คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์กรณีน้องจินนี่ ถูกโดม คอมเมนต์ลักษณะคุกคามทางเพศ




คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ กรณี “จินนี่” ลูกสาว ถูก “โดม ปกรณ์ ลัม” คอมเมนต์รูปภาพในลักษณะคุกคามทางเพศ ว่า

คุณโดมติดต่อผ่านคนรอบข้างเข้ามา เนื่องจากไม่ได้รู้จักกันโดยตรง แต่ก็ได้แจ้งไปว่าขอให้เป็นหลังปีใหม่ และค่อยนัดหมายกัน จากเรื่องที่เกิดขึ้น ขอบคุณทุกกำลังใจและความห่วงใยที่มีให้ครอบครัวเรา

ยืนยันเรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิดกับใคร ไม่ใช่แค่ลูกของเรา ลูกมีความตั้งใจจริงในการเข้ามาทำงานการเมือง เขาไม่ได้เข้ามาเพราะภาพลักษณ์ภายนอก

ตอนเห็นคอมเมนต์ก็เสียความรู้สึก เรารู้สึกว่าไม่ควรที่จะเกิดกับใคร เราก็ต้องลุกขึ้นมาปกป้องลูก และถึงไม่ใช่ลูก เราก็ต้องไม่ยอมรับว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ หรือเป็นเรื่องตลกขบขำ

ส่วนลูกก็เสียใจว่าทำไมต้องมาโดนแบบนี้ แต่พอได้คุยก็รู้สึกว่าลูกเข้มแข็งได้มากกว่าที่เราคิด

และเรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าคู่กรณีเป็นคนดังหรือไม่ แต่มันไม่ควรเกิดขึ้นกับใคร ทั้งผู้ที่มาด้อยค่า และผู้ที่ถูกคุกคาม โดนลดทอนศักดิ์ศรี ซึ่งเป็นใครก็แล้วแต่มันไม่ควรเกิดขึ้น

กรณีที่คุณโดมออกมาโพสต์คลิปขอโทษไม่มีข้อแก้ตัว ก็สมควร เพราะเป็นการกระทำที่สังคมยากที่จะรับได้

ส่วนที่บอกว่าไม่รู้ ว่าเป็นลูกคุณหญิงนั้น นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แม้ว่าเป็นลูกของคนอื่น เป็นผู้หญิงคนอื่น คุณโดมก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำกับเขาแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นลูกคุณหญิง แล้วจะมีสิทธิพิเศษว่าคุณโดมต้องมาขอโทษ

อยากให้คุณโดมเข้าใจว่าคุณไม่มีสิทธิไปทำกับลูกคนอื่น หรือผู้หญิงคนอื่นแบบนี้ ไม่เกี่ยวกับความเป็นลูกดิฉัน ตัวดิฉันเองก็มีวุฒิภาวะ ที่โพสต์ก็มีสติ ว่าต้องการเตือน ต้องการให้เขาเห็นว่าไม่ควรไปทำอะไรกับคนอื่นเช่นเดียวกัน

ก็ต้องตั้งคำถามกับสังคมว่าการด้อยค่า คุกคาม ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้หญิง มันไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนทั้งสิ้น ไม่ใช่เฉพาะลูกเรา ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถานะ หรือมีอาชีพอะไร หรือแม้แต่คนที่มีความหลากหลายทางเพศ และผู้พิการ

มันไม่ใช่เรื่องตลกที่เอามาล้อเล่นกัน แต่มันเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจและไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องปกติในสังคมไทยต่อไป

การตัดสินใจแจ้งความ ไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว ก็ถามคนในพรรค และคนในครอบครัว การตัดสินใจตรงนี้ไม่ได้เกิดจากความโกรธ หรือตัดสินใจด้วยอารมณ์ใด ๆ เลย แต่เป็นเรื่องที่ต้องการสร้างบรรทัดฐาน แล้วก็ได้เข้าไปดูข้อแก้ตัวของคุณโดม

อยากจะบอกว่า มันไม่ได้ไปเป็นเรื่องอารมณ์ ความโกรธหรือโมโห แต่มันจำเป็นต้องให้สังคมได้มีบรรทัดฐาน เปลี่ยนค่านิยม และเราก็อยู่ใน พศ.นี้แล้ว การกระทำใด ๆ ก็ควรจะระมัดระวัง และดิฉันรวมทั้งลูกสาว ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีอารมณ์โกรธเกลียด ก็ได้แจ้งไปแล้วว่าขอหลังปีใหม่ เราค่อยมาคุยกัน

แต่เรื่องดำเนินคดี เราได้ตัดสินใจไปแล้ว ว่าที่ต้องดำเนินคดีไม่ใช่เพื่อตัวเรา แต่เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้สังคม ว่าเรื่องเล่านี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น การดูถูกดูหมิ่น หรือลดทอนศักดิ์ศรี มันมีเยอะมาก เราไม่ช่วยกันหรอในสังคม ให้มันอยู่กันแบบเคารพซึ่งกันและกัน

ไม่ได้ทำเป็นเรื่องส่วนตัว และก็ได้แจ้งคนที่ติดต่อมาแล้วว่า ยินดีจะคุย ไม่ได้มีอารมณ์ในการโกรธเกลียด แต่อยากคุยด้วยเหตุผลว่ามันไม่ควรเป็นแบบนี้

ที่มา : เพจ เรื่องเล่าเช้านี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่