📲📲📲🌙🌙🌙🌙🌙
.
มีจุดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักไม่รู้เลยนะคะ
คือ การรับแสงในเวลาที่ไม่เหมาะสม
มีความสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้าที่เป็นมากขึ้น
โดยเฉพาะอาการ สิ้นยินดี (Anhedonia)
ถ้ามีอยู่แล้ว มักจะยิ่งแย่ลงค่ะ
.
ที่เป็นแบบนี้เพราะ
ตาของเรา ไม่ได้มีไว้แค่รับภาพเพื่อรับรู้
แต่ยังรับแสงเข้ามาเพื่อปรับการทำงานร่างกาย
ซึ่งจุดหลักที่ปรับคือ
👉 การตั้งนาฬิกาชีวิต
ที่สมองส่วน hypothalamus
ทำให้ระบบร่างกายที่ทำงานเป็นจังหวะ
ทำงานได้ปกติ
แต่ที่หลายคนไม่รู้คือ
👉 สัญญาณเหล่านี้ ปรับสมองส่วน
อารมณ์และพฤติกรรมโดยตรงค่ะ
⸻
🧠 ขอแนะนำศูนย์ “กดแรงจูงใจ” ในสมอง
หนึ่งในจุดสำคัญที่ ipRGCs ส่งสัญญาณไปถึง
คือสมองส่วนที่ชื่อว่า
Dorsal perihabenula (pHb)
สมองจุดนี้ทำหน้าที่เป็น
👉 ศูนย์ยับยั้งแรงจูงใจ
หรือที่เรียกว่า Antireward system
หน้าที่ตามธรรมชาติของมันคือ
กดวงจรรางวัล (Reward system) ลงชั่วคราว
ในช่วงที่เราเครียด
เพื่อให้สมองโฟกัสกับการเอาตัวรอด
มากกว่าการแสวงหาความสุขค่ะ
⸻
🌑 ปัญหาเกิดตรง “เวลากลางคืน”
สมองส่วน pHb
จะทำงานเด่นขึ้นมากในช่วงกลางคืน
ถ้าดูในภาพกิจกรรมของเซลล์ประสาท
จะเห็นว่าสัญญาณขึ้นลงถี่มาก
ดังนั้น
👉 ยิ่งมีแสงมากระตุ้นในช่วงนี้
👉 pHb จะยิ่ง active
👉 วงจรรางวัลจะถูกกดแรงขึ้น
ในคนทั่วไป อาจรู้สึกแค่
“เออ เบื่อๆ อะแก”
แต่ยังพอผ่านไปได้
.
แต่ในคนที่เครียดเรื้อรัง
ผลจะเริ่มชัดขึ้น
คือความรู้สึกหมดแรงจูงใจ
แต่ยังพอ “กลับมาได้”
แต่ในคนที่เป็นโรคซึมเศร้า
โดยเฉพาะคนที่มีอาการ สิ้นยินดี อยู่แล้ว
การได้รับแสงตอนกลางคืน
โดยเฉพาะใกล้เวลานอน
และเป็นแบบเรื้อรัง
จะทำให้วงจรนี้
👉 ทำงานแรงขึ้นมาก
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมักจะเป็นแบบนี้ค่ะ
“เหม่อลอย”
“ไม่อยากทำอะไรเลย”
“พรุ่งนี้จะทำอะไรดีนะ”
และถ้าสังเกตดีๆ มันมักเกิดตอนดึก
ฝนตกเบาๆ มือขวาถือโทรศัพท์
โซเชี่ยลเปิดค้างไว้ แต่ไม่รู้จะดูอะไรจริงๆ
⸻
📱 เพราะ ipRGCs ไวต่อแสงสีฟ้ามาก
จุดสำคัญที่สุดคือเซลล์รับสัญญาณ
(ipRGCs) ไวต่อแสงในย่านสีฟ้า มากค่ะ
ซึ่งแสงสีฟ้า ก็มาจากหน้าจอมือถือ
แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์
และไฟ LED หลายชนิด
คำถามคือ
แล้วแสงตอนกลางวันไม่เป็นอะไรเหรอ?
คำตอบคือ ตอนกลางวัน
สมองส่วน pHb จะไม่ค่อย active
ธรรมชาติออกแบบให้เรา หาแรงจูงใจ
ความพอใจ และใช้ชีวิตในช่วงนี้อยู่แล้วค่ะ
.
ดังนั้น นอกจาก การกินยาต้านเศร้า
การออกกำลังกาย และการทำจิตบำบัดแล้ว
เรื่อง แสงและนาฬิกาชีวิต สำคัญมากจริงๆ ค่ะ
✅ ออกไปรับแสงแดดช่วงเช้า เพื่อ set นาฬิกาชีวิต เพราะแสงเช้ามีความเข้มสูง และ มากระจายทั่วๆ
✅ ช่วงกลางคืน ลดการใช้โทรศัพท์ โดยเฉพาะ 1–2 ชั่วโมงก่อนนอน หรี่ไฟให้ต่ำที่สุด
✅ ใช้ Night Shift / Blue light filter / Dark mode เพื่อลดแสงสีฟ้า
✅ ถ้าไวต่อแสงมาก แว่นกรองแสงสีฟ้าก็ช่วยได้ค่ะ (ไม่ได้มาโฆษณาแว่นนะคะ)
✅ เปลี่ยนไฟในห้องเป็นโทนอุ่น เช่น warm light ต่ำกว่า 3,000K แสงจะนวลและไม่กระตุ้นสมองเกินไป
.
หลายคนที่ไวต่อนาฬิกาชีวิตมาก พอปรับเรื่องแสง อาการก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
โดยเฉพาะคนที่มีซึมเศร้า แนวขึ้นลงตามฤดูกาล (Seasonal affective disorders)
ยิ่งตอบสนองดีมาก
ถ้าคืนไหนใจมันหนัก ไม่ได้แปลว่าคุณไม่พยายามนะคะ แต่อาจเป็นเพราะสมองกำลังถูกแสง กดแรงจูงใจอยู่เงียบๆ
ค่อยๆ ดูแลจังหวะชีวิต
เหมือนดูแลหัวใจดวงหนึ่ง
มันช่วยได้จริงๆ ค่ะ 🤍
Eva อิศวาพร
Cr
https://www.facebook.com/share/p/1Bx48G7UAw/?mibextid=wwXIfr
🌙 แสงที่มาผิดเวลา โดยเฉพาะแสงสีฟ้า📲📲📲ช่วงก่อนนอน ทำให้ซึมเศร้าเป็นมากขึ้นได้ โดยเฉพาะอาการสิ้นยินดี
.
มีจุดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักไม่รู้เลยนะคะ
คือ การรับแสงในเวลาที่ไม่เหมาะสม
มีความสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้าที่เป็นมากขึ้น
โดยเฉพาะอาการ สิ้นยินดี (Anhedonia)
ถ้ามีอยู่แล้ว มักจะยิ่งแย่ลงค่ะ
.
ที่เป็นแบบนี้เพราะ
ตาของเรา ไม่ได้มีไว้แค่รับภาพเพื่อรับรู้
แต่ยังรับแสงเข้ามาเพื่อปรับการทำงานร่างกาย
ซึ่งจุดหลักที่ปรับคือ
👉 การตั้งนาฬิกาชีวิต
ที่สมองส่วน hypothalamus
ทำให้ระบบร่างกายที่ทำงานเป็นจังหวะ
ทำงานได้ปกติ
แต่ที่หลายคนไม่รู้คือ
👉 สัญญาณเหล่านี้ ปรับสมองส่วน
อารมณ์และพฤติกรรมโดยตรงค่ะ
⸻
🧠 ขอแนะนำศูนย์ “กดแรงจูงใจ” ในสมอง
หนึ่งในจุดสำคัญที่ ipRGCs ส่งสัญญาณไปถึง
คือสมองส่วนที่ชื่อว่า
Dorsal perihabenula (pHb)
สมองจุดนี้ทำหน้าที่เป็น
👉 ศูนย์ยับยั้งแรงจูงใจ
หรือที่เรียกว่า Antireward system
หน้าที่ตามธรรมชาติของมันคือ
กดวงจรรางวัล (Reward system) ลงชั่วคราว
ในช่วงที่เราเครียด
เพื่อให้สมองโฟกัสกับการเอาตัวรอด
มากกว่าการแสวงหาความสุขค่ะ
⸻
🌑 ปัญหาเกิดตรง “เวลากลางคืน”
สมองส่วน pHb
จะทำงานเด่นขึ้นมากในช่วงกลางคืน
ถ้าดูในภาพกิจกรรมของเซลล์ประสาท
จะเห็นว่าสัญญาณขึ้นลงถี่มาก
ดังนั้น
👉 ยิ่งมีแสงมากระตุ้นในช่วงนี้
👉 pHb จะยิ่ง active
👉 วงจรรางวัลจะถูกกดแรงขึ้น
ในคนทั่วไป อาจรู้สึกแค่
“เออ เบื่อๆ อะแก”
แต่ยังพอผ่านไปได้
.
แต่ในคนที่เครียดเรื้อรัง
ผลจะเริ่มชัดขึ้น
คือความรู้สึกหมดแรงจูงใจ
แต่ยังพอ “กลับมาได้”
แต่ในคนที่เป็นโรคซึมเศร้า
โดยเฉพาะคนที่มีอาการ สิ้นยินดี อยู่แล้ว
การได้รับแสงตอนกลางคืน
โดยเฉพาะใกล้เวลานอน
และเป็นแบบเรื้อรัง
จะทำให้วงจรนี้
👉 ทำงานแรงขึ้นมาก
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมักจะเป็นแบบนี้ค่ะ
“เหม่อลอย”
“ไม่อยากทำอะไรเลย”
“พรุ่งนี้จะทำอะไรดีนะ”
และถ้าสังเกตดีๆ มันมักเกิดตอนดึก
ฝนตกเบาๆ มือขวาถือโทรศัพท์
โซเชี่ยลเปิดค้างไว้ แต่ไม่รู้จะดูอะไรจริงๆ
⸻
📱 เพราะ ipRGCs ไวต่อแสงสีฟ้ามาก
จุดสำคัญที่สุดคือเซลล์รับสัญญาณ
(ipRGCs) ไวต่อแสงในย่านสีฟ้า มากค่ะ
ซึ่งแสงสีฟ้า ก็มาจากหน้าจอมือถือ
แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์
และไฟ LED หลายชนิด
คำถามคือ
แล้วแสงตอนกลางวันไม่เป็นอะไรเหรอ?
คำตอบคือ ตอนกลางวัน
สมองส่วน pHb จะไม่ค่อย active
ธรรมชาติออกแบบให้เรา หาแรงจูงใจ
ความพอใจ และใช้ชีวิตในช่วงนี้อยู่แล้วค่ะ
.
ดังนั้น นอกจาก การกินยาต้านเศร้า
การออกกำลังกาย และการทำจิตบำบัดแล้ว
เรื่อง แสงและนาฬิกาชีวิต สำคัญมากจริงๆ ค่ะ
✅ ออกไปรับแสงแดดช่วงเช้า เพื่อ set นาฬิกาชีวิต เพราะแสงเช้ามีความเข้มสูง และ มากระจายทั่วๆ
✅ ช่วงกลางคืน ลดการใช้โทรศัพท์ โดยเฉพาะ 1–2 ชั่วโมงก่อนนอน หรี่ไฟให้ต่ำที่สุด
✅ ใช้ Night Shift / Blue light filter / Dark mode เพื่อลดแสงสีฟ้า
✅ ถ้าไวต่อแสงมาก แว่นกรองแสงสีฟ้าก็ช่วยได้ค่ะ (ไม่ได้มาโฆษณาแว่นนะคะ)
✅ เปลี่ยนไฟในห้องเป็นโทนอุ่น เช่น warm light ต่ำกว่า 3,000K แสงจะนวลและไม่กระตุ้นสมองเกินไป
.
หลายคนที่ไวต่อนาฬิกาชีวิตมาก พอปรับเรื่องแสง อาการก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
โดยเฉพาะคนที่มีซึมเศร้า แนวขึ้นลงตามฤดูกาล (Seasonal affective disorders)
ยิ่งตอบสนองดีมาก
ถ้าคืนไหนใจมันหนัก ไม่ได้แปลว่าคุณไม่พยายามนะคะ แต่อาจเป็นเพราะสมองกำลังถูกแสง กดแรงจูงใจอยู่เงียบๆ
ค่อยๆ ดูแลจังหวะชีวิต
เหมือนดูแลหัวใจดวงหนึ่ง
มันช่วยได้จริงๆ ค่ะ 🤍
Eva อิศวาพร
Cr https://www.facebook.com/share/p/1Bx48G7UAw/?mibextid=wwXIfr