คำนวณจากองค์ประกอบ 4 ส่วนหลัก ได้แก่
- อาหารและของใช้
คำนวณจากการบริโภคอาหาร 3 มื้อ/วัน (ผสมผสานระหว่างทำกินเองและทานนอกบ้านระดับกลาง)
- ที่พักอาศัย
ใช้เกณฑ์ราคาเช่าคอนโด 1 ห้องนอน ในเขตศูนย์กลางธุรกิจ (City Centre) และนอกเขตศูนย์กลาง
- สาธารณูปโภค
ค่าไฟ (รวมการเปิดแอร์), ค่าน้ำ, ค่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และค่าโทรศัพท์มือถือ
- การเดินทางและเบ็ดเตล็ด
ค่าตั๋วรายเดือนรถไฟฟ้า/รถเมล์, สมาชิกฟิตเนส, และค่ากิจกรรมสันทนาการ (เช่น ดูหนัง) 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
3. สูตรการปรับปรุงข้อมูลให้เป็น "ปัจจุบัน"
วิธีการคำนวณมีดังนี้ครับ
- Base Cost นำค่าใช้จ่ายพื้นฐานรายเดือน (Monthly Expenses) จาก Numbeo ปี 2025 เป็นตัวตั้ง
- Inflation Adjustment ปรับเพิ่มตามอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (Inflation Rate) ต้นปี 2026 ของแต่ละภูมิภาค (เช่น ไทย +1-2%, ยุโรป +2-3%)
- Currency Conversion ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 5 ม.ค. 2026 (สมมติที่ 1 USD = 34.5 บาท) เพื่อทอนมูลค่ากลับมาเป็นบาท
เกร็ดเพิ่มเติม
ตัวเลขนี้เป็น "งบประมาณเพื่อคุณภาพชีวิตระดับปานกลาง" (Middle-class Lifestyle) หากเป็นสายประหยัด (Budget/Street food) ตัวเลขจะลดลงกว่านี้ประมาณ 20-30% ครับ