⚠️ ขอแจ้งไว้ตรงนี้ก่อนนะคะ ใครที่ไม่ชอบหรือรับไม่ได้ สามารถเลื่อนผ่านได้เลยค่ะ แฟนของเราเป็นผู้หญิงค่ะ
ช่วงแรกก่อนคบกัน แฟนเรานิสัยน่ารัก เป็นผู้ใหญ่มาก คุยแล้วสบายใจ ปรึกษาได้หลายเรื่อง คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจเราเสมอ แต่หลังจากคบกันไปสักพัก เรารู้สึกว่าเขาเริ่มเปลี่ยนไปค่ะ
แฟนเรามีความขี้หึงมากขึ้น ถึงขั้นอยากให้เราตัดความสัมพันธ์กับรุ่นน้องที่เราสนิท เหตุผลคือเราเป็นคนแคร์คนรอบตัว คอยเป็นห่วงและใส่ใจคนอื่นอยู่เสมอ ซึ่งแฟนเราไม่พอใจตรงนี้ และมองว่าเราไม่ใส่ใจเขา ทั้งที่ในความรู้สึกเราไม่ได้ละเลยแฟนเลย เพียงแต่สิ่งที่แฟนสื่อออกมาเหมือนต้องการให้เราสนใจเขาแค่คนเดียว
เราคบกันมาได้ประมาณ1ปี ช่วงหนึ่งต่างคนต่างไม่ค่อยสะดวกคุยกัน แต่เวลาคุยก็ยังปกติ จนพักหลังเราสังเกตความผิดปกติ เช่น เวลาคุยแชทเขาจะพิมพ์ตึงๆใส่ อยู่ๆ ก็ออกจากดิสเซิร์ฟเวอร์ที่เราอยู่ด้วยกัน งานที่เราลงก็ไม่ค่อยมากดเหมือนเมื่อก่อน(ตอนนั้นเรายังไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องนี้มาก)
พอเรามีเวลา ก็พยายามเข้าไปคุยเล่นกับแฟน แต่เขาก็ยังตึงใส่เหมือนเดิม เราเลยคิดว่าเขาน่าจะอารมณ์ไม่ดี เลยถอยออกมาให้เขาอยู่กับตัวเองก่อน เพราะเวลาที่เราพยายามถามหรือช่วย เขาก็ไม่ยอมบอกอะไร เอาแต่หลีกเลี่ยงการคุย ระหว่างนั้นเรายังเป็นห่วงเขาตลอด แต่ไม่สามารถแสดงออกมากได้ เพราะกลัวคนในบ้านเห็น เลยพยายามไปหาอย่างอื่นทำระหว่างรอ แต่ในใจก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่
หลังจากนั้นสักพัก เรากับแฟนก็กลับมาคุยกันได้แบบจอย ๆ อีกครั้ง ช่วงปีใหม่เราก็เคานต์ดาวน์ด้วยกันในสาย พร้อมกับเพื่อนของแฟน และมีรุ่นน้องที่เราสนิทมาด้วย บรรยากาศตอนนั้นมันแปลกและอึดอัดมาก รุ่นน้องเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน เราเลยคอยปลอบเขาในแชทส่วนตัว พอจบก็ออกทันที
ต่อมาไม่นาน แฟนเราก็มาบอกให้เราเลือก ระหว่าง “แฟน” กับ “รุ่นน้อง” ซึ่งเรารู้สึกได้ทันทีว่านี่คือการกดดันให้เราเลือกแฟน
เงื่อนไขที่แฟนเราบอกมีดังนี้ค่ะ :
ถ้าเลือก “แฟน” เราจะต้องตัดความสัมพันธ์กับรุ่นน้องที่เราสนิท ซึ่งเรารับไม่ได้ เพราะมันเหมือนเป็นการใช้อำนาจควบคุมความสัมพันธ์มากเกินไป และทำให้เรารู้สึกอึดอัด
ถ้าเลือก “รุ่นน้อง” แฟนเราจะเป็นฝ่ายถอยออกไปเอง ตรงนี้เราก็รู้สึกแปลกใจ เพราะอีกใจก็เป็นห่วงเขา เนื่องจากสภาพแวดล้อมและสังคมของแฟนไม่ได้ดีเท่าไหร่ และเขายังบอกด้วยว่า ต่อไปเราสองคนจะไม่สามารถคุยกันเหมือนเดิมได้อีก (ทั้งที่เราเห็นว่าแฟนเก่าบางคนของเขายังสามารถคุยกับเขาได้ตามปกติ) ส่วนนี้ไม่ได้อะไรค่ะแค่ไม่อยากให้อคติและคุยกันธรรมดาแบบคุยเล่นหรืองานกันเฉยๆ แต่คำตอบคือบีบ😭
ตอนคบกันใหม่ ๆ เราเคยพูดว่า “ถ้าไม่โอเคกับความสัมพันธ์นี้ เราก็ยังเป็นเพื่อนคุยกันได้ปกติ” ซึ่งตอนนั้นเขาก็ยืนยันแบบนั้นจริงๆ แต่พอมาถึงตอนนี้ กลับเป็นอีกแบบ ทำให้เราสับสนมาก
อีกเรื่องที่แฟนไม่โอเคคือ เราเคยบอกว่าเรารักรุ่นน้องคนนี้ในความหมายแบบพี่น้อง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้แฟนเริ่มไม่ไว้ใจเรา เราพยายามอธิบายทุกอย่างแล้วว่าเป็นความเข้าใจผิดค่ะและเราก็สื่อสารผิดอีก แต่เหมือนเขาไม่รับฟัง แถมยังใช้วิธีพิมพ์ประชดใส่ เราอธิบายยาวแค่ไหนก็ไม่มีความหมายเลยค่ะ เราเคยถามว่าทำไมเขาไม่ปฏิเสธไปตั้งแต่แรก เขาบอกว่าเขาเชื่อใจเรา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเลอะเทอะไงไม่รู้
พูดตรงๆ คือเราไม่โอเคกับทั้งสองเงื่อนไขเลย เงื่อนไขหนึ่งก็ดูเห็นแก่ตัว อีกเงื่อนไขก็ดูเหมือนการทำตัวเป็นฝ่ายเสียสละ พูดในลักษณะ “ไม่เป็นไรเดี๋ยวไปเอง เธอดีเกินไป” ซึ่งทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกบีบให้รู้สึกผิด และอีกฝ่ายดูเหมือนผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียวยังไงไม่รู้
เราไม่อยากเสียใครไปทั้งสองคน มันรู้สึกแย่มากไม่ว่าจะเลือกทางไหน เราเป็นห่วงความรู้สึกของทั้งแฟนและรุ่นน้อง และจากสถานการณ์นี้ เราก็กลัวว่าแฟนอาจมองเราในแง่ลบมากๆ จนเอาไปพูดหรือนินทาเรา เพราะเขาเป็นคนที่ถ้ามีอคติแล้ว มักไม่เปลี่ยนมุมมอง ตรงนี้เราก็สงสารรุ่นน้อง เลยพยายามไม่ให้เขารู้เรื่องทั้งหมด เพราะกลัวจะยิ่งแย่ลงไปอีก แต่แฟนเราก็อธิบายไรไม่ฟังแถมงี่เง่า+ประชดอีก เราแอบเหนื่อยมากค่ะ
จริงๆแล้วแฟนเราเป็นคนที่คุยสนุกมาก อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี ทำงานร่วมกันแล้วสนุกสนาน ถ้าตัดเรื่องความเป็นToxic และความอคติออกไป ตอนใช้เวลาร่วมกันเราเป็นคนที่ดูแลใส่ใจแฟนเสมอ คอยถามไถ่ เป็นห่วง และช่วยเหลือในหลายๆเรื่อง รวมถึงคอยสนับสนุนและให้กำลังใจแฟนอยู่บ่อยครั้ง เราชื่นชมในหลายอย่างที่เขาทำ และเราก็มีหลายมุมที่ชอบเหมือนกัน บางครั้งความคิดหรือมุมมองก็คล้ายกัน ทำให้แต่ก่อนสึกดีมากจริงๆค่ะ
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเหมือนจะไม่เป็นแบบเดิมแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่ความรู้สึกดีในอดีต แต่มันคือการที่เขาปล่อยให้อคตินำทางความคิด จนไม่เปิดใจรับฟังเหตุผลหรือคำอธิบายไรจากเราเลย เราเองก็ไม่แน่ใจว่าควรรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง
อีกเรื่องที่เราอยากตั้งคำถามกับตัวเองคือ คนที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมหรือสังคมที่ไม่ดี มันจำเป็นต้องมีความคิดลบกับคนอื่นหรอ (แต่อาจจะเพราะเขาไม่ใช่คนให้อภัยหรือให้โอกาสใครง่ายๆแบบเรา) เราเองก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีค่ะ แต่เราก็ไม่ได้เลือกที่จะคิดร้ายกับใครก่อน เรายังพยายามใส่ใจ ช่วยเหลือ ให้โอกาส และให้กำลังใจคนรอบข้างอยู่เสมอ (แม้ว่าส่วนใหญ่จะทำไม่ดีกับเราภายหลัง) เรื่องนี้เลยทำให้เรายิ่งสับสน ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับแฟน เป็นเพราะอดีตและสภาพแวดล้อมหรืออะไรกันแน่ มันเพราะอะไรคะ? เราผิดรึป่าว? แล้วเราควรทำไงต่อไปคะ? เรานอนไม่หลับเลยตอนเกิดเรื่อง
ขอปรึกษาปัญหาเรื่องแฟนToxicค่ะ😭
ช่วงแรกก่อนคบกัน แฟนเรานิสัยน่ารัก เป็นผู้ใหญ่มาก คุยแล้วสบายใจ ปรึกษาได้หลายเรื่อง คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจเราเสมอ แต่หลังจากคบกันไปสักพัก เรารู้สึกว่าเขาเริ่มเปลี่ยนไปค่ะ
แฟนเรามีความขี้หึงมากขึ้น ถึงขั้นอยากให้เราตัดความสัมพันธ์กับรุ่นน้องที่เราสนิท เหตุผลคือเราเป็นคนแคร์คนรอบตัว คอยเป็นห่วงและใส่ใจคนอื่นอยู่เสมอ ซึ่งแฟนเราไม่พอใจตรงนี้ และมองว่าเราไม่ใส่ใจเขา ทั้งที่ในความรู้สึกเราไม่ได้ละเลยแฟนเลย เพียงแต่สิ่งที่แฟนสื่อออกมาเหมือนต้องการให้เราสนใจเขาแค่คนเดียว
เราคบกันมาได้ประมาณ1ปี ช่วงหนึ่งต่างคนต่างไม่ค่อยสะดวกคุยกัน แต่เวลาคุยก็ยังปกติ จนพักหลังเราสังเกตความผิดปกติ เช่น เวลาคุยแชทเขาจะพิมพ์ตึงๆใส่ อยู่ๆ ก็ออกจากดิสเซิร์ฟเวอร์ที่เราอยู่ด้วยกัน งานที่เราลงก็ไม่ค่อยมากดเหมือนเมื่อก่อน(ตอนนั้นเรายังไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องนี้มาก)
พอเรามีเวลา ก็พยายามเข้าไปคุยเล่นกับแฟน แต่เขาก็ยังตึงใส่เหมือนเดิม เราเลยคิดว่าเขาน่าจะอารมณ์ไม่ดี เลยถอยออกมาให้เขาอยู่กับตัวเองก่อน เพราะเวลาที่เราพยายามถามหรือช่วย เขาก็ไม่ยอมบอกอะไร เอาแต่หลีกเลี่ยงการคุย ระหว่างนั้นเรายังเป็นห่วงเขาตลอด แต่ไม่สามารถแสดงออกมากได้ เพราะกลัวคนในบ้านเห็น เลยพยายามไปหาอย่างอื่นทำระหว่างรอ แต่ในใจก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่
หลังจากนั้นสักพัก เรากับแฟนก็กลับมาคุยกันได้แบบจอย ๆ อีกครั้ง ช่วงปีใหม่เราก็เคานต์ดาวน์ด้วยกันในสาย พร้อมกับเพื่อนของแฟน และมีรุ่นน้องที่เราสนิทมาด้วย บรรยากาศตอนนั้นมันแปลกและอึดอัดมาก รุ่นน้องเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน เราเลยคอยปลอบเขาในแชทส่วนตัว พอจบก็ออกทันที
ต่อมาไม่นาน แฟนเราก็มาบอกให้เราเลือก ระหว่าง “แฟน” กับ “รุ่นน้อง” ซึ่งเรารู้สึกได้ทันทีว่านี่คือการกดดันให้เราเลือกแฟน
เงื่อนไขที่แฟนเราบอกมีดังนี้ค่ะ :
ถ้าเลือก “แฟน” เราจะต้องตัดความสัมพันธ์กับรุ่นน้องที่เราสนิท ซึ่งเรารับไม่ได้ เพราะมันเหมือนเป็นการใช้อำนาจควบคุมความสัมพันธ์มากเกินไป และทำให้เรารู้สึกอึดอัด
ถ้าเลือก “รุ่นน้อง” แฟนเราจะเป็นฝ่ายถอยออกไปเอง ตรงนี้เราก็รู้สึกแปลกใจ เพราะอีกใจก็เป็นห่วงเขา เนื่องจากสภาพแวดล้อมและสังคมของแฟนไม่ได้ดีเท่าไหร่ และเขายังบอกด้วยว่า ต่อไปเราสองคนจะไม่สามารถคุยกันเหมือนเดิมได้อีก (
ทั้งที่เราเห็นว่าแฟนเก่าบางคนของเขายังสามารถคุยกับเขาได้ตามปกติ) ส่วนนี้ไม่ได้อะไรค่ะแค่ไม่อยากให้อคติและคุยกันธรรมดาแบบคุยเล่นหรืองานกันเฉยๆ แต่คำตอบคือบีบ😭ตอนคบกันใหม่ ๆ เราเคยพูดว่า “ถ้าไม่โอเคกับความสัมพันธ์นี้ เราก็ยังเป็นเพื่อนคุยกันได้ปกติ” ซึ่งตอนนั้นเขาก็ยืนยันแบบนั้นจริงๆ แต่พอมาถึงตอนนี้ กลับเป็นอีกแบบ ทำให้เราสับสนมาก
อีกเรื่องที่แฟนไม่โอเคคือ เราเคยบอกว่าเรารักรุ่นน้องคนนี้ในความหมายแบบพี่น้อง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้แฟนเริ่มไม่ไว้ใจเรา เราพยายามอธิบายทุกอย่างแล้วว่าเป็นความเข้าใจผิดค่ะและเราก็สื่อสารผิดอีก แต่เหมือนเขาไม่รับฟัง แถมยังใช้วิธีพิมพ์ประชดใส่ เราอธิบายยาวแค่ไหนก็ไม่มีความหมายเลยค่ะ เราเคยถามว่าทำไมเขาไม่ปฏิเสธไปตั้งแต่แรก เขาบอกว่าเขาเชื่อใจเรา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเลอะเทอะไงไม่รู้
พูดตรงๆ คือเราไม่โอเคกับทั้งสองเงื่อนไขเลย เงื่อนไขหนึ่งก็ดูเห็นแก่ตัว อีกเงื่อนไขก็ดูเหมือนการทำตัวเป็นฝ่ายเสียสละ พูดในลักษณะ “ไม่เป็นไรเดี๋ยวไปเอง เธอดีเกินไป” ซึ่งทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกบีบให้รู้สึกผิด และอีกฝ่ายดูเหมือนผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียวยังไงไม่รู้
เราไม่อยากเสียใครไปทั้งสองคน มันรู้สึกแย่มากไม่ว่าจะเลือกทางไหน เราเป็นห่วงความรู้สึกของทั้งแฟนและรุ่นน้อง และจากสถานการณ์นี้ เราก็กลัวว่าแฟนอาจมองเราในแง่ลบมากๆ จนเอาไปพูดหรือนินทาเรา เพราะเขาเป็นคนที่ถ้ามีอคติแล้ว มักไม่เปลี่ยนมุมมอง ตรงนี้เราก็สงสารรุ่นน้อง เลยพยายามไม่ให้เขารู้เรื่องทั้งหมด เพราะกลัวจะยิ่งแย่ลงไปอีก แต่แฟนเราก็อธิบายไรไม่ฟังแถมงี่เง่า+ประชดอีก เราแอบเหนื่อยมากค่ะ
จริงๆแล้วแฟนเราเป็นคนที่คุยสนุกมาก อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี ทำงานร่วมกันแล้วสนุกสนาน ถ้าตัดเรื่องความเป็นToxic และความอคติออกไป ตอนใช้เวลาร่วมกันเราเป็นคนที่ดูแลใส่ใจแฟนเสมอ คอยถามไถ่ เป็นห่วง และช่วยเหลือในหลายๆเรื่อง รวมถึงคอยสนับสนุนและให้กำลังใจแฟนอยู่บ่อยครั้ง เราชื่นชมในหลายอย่างที่เขาทำ และเราก็มีหลายมุมที่ชอบเหมือนกัน บางครั้งความคิดหรือมุมมองก็คล้ายกัน ทำให้แต่ก่อนสึกดีมากจริงๆค่ะ
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเหมือนจะไม่เป็นแบบเดิมแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่ความรู้สึกดีในอดีต แต่มันคือการที่เขาปล่อยให้อคตินำทางความคิด จนไม่เปิดใจรับฟังเหตุผลหรือคำอธิบายไรจากเราเลย เราเองก็ไม่แน่ใจว่าควรรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง
อีกเรื่องที่เราอยากตั้งคำถามกับตัวเองคือ คนที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมหรือสังคมที่ไม่ดี มันจำเป็นต้องมีความคิดลบกับคนอื่นหรอ (แต่อาจจะเพราะเขาไม่ใช่คนให้อภัยหรือให้โอกาสใครง่ายๆแบบเรา) เราเองก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีค่ะ แต่เราก็ไม่ได้เลือกที่จะคิดร้ายกับใครก่อน เรายังพยายามใส่ใจ ช่วยเหลือ ให้โอกาส และให้กำลังใจคนรอบข้างอยู่เสมอ (แม้ว่าส่วนใหญ่จะทำไม่ดีกับเราภายหลัง) เรื่องนี้เลยทำให้เรายิ่งสับสน ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับแฟน เป็นเพราะอดีตและสภาพแวดล้อมหรืออะไรกันแน่ มันเพราะอะไรคะ? เราผิดรึป่าว? แล้วเราควรทำไงต่อไปคะ? เรานอนไม่หลับเลยตอนเกิดเรื่อง