💊☠️ "คดีฆาตกรรมไทลินอล" คดีปริศนาที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์วงการยาและบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกไปตลอดกาล

กระทู้สนทนา
หากพูดถึงคดีปริศนาที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์วงการยาและบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกไปตลอดกาล คงหนีไม่พ้น "คดีฆาตกรรมไทลินอล" (The Chicago Tylenol Murders) เรื่องนี้ไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องธรรมดา แต่เป็นฝันร้ายที่เกิดขึ้นกลางเมืองชิคาโกในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 1982 เมื่อคนในเมืองค่อยๆ ตายอย่างไร้สาเหตุ พวกเขาไม่รู้จักกัน และไม่เคยพบกัน สิ่งเดียวที่พวกเขามีเหมือนกันก็คือ "ขวดยาไทลินอล" เรื่องราวจะเป็นอย่างไรไปติดตามกันเลย

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1982 ณ เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อเด็กหญิงวัย 12 ปีคนหนึ่งชื่อ "แมรี่ เคลเลอร์แมน" (Mary Kellerman) ตื่นมาพร้อมอาการหวัด พ่อแม่ของเธอจึงให้ทานยา "ไทลินอลชนิดแคปซูล" เพียงไม่กี่นาทีต่อมา แมรี่ล้มฟุบลงและเสียชีวิตทันที

ในวันเดียวกันนั้นเอง ความตายปริศนาเริ่มลุกลามเหมือนไฟลามทุ่ง... เมื่อ "อดัม เจนัส" (Adam Janus) พนักงานไปรษณีย์วัย 27 ปี เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

ในงานศพของอดัม "สแตนลีย์" (น้องชาย) และ "เทเรซ่า" (ภรรยาของน้องชาย) ที่กำลังโศกเศร้าจนปวดหัว ได้หยิบยาไทลินอลของอดัมมาทาน ทั้งคู่เสียชีวิตตามกันไปในเวลาไม่กี่นาที

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันยังมีเหยื่อรายอื่นๆ อีกรวมทั้งหมด 7 ราย ที่เสียชีวิตในลักษณะเดียวกันภายในพื้นที่ชิคาโก

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและตำรวจเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติว่า... เหยื่อทุกคนมี "ขวดไทลินอล" อยู่ใกล้ตัว เมื่อนำยาไปตรวจในห้องแล็บ ผลที่ออกมาทำเอาทุกคนช็อก!!

ภายในแคปซูลยาไม่ได้มีแค่พาราเซตามอล แต่มันถูกอัดแน่นไปด้วย "โพแทสเซียมไซยาไนด์" (Potassium Cyanide) ในปริมาณที่รุนแรง ใครก็ตามที่กลืนเข้าไปจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากการที่เซลล์ในร่างกายไม่สามารถใช้ออกซิเจนได้

ใครคือฆาตกร?

ความน่ากลัวของคดีนี้คือ... ฆาตกรไม่ได้วางยาจากโรงงาน แต่ใช้วิธี "สุ่มวางยา" โดยการไปซื้อยาตามร้านขายยาและซูเปอร์มาร์เก็ต นำกลับไปใส่ไซยาไนด์ลงในแคปซูล แล้วแอบนำขวดกลับไปวางบนชั้นวางขายตามเดิม เพื่อรอให้เหยื่อผู้โชคร้ายมาซื้อไป

ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งก็คือ "เจมส์ ดับเบิลยู. ลูอิส" (James W. Lewis) เขาได้ส่งจดหมายเรียกค่าไถ่จำนวน 1 ล้านดอลลาร์ไปยังบริษัท Johnson & Johnson เพื่อเขาจะได้หยุดการฆาตกรรมนี้ และแม้เขาจะถูกจำคุกฐานกรรโชกทรัพย์ แต่ตำรวจไม่มีหลักฐานว่าเขาเป็นคนวางยา

จนถึงปัจจุบัน... (ปี 2026) คดีนี้ยังปิดไม่ลง และไม่มีใครถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรมทั้ง 7 ศพ

มรดกจากคดี... คือความปลอดภัยที่เราใช้กันทุกวันนี้ แม้จะเป็นเรื่องเศร้า แต่คดีนี้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับโลกที่เรียกว่า "Tylenol Bill"

บรรจุภัณฑ์นิรภัย (Tamper-Evident Packaging): ก่อนปี 1982 ขวดขวดโหลยาไม่มีฟอยล์ปิดปากขวด หรือพลาสติกหุ้มฝา คดีนี้ทำให้เกิดมาตรฐานใหม่ที่เราเห็นในปัจจุบัน คือต้องมีซีลหลายชั้นเพื่อให้รู้ว่าของข้างในถูกแกะแล้วหรือไม่

เลิกใช้แคปซูลแบบแกะได้: บริษัทเปลี่ยนจากแคปซูลที่ดึงแยกออกจากกันได้ มาเป็น "Caplets" (ยาเม็ดแข็งทรงแคปซูล) เพื่อป้องกันการยัดไส้สารพิษ

วิกฤตการณ์ที่กลายเป็นบทเรียน: การแก้ไขปัญหาของ Johnson & Johnson ก็คือเรียกคืนยาทั้งหมดกว่า 31 ล้านขวดทั่วประเทศ (มูลค่ามหาศาลในยุคนั้น) กลายเป็นกรณีศึกษาด้าน "การจัดการวิกฤต" (Crisis Management) ที่ดีที่สุดในโลก

เรื่องราวของไทลินอลในปี 1982 จึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความประมาทเพียงนิดในบรรจุภัณฑ์อาจหมายถึงชีวิต และฆาตกรที่ไร้ตัวตนอาจแฝงตัวอยู่ในสิ่งของที่ดูปลอดภัยที่สุดในบ้านของเราก็เป็นได้

#WTFเรื่องเด็ดรอบโลก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่