JJNY : ไอซ์ลุยเชียงใหม่│"เท่าพิภพ"ไม่หนักใจ โดน "เสรีรวมไทย" ร้อง│เปิดสเปก รบ.ใหม่ที่อยากได้│จับสัญญาณ "ฮุนเซน" หมดแรง

"เท่าพิภพ" ไม่หนักใจ โดน "เสรีรวมไทย" ร้องปมเปลี่ยนตัวผู้สมัคร งง คนร้องมีความรู้ทางกฎหมายหรือไม่
.
.
31 ธ.ค. 2568 นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย ร้อง กกต. กรณีพรรคประชาชนเปลี่ยนตัวผู้สมัคร เนื่องจากติดคดีฟอกเงินยาเสพติด ว่า ตนไม่ได้หนักใจ เพราะวันที่ไปสมัคร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) ก็มาเอง และอธิบายว่ากรณีนี้ไม่ใช่กรณีแรก ไม่ได้แปลก ถ้าอ่านกฎหมายเป็น ตนก็ไม่แน่ใจว่าใครไปร้อง มีความรู้ทางกฎหมายหรือไม่ทำให้เกิดความสับสนในสังคม ตนคิดว่าทำได้อยู่แล้ว ในจุดนี้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ 100% ไม่ได้หนักใจ ซึ่งตอนนี้ตนลงพื้นที่หาเสียงก็ได้รับเสียงตอบรับดี คนในพื้นที่เข้าใจถึงความจำเป็น หลายคนก็ยินดีมากรู้จักตนอยู่แล้ว ติดตามผลงานตั้งแต่เขตเดิม หรือบางคนก็เคยอยู่เขตเดิมที่ตนเคยอยู่แล้วย้ายมา เราก็ดีใจมาก ถือว่าดี
.
ผมรู้สึกว่าเหมือนมี IO ปั่น หรืออะไรก็ตาม คนเค้าก็คิดได้ ไม่ได้คิดแบบนั้นตามโลกอินเตอร์เน็ตเท่าไหร่ น่าสนใจเหมือนกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ความพยายามเหล่านี้ไม่ได้เป็นผลอย่างที่ฝ่ายตรงข้ามคิด” นายเท่าพิภพ กล่าว
.
เมื่อถามว่าตอนนี้เขตบางพลัด-บางกอกน้อย กลายเป็นเขตที่ดังที่สุด จากกรณีการเปลี่ยนตัว นายเท่าพิภพ หัวเราะ พร้อมกล่าวว่าขอบคุณทุกคนที่ช่วยจับตา จริงๆดูจากยอดบริจาคของทางพรรคประชาชน ในเขตของตน พุ่งไปถึง 350,000 บาทแล้ว ซึ่งเป้าหมายคือ 1 ล้านบาทต่อเขต ขอบคุณเป็นอย่างมาก แต่เรายังรับได้อีก และใครอยู่เขตไหนก็ช่วยเพื่อนของตนด้วยในเขตต่างๆ
.

.
ไอซ์ รักชนก ลุยเชียงใหม่ ช่วยผู้สมัครสส.เขต 4 หาเสียง เจอชาวบ้านถามทำไมโหวต อนุทิน เป็นนายก
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5529205
.
ไอซ์ รักชนก ลุยเชียงใหม่ ช่วยผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 หาเสียง เจอชาวบ้านถามทำไมโหวต อนุทิน เป็นนายกฯ
.
เมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 31 ธ.ค.68 น.ส.รัชนก ศรีนอก ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาชน และ น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 4 หมายเลข 6 พรรคประชาชน นั่งรถแห่หาเสียงในพื้นที่ อ.สันทราย ตั้งแต่ตลาดสันทรายหลวง ตลาดป่าเหมือด ตลาดแม่แก้ดน้อย และตลาดสดแม่โจ้ จุดนี้ น.ส.รัชนก และ น.ส.พุธิตา พร้อมทีมงาน ได้เดินเข้าไปภายในตลาดเพื่อหาเสียง ทักทายกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ
.
โดยมีแฟนคลับรอให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก รวมถึงพ่อของ นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล เจ้าของเพจ “สู้ดิวะ” และแพทย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว และศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอด ก็เดินทางมาให้กำลังใจ และมอบส้มให้กับ น.ส.รักชนก และ น.ส.พุธิตา ด้วย ก่อนจะพูดคุยกันสั้นๆ เรื่องร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ไม่ได้ไปต่อ เนื่องจากมีการประกาศยุบสภาก่อน
.
ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดได้มอบดอกไม้ ส้ม และอาหารต่างๆ เพื่อให้กำลังใจ น.ส.รักชนก และ น.ส.พุธิตา ที่ลงพื้นที่หาเสียงตั้งแต่เช้าด้วย โดยระหว่างที่ น.ส.รักชนกกำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน มีชายคนหนึ่งเข้ามาสอบถามเรื่องที่พรรคประชาชนยกมือโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี และความพยายามแก้ ม.112 โดยไม่สนใจแก้ปัญหาปากท้องประชาชน และชายอีกหนึ่งคนที่เข้ามาร้องเรียนเรื่องถูกสวมสิทธิโควต้าหวยรัฐบาล และถูกเก็บเอกสารบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีม้าในพื้นที่ จ.พะเยา ซึ่ง น.ส.รัชนกได้รับเรื่องไว้ พร้อมระบุว่ากำลังติดตามประเด็นนี้อยู่ และหากได้เป็นรัฐบาลจะเข้าไปแก้ปัญหาให้ทันที
.
น.ส.รักชนกให้สัมภาษณ์ว่า สามวันนี้อยู่ในภาคเหนือไล่ตั้งแต่ จ.ลำปาง จ.ลำพูน และปิดท้ายที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อช่วย น.ส.พุธิตา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 หาเสียง จากการลงพื้นที่พี่น้องประชาชนยังให้การตอบรับและสนับสนุนเป็นอย่างดี แต่เราไม่หลงไปกับกระแสและพยายามทำให้ดีที่สุด การที่เราได้เสียงตอบรับดี และกระแสดีไม่ได้ทำให้เราชะล่าใจ และทำงานหนักน้อยลง
.
การเลือกตั้งครั้งนี้มีสองพรรคที่มีโอกาสจะจัดตั้งรัฐบาล คือ พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ตนเองอยากให้ทุกคนจินตนาการอนาคตที่พรรคประชาชนจะได้จัดตั้งรัฐบาล เพราะทุกพรรค ประชาชนเคยสัมผัสมาหมดแล้ว แต่ครั้งนี้พวกเราขอโอกาสที่จะมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน และบริหารจัดการงบประมาณ ปราบการทุจริตคอร์รัปชั่นการใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ หรือการทำให้ระบบราชการมีฟังก์ชั่น ใช้เทคโนโลยีในการบริหารราชการให้รวดเร็ว และสะดวกมากขึ้น เพื่อพี่น้องประชาชน
.
การเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่สำคัญมาก เพราะสองครั้งที่ผ่านมาพรรคได้รับเสียงข้างมาก แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะมีเสียงของ ส.ว.มาฝ่าฝืนเสียงประชามติของพี่น้องประชาชน ทำให้พรรคที่ได้อันดับหนึ่งไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาล และเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่ครั้งนี้ ส.ว.ไม่มีอำนาจโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้นพี่น้องประชาชนถ้ารักใครชอบใคร ก็ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้ถล่มทลายไปใช้สิทธิใช้เสียงกันเพื่อเปลี่ยนประเทศ” น.ส.รักชนกกล่าว
.
น.ส.รักชนกกล่าวว่า ปีหน้าเชื่อว่าสีส้มจะเป็นสีมงคล ถ้ามีสีส้มจะไม่มีสีเทาแน่นอน เลือกสีส้มเข้าสภา ส.ส.888 ส.ส.สีเทาก็จะอยู่ไม่ได้ หากท่านเติมสีส้มไปในฝ่ายบริหาร ฝ่ายรัฐบาลเราก็จะไม่มีรัฐมนตรี 888 ไม่มีรัฐมนตรีสีเทาอีกต่อไป มั่นใจพรรคประชาชนไม่มีกลุ่มทุนใหญ่ หรือกลุ่มทุนเทามาซัพพอร์ต เรามีแต่เสียงบริสุทธิ์ของประชาชนเท่านั้น
.
ด้าน น.ส.พุธิตากล่าวว่า ไม่รู้สึกหนักใจและมองว่าประชาชนมีความกระตือรือร้นที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันมาก ประกอบการเลือกตั้งครั้งนี้ ส.ว. ไม่มีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว จึงขอฝากพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่าการเลือกตั้งรอบนี้คะแนนเสียงบริสุทธิ์สำคัญมาก เราต้องเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน เรารอไม่ได้แล้วยิ่งนานวันประเทศยิ่งเสียหาย
.

.
นักธุรกิจเปิดสเปก รัฐบาลใหม่ที่อยากได้ มอง ‘เศรษฐกิจ-ปากท้อง’ ต้องมาก่อนการเมือง
https://www.matichon.co.th/economy/news_5529310
.
นักธุรกิจเปิดสเปก รัฐบาลใหม่ที่อยากได้ มอง ‘เศรษฐกิจ-ปากท้อง’ ต้องมาก่อนการเมือง
.
สัญญาณเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังคงเป็นที่ “เหนื่อย” ต่อเนื่องจากปี 2568 ทำให้สปอร์ตไลต์ ฉายส่องไปยังการเปลี่ยนผ่าน “การเมือง” ที่จะผลัดใบสู่ “รัฐบาลใหม่” ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพราะเป็นสิ่งที่ “ภาคธุรกิจ” คาดหวัง และอยากจะเห็นการดึงมืออาชีพเข้ามาร่วมรัฐนาวา พลิกฟื้นความเชื่อมั่นและวิกฤตเศรษฐกิจไทย
.
หลังเห็น โมเดลพรรคภูมิใจไทย ซึ่งดึง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เข้าร่วมดรีมทีมรัฐบาลขับเคลื่อนเศษฐกิจของประเทศ แม้จะแค่ 4 เดือน แต่ก็มีเสียงสะท้อนวงกว้างทำงานเร็ว-เข้าตา-จับต้องได้
.
เสียงสะท้อนจากผู้บริหารรุ่นใหม่ พันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยเพรซิเด้นท์ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “มาม่า” มองว่า สำหรับรัฐบาลในฝัน ตนอยากได้รัฐบาลที่จริงใจในการบริหารประเทศให้ดี และเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง ถ้าทำได้เชื่อว่าจะสามารถรักษาอำนาจในการบริหารประเทศได้ครบ 4 ปี นอกจากนี้อยากเห็นการคัดผู้มารับตำแหน่งกระทรวงหลักๆ โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ โดยขอให้เลือกคนที่ถูกฝา ถูกตัว ไม่ว่าจะเป็นคนนอกมืออาชีพหรือฝ่ายการเมืองก็ได้
.
ไม่อยากให้ใช้หลักคิดคณิตศาสตร์แบ่งสรรโควต้ามาเป็นตัวตั้ง จนผิดฝา ผิดตัว ทำให้ไม่เกิดความแตกต่าง เพราะถ้าสุดท้ายเป็นแบบนั้น คนจะขาดความเชื่อมั่นและไม่มีความหวัง ขณะที่นโนบายอยากให้จัดลำดับความสำคัญเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหา โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากเติมเงินในมือประชาชนแล้ว ต้องเร่งแก้เรื่องกฎมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ รวมถึงคุมเข้มเงินไหลออกนอกประเทศพันธ์กล่าว
.
ด้านภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ระบุสเปกรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากขั้วเก่าหรือขั้วใหม่ อยากให้ฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก เพื่อคัดผู้ที่จะมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในภาวะที่บอบช้ำหนัก ด้วยการดึงคนนอกที่เป็นคนรุ่นใหม่ มากฝีมือ มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจเศรษฐกิจเข้ามาร่วมทีมเศรษฐกิจ ช่วยกันแก้ปัญหาของประเทศให้เดินไปข้างหน้า
.
อยากเห็นภาพเหมือนกับที่พรรคภูมิใจไทยดึงคุณเอกนิติและคุณศุภจี เข้ามาร่วมทีมเศรษฐกิจ และทุกฝ่ายขานรับแบบนี้อีก เพราะทำให้ประชาชนและธุรกิจเชื่อมั่น ยังเป็นบทเรียนให้ฝ่ายการเมือง อย่าคิดแค่จัดสรรโควต้าให้พรรคการเมืองเท่านั้น แต่ต้องเลือกผู้มานั่งแต่ละกระทรวงให้ตรงปก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจอิสระกล่าว
.
อิสระ กล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายเศรษฐกิจที่อยากให้เดินหน้าทันทีหลังมีรัฐบาลใหม่ ขอให้เน้นแก้ปัญหาหนี้ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของธุรกิจอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าหนี้กลุ่มเอสเอ็มอี กลุ่มธุรกิจรายย่อย กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่มที่ติดเครดิตบูโร ให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย เพราะหากไม่แก้หนี้ การฟื้นเศรษฐกิจก็จะยาก
.
ส่วนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ผมมองว่ายังมีความจำเป็น สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรังมานาน และเครื่องยนต์หลักเริ่มแผ่ว ทั้งส่งออก ท่องเที่ยว การลงทุน และเร่งเจรจาการค้าให้ได้ข้อยุติ ทั้งภาษีทรัมป์ หรือข้อตกลงการค้าต่างๆ และกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองอิสระกล่าว
.
ขณะที่ มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด ผู้ประกอบการค้าปลีกและค้าส่ง จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลใหม่ดึงคนนอกที่มีความซื่อสัตย์ เป็นมืออาชีพ มีความรู้ด้านเศรษฐกิจเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อเน้นแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนมากกว่าแก้ปัญหาหรือเล่นเกมทางการเมือง ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังต้องเดินหน้าต่อ เพราะที่ผ่านมาทั้ง 2 โครงการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ทำให้คนมีเงินได้ใช้จ่าย 2 เดือน ตนเชื่อว่าไม่ว่าพรรคไหนจะเป็นรัฐบาล หนีไม่พ้นจะเดินหน้าโครงการ
.
นโยบายรัฐบาลใหม่ที่จะผลักดันออกมา นอกจากแก้ปัญหาปากท้องแล้ว อยากให้เป็นนโยบายที่ทำได้จริงๆ ไม่ใช่แค่นโยบายหาเสียง ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องบูรณะประเทศให้หลุดพ้นจากคนป่วยแห่งเอเชียมิลินทร์กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่