== ภูสอยดาว ก้อแค่ไปซื้อปลาท่องโก๋ปากซอย ==
นั่นคือความคิด ของตัวเองตอนชวนเพื่อนไปเดินป่าเล่นหลังหยุด เดินมานาน ซัก5-6ปี แต่คิดว่า ตัวเอง เดินป่า ปีนเขามาเยอะ
ดอยโหดๆ ของไทย อย่าง ดอยหลวงเชียงดาว ขึ้นมาหลายรอบ โมโกจู เขาหลวงนครศรี เรียกว่า ผ่านโหดๆในไทยเกือบทุกดอย
คินาบาลู นี่ สามรอบ รินจานี โบรโม Semeru ขึ้นมาหมด รวมทั้ง Fuji เดินเท่าขึ้นหน้าฝน
7 Summit ยอดสูงสุด 7 ทวีปเก็บ มา 2 คิลิมานจาโร ของอาฟริกา กับ Elbus ของยุโรป
ยอด 6 พันกว่า ที่หิมาลัย อย่าง Stock Kanri และ Merra ก็ผ่านมาแล้ว
ดังนั้น ภูสอยดาว น้ำปาด อุตรดิตถ์ สมรภูมิร่มเกล้า สงครามไทย ลาว ที่เคยไป มาสองรอบ นี่ แค่นี้จิ๊บๆ ไม่ต้องเตรียมตัวพิศษไรเลย ก็ได้
มันก็เหมือนเดินไปซื้อปลาท่องโก๋ แค่ปากซอย
แต่ลืมไป ว่าตอนนี้ อายุเกิน 66ไปแล้ว แถมน้ำหนักตัวเพิ่มมา อีกราวๆ 10 โล 555555555555555
แพลนตอนแรก กะว่าเลิกงานเย็นวันศุกร์ จะ ขับรถ 400 โล หาที่พัก แถวชาติตะระการ หรือน้ำปาดตอนดึกๆ นอนพักเก็บแรง แล้วตีห้าขับรถไป จอดตรงน้ำตกภูสอยดาว เหมือนเคย แล้ว เดินขึ้นยอด แบบบ ชิวๆ
ถ้ามีเวลาก้อ อาจจะเดินต่อไป summit ยอดภูสอยดาว 2102เมตร ยอดอันดับ4ของไทย ที่ รองจาก ดอยหลวงเชียงดาว อันดับ 3 แต่เป็นดอยเดินเท้า สูงสุดของไทย ที่ผม ไปมาสามรอบแล้ว แต่ภูสอยดาว มาสองรอบ ยังไม่เคยขึ้น ยอดซะที ไปนอนดูดอกหงอนนาค กับเดินเล่น ลานสนเท่านั้น
เลยบอกลูกชายที่ตอนนี้มันเป็นสายเดินป่าแทนเราแล้ว ให้จัดเป้ ถุงนอนเบาๆหน่อยจะแบกขึ้นเอง
แต่มันบอกว่าป๊า ตอนนี้ เค้าต้องจองก่อน และตอนนี้เต็มหมดแล้ว ด้วย อ้าวววววววว เลยให้มันช่วยหาทริปให้
เจอ ที่เพจ เพื่อนเดินป่า มีว่างกำลังเต็มพอดี เลยขอแจมเค้า ค่าทริป คนล่ะ 2800
จริงมีอีกหลายเพจ ลองหา กันดูได้ ครับ มีทริป น่าสนใจเยอะ ผมหยุดเดินป่าไทย ไปนาน เด๋วนี้มีคนจัด แบบธุรกิจกันมากมาย และ มี จุดเดินเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน
เพจนี้เค้ามีพวกอุปกรณ์ให้เช่า สำหรับมือใหม่ครบๆ คนเริ่มเดินใหม่ ที่อยากลอง แปะไว้ให้เลยครับ
ส่วนตัวผมทริปนี้ ไม่ได้เช่า เพราะว่า ลูกชายมัน อุปกรณ์พร้อม จากเดิม มันยืมอุปกรณ์เรา ตอนนี้เรา ยืมของมันแทน 5555555
รถต้นทางทริป เค้านัดกันออกจากลานจอดรถ ตรง BTS หมอชิต ทุ่มนึง แต่รอบนี้ กว่าคนจะพร้อม ล้อหมุน 2 ทุ่ม
สมัยก่อนผมเดินป่าถ้าไปกับรถตู้ จะอัดกันคันล่ะ 11-13 คน ผมยังกลัวเมื่อย ตอนแรก กะขอขับรถไปเอง ไปเจอเค้าที่ จุดเดิน แต่เปลี่ยนใจ ลองไปกับรถ ดู
โดยผมดักขึ้นกลางทางที่บ้านผม บนถนนสาย 11 ที่รถจะผ่านมา พอดี
กลายเป็นว่าคิดถูก เด๋วนี้ ทริปนี้ รถนั่งสบายก่อนรถ 11 ที่นั่ง ลูกทัวร์9 คนนั่งสามแถว แถวล่ะ3 สบายๆ
ขนาดผมจองช้า สุด คนสุดท้าย ต้องนั่งแถวท้ายสุดเบาะกลาง ที่นั่งแย่สุดยังได้หลับเยอะอยู่
รถเค้าแวะให้ กินข้าว ซื้อของกินมื้อ เช้า ตอนตีสามที่ตลาดป่าแตก น้ำปาด ก่อนถึง อช 70โล
ที่นี่ของกิน เยอะ ทั้งหมูปิ้ง ไม้ล่ะ ห้าบาท สิบบาท ไก่ย่าง และของแปลกท้องถิ่นอย่างหมูหยวก สมองหมู ส่วนตัวที่ขอบคือ ปลาท่องโก๋ 6 ตัวสิบบาท อร่อย 5555555
สังเกตุ เห็นว่ามีกลุ่มทัวร์มากันมาก รวมทั้งมีนักท่องเที่ยว จากญี่ปุ่น และจีน มาเดิน ภูสอยดาวกันเยอะ น่าปลื้มใจ
ถึง อช ตอนตีสี่กว่าๆคนเยอะมาก เห็นว่าจำกัดคนขึ้นวันล่ะ450 แต่ ดูจากรถเต็มลาน แอบคิดว่าน่าจะเป็นพัน
พวกที่มีสัมภาระ อย่างกลุ่มผมที่มีของกองกลางที่ต้องจ้างลูกหาบ ต้องไปรอคิวกันแต่เช้า แต่ขนาดไปเช้า กว่า จะชั่งของ ให้ลูกหาบเสร็จกว่าจะเริ่มเดินกันได้ ก็ เกือบ 8 โมงเช้า เนื่องจากคนเยอะมาก
ค่าลูกหาบ กิโลละ 30 บาท
สมัยนี้รถต้องจอดที่ อช และรอลูกหาบมาชั่งน้ำหนักเช้า แล้วค่อยนั่งรถ ปิคอัพ อช ไป สองโล แล้ว เริ่มเดินที่ น้ำตก

ระยะทางจากน้ำตกถึงลานสนและลานกางเต็นต์ประมาณ 6.5-7 กม
ผมมาที่นี่ 2 ครั้งภาพจำ คือ ทางคล้ายภูกระดึง แต่ใกล้กว่าชิวๆ เหมือนไปซื้อปลาท่องโก๋ปากซอย 🙂
แต่พอ เอาจริงด้วยอายุ ที่เพิ่มมาจนเกิน 66 แล้วน้ำหน้กตัวขึ้นมาเกือบ 10 โล
รองเท้าเอารองเท้า sneker เดินเล่นมาชิวๆ
จากเคยวิ่งตัวปล่าวลงมา แบบทำสถิติตัวเองไว้ครั้งก่อน#หน้า 35 นาทีกว่าไม่ถึง40 นาที แต่รอบนี้เกือบไม่รอด
ๆ

รอบนี้ขาขึ้นจากข้างล่าง เดินข้ามน้ำตก ผ่านเนินส่งญาติ จุดเหนื่อยจุดที่หนึ่ง (แต่ก็ยังไม่สุด) ไปถึงจุดพัก กลางทาง ป้าย 3.5 โลจากจุดเริ่มน้ำตก และอีกโล3.5 ถึงลานกางเต็นต์
ใช้เวลาไป 1:10 นาทียังชิว แวะถ่ายรูปเล่นได้ ไม่ได้ลงเป้ คงเดินต่อไปเลย วิวข้างทางสวย จนต้องแวะถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย

ป่ายนี่ หน้าหลัง บอกระยะทางเท่ากัน 3,5 กม.เสมือนครึ่งทาง แต่เอาจริงๆขาขึ้น ตรงนี้ ต่อไป ใช้เวลาเพิ่มเกือบเท่าตัวเลย

ผมเอง ด้วยความที่ มาแบบ ชิลเกิน ไม่ได้นึกถึงสังขาร พอช่วงหลังร่างกายที่ไม่พร้อม ร่างกายมันฟ้องเลย
ขาล้าเหมือนไกลโคลเจนหมดจะชนกำแพงยกขาแทบไม่ขึ้น
พร้อมกับตะคริวทำท่ามาเตือนเบาๆต้องคอยเซฟตัวเอง พอเอาตัวรอดมาได้
พอถึงเนินมรณะ ส่วนชันและยากสุดของที่นี่ ที่แต่ก่อนมา ก็รู้สึก ว่าชิล กับมาก
แต่วันนั้ ล้าหมด ขาจะยกข้ามหินที่ สูงเกิน 1 ฟุต นี่ยกไม่ขึ้นแล้ว จะวาง ขาต้องนึกก่อน เอาขาซ้าย หรือขาขวาก่อนดี หมดสภาพ 55555
1.5 โลที่เหลือ นี่ชะเง้อดูว่า จะหมดยอดเขาขวางหน้า หรือยัง แต่ มันมาเรื่อยๆ ไม่หมดซักที จนท้อ
แต่ก้อค่อยๆ เดินจน ในที่สุดก็หลุดเนินมรณะ ไปจนเห็นขอบรั้วของลานสนภาพ จำว่านั่นคือ จุดหมายแล้ว
รวมแล้วครึ่งหลังใช้เวลาไปอีก 2ชมครึ่ง รวมใช้เวลาขึ้น 3 ชม 40 นาที แบบสภาพล้าๆ แบบสงสารตัวเอง จากเคยขั้นแบบชิวๆ สมัยก่อน 2 ชม
หรือ เคยลองวิ่งลมตัวปล่าว ทำเวลาราาวๆ 35-40 นาที ตอนนั้น นึกภาพ ตัวเองตอนนี้ แล้ว ต่างกันฟ้ากับเหว 55555555555
ขึ้นมาถึง หมดสภาพ เลิกความคิด ที่ว่าจะไปขึ้นยอด 2102 ต่อเลย 555555555
และมารู้ที่นี่ว่าจะขึ้นยอดต้องมาค้าง 2 คืน จองมาก่อน คืนแรกนอน

เช้าวันที่2 ประมาณ 7-8 โมงมารับ harness และหมวกนิระภัย มีเจ้าหน้าที่พาขึ้นระยะทางแค่ 2 โลกว่า แต่ไปกลับก้อ 4-8 โลไม่รับ วอล์คอิน
พูดถึงอาหาร บนนั้นมีข้าวไข่เจียวอร่อยมาก ขนาด ผมคนเดียว ผมกิน ไป 3 จาน ตอนไปถึงหนึ่งจาน
ตอนเย็น นอกจากข้าวกองกลางที่มีข้าวผัด และชาบู แล้ว ยังแอบแวะมากินอีกจาน และ ก่อนลง กินข้าวเช้ากองกลาง แล้ว ยังแว่บมาสั่งกินอีกจาน
อร่อย ขนาดไหน คิดเอาเอง 555555555
ราคาข้าวไข่เจียว จานละ 60 บาท แต่อยู่บนดอย ขนของยากขนาดนั้น ถือว่า ราคาดีเลย
ส่วนน้ำอัดลมขวดล่ะ30 บาท ต้องจ่างหลูกหาบขนขึ้นมา ถือว่าถูกกว่า ที่คิด ส่วนน้ำแข็งที่เค้าทำเองบนนี้แก้วละ 20บาท แพงหน่อย เพราะว่าต้องปั่นไฟเอง
แต่เค้าประกันให้ ว่า เย็นทุกก้อน
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ และวางแผนสำหรับคนไม่เคยมา ก็คือ อาหาร และ เครื่องดื่ม และ อุปกรณ์เครื่องนอนต่างๆ แม้มีขายมีให้เช่า แต่ จะไม่ได้จ่ายด้วยเงินสด
เค้าใช้การบันทึก ค่าใช้จ่าย ลงไปในบัตรลงทะเบียน ที่ทำ มาตอนลงทะเบียน ที่ อช. แล้วพอตอนลงไป ก็คิดรวมที่ อช ด้านล่าง
ทีนี้ กลุ่มนึงมีใบเดียว อย่างผมขึ้นไปถึง ตอน 11 โมงกว่า ๆแต่หัวหน้ากลุ่มเค้าต้องคุมลูกทีมที่เดินช้าขึ้นมาถึงบ่าย2-3
เราอยากกินน้ำ มีเงิน แต่ซื้อไม่ได้
สุดท้ายอาศัยความหน้าด้าน แอบขอพ่วงคนที่เค้ามีบัตร สั่งโค้ก กับน้ำแข็ง แล้วจ่ายเงินสดให้เค้า
ซักพัก หอมข้าวไข่เจียว เลย แอบฝากอีกคน อีกรอบ หอมอร่อยสมคำร่ำลือ
ส่วนตัวหลังได้กินน้ำอัดลมไปสองขวด กับ ข้าวไข่เจียว หนึ่งจาน พักหายเมื่อย
ก็กางเต็นน์รอกลุ่มขึ้นมาครบ ออกไปเดินเล่นชมวิวรอบ สวนสนและรอยต่อไทยลาว ตามสันเขา และมาดูพระอาทิตย์ตก

หมุดหลักเขต ชายแดนไทยลาวที่ 5-35 บนสันเขา เหมือน ที่เรา ปักปันกับกัมชา แต่จุดนี้ ณ ตอนนี้เรไม่มีปัญหา แมัะมีป้ายห้ามเข้า แต่ก็เดินข้ามกันไปมาได้

ยอด summit ภูสอยดาว มองจาก จุดชมพระอาทิตย์ ตก อยู่ถัดจากลานกางเต็นไป ระยะทาง ราวๆ 2 โลกว่า แต่การขึ้นต้องไต่เชือกใช้ อุปกรณ์ เซฟ ตี้ และลงทะเบียนล่วงหน้า ใช้เวลาเดินไปกลับ ราวๆ 4-8 ชม.
ใครมีเวลาไปค้างสองคืน น่าลองไปเดินขึ้น

จุดชมพระอาทิตย์ตกที่หน้าผา ห่างจากลานกางเต็นต์ ราวๆ 200 เมตร

มื้อค่าของกองกลาง เราจัด ชาบู ข้าวผัด และ บัวลอยเป็นของหวาน อร่อย แต่ ยังแวะไปกินข้าวไข่เจียว ก่อน

กลางคืนดาวสวย เพราะว่า คืนมืดสนิท
เช้ามาอุณหภูมิ 10 C กำลังเย็นสบายๆ ฟิน
== ภูสอยดาว คิดว่าแค่ไปซื้อปลาท่องโก๋ปากซอย แต่เจอข้าวไข่เจียวที่อร่อยที่สุดที่กินมา(สรุปทริปให้ สำหรับคนไปคร้ังแรก)
นั่นคือความคิด ของตัวเองตอนชวนเพื่อนไปเดินป่าเล่นหลังหยุด เดินมานาน ซัก5-6ปี แต่คิดว่า ตัวเอง เดินป่า ปีนเขามาเยอะ
ดอยโหดๆ ของไทย อย่าง ดอยหลวงเชียงดาว ขึ้นมาหลายรอบ โมโกจู เขาหลวงนครศรี เรียกว่า ผ่านโหดๆในไทยเกือบทุกดอย
คินาบาลู นี่ สามรอบ รินจานี โบรโม Semeru ขึ้นมาหมด รวมทั้ง Fuji เดินเท่าขึ้นหน้าฝน
7 Summit ยอดสูงสุด 7 ทวีปเก็บ มา 2 คิลิมานจาโร ของอาฟริกา กับ Elbus ของยุโรป
ยอด 6 พันกว่า ที่หิมาลัย อย่าง Stock Kanri และ Merra ก็ผ่านมาแล้ว
ดังนั้น ภูสอยดาว น้ำปาด อุตรดิตถ์ สมรภูมิร่มเกล้า สงครามไทย ลาว ที่เคยไป มาสองรอบ นี่ แค่นี้จิ๊บๆ ไม่ต้องเตรียมตัวพิศษไรเลย ก็ได้
มันก็เหมือนเดินไปซื้อปลาท่องโก๋ แค่ปากซอย
แต่ลืมไป ว่าตอนนี้ อายุเกิน 66ไปแล้ว แถมน้ำหนักตัวเพิ่มมา อีกราวๆ 10 โล 555555555555555
แพลนตอนแรก กะว่าเลิกงานเย็นวันศุกร์ จะ ขับรถ 400 โล หาที่พัก แถวชาติตะระการ หรือน้ำปาดตอนดึกๆ นอนพักเก็บแรง แล้วตีห้าขับรถไป จอดตรงน้ำตกภูสอยดาว เหมือนเคย แล้ว เดินขึ้นยอด แบบบ ชิวๆ
ถ้ามีเวลาก้อ อาจจะเดินต่อไป summit ยอดภูสอยดาว 2102เมตร ยอดอันดับ4ของไทย ที่ รองจาก ดอยหลวงเชียงดาว อันดับ 3 แต่เป็นดอยเดินเท้า สูงสุดของไทย ที่ผม ไปมาสามรอบแล้ว แต่ภูสอยดาว มาสองรอบ ยังไม่เคยขึ้น ยอดซะที ไปนอนดูดอกหงอนนาค กับเดินเล่น ลานสนเท่านั้น
เลยบอกลูกชายที่ตอนนี้มันเป็นสายเดินป่าแทนเราแล้ว ให้จัดเป้ ถุงนอนเบาๆหน่อยจะแบกขึ้นเอง
แต่มันบอกว่าป๊า ตอนนี้ เค้าต้องจองก่อน และตอนนี้เต็มหมดแล้ว ด้วย อ้าวววววววว เลยให้มันช่วยหาทริปให้
เจอ ที่เพจ เพื่อนเดินป่า มีว่างกำลังเต็มพอดี เลยขอแจมเค้า ค่าทริป คนล่ะ 2800
จริงมีอีกหลายเพจ ลองหา กันดูได้ ครับ มีทริป น่าสนใจเยอะ ผมหยุดเดินป่าไทย ไปนาน เด๋วนี้มีคนจัด แบบธุรกิจกันมากมาย และ มี จุดเดินเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน
เพจนี้เค้ามีพวกอุปกรณ์ให้เช่า สำหรับมือใหม่ครบๆ คนเริ่มเดินใหม่ ที่อยากลอง แปะไว้ให้เลยครับ
ส่วนตัวผมทริปนี้ ไม่ได้เช่า เพราะว่า ลูกชายมัน อุปกรณ์พร้อม จากเดิม มันยืมอุปกรณ์เรา ตอนนี้เรา ยืมของมันแทน 5555555
รถต้นทางทริป เค้านัดกันออกจากลานจอดรถ ตรง BTS หมอชิต ทุ่มนึง แต่รอบนี้ กว่าคนจะพร้อม ล้อหมุน 2 ทุ่ม
สมัยก่อนผมเดินป่าถ้าไปกับรถตู้ จะอัดกันคันล่ะ 11-13 คน ผมยังกลัวเมื่อย ตอนแรก กะขอขับรถไปเอง ไปเจอเค้าที่ จุดเดิน แต่เปลี่ยนใจ ลองไปกับรถ ดู
โดยผมดักขึ้นกลางทางที่บ้านผม บนถนนสาย 11 ที่รถจะผ่านมา พอดี
กลายเป็นว่าคิดถูก เด๋วนี้ ทริปนี้ รถนั่งสบายก่อนรถ 11 ที่นั่ง ลูกทัวร์9 คนนั่งสามแถว แถวล่ะ3 สบายๆ
ขนาดผมจองช้า สุด คนสุดท้าย ต้องนั่งแถวท้ายสุดเบาะกลาง ที่นั่งแย่สุดยังได้หลับเยอะอยู่
รถเค้าแวะให้ กินข้าว ซื้อของกินมื้อ เช้า ตอนตีสามที่ตลาดป่าแตก น้ำปาด ก่อนถึง อช 70โล
ที่นี่ของกิน เยอะ ทั้งหมูปิ้ง ไม้ล่ะ ห้าบาท สิบบาท ไก่ย่าง และของแปลกท้องถิ่นอย่างหมูหยวก สมองหมู ส่วนตัวที่ขอบคือ ปลาท่องโก๋ 6 ตัวสิบบาท อร่อย 5555555
สังเกตุ เห็นว่ามีกลุ่มทัวร์มากันมาก รวมทั้งมีนักท่องเที่ยว จากญี่ปุ่น และจีน มาเดิน ภูสอยดาวกันเยอะ น่าปลื้มใจ
ถึง อช ตอนตีสี่กว่าๆคนเยอะมาก เห็นว่าจำกัดคนขึ้นวันล่ะ450 แต่ ดูจากรถเต็มลาน แอบคิดว่าน่าจะเป็นพัน
พวกที่มีสัมภาระ อย่างกลุ่มผมที่มีของกองกลางที่ต้องจ้างลูกหาบ ต้องไปรอคิวกันแต่เช้า แต่ขนาดไปเช้า กว่า จะชั่งของ ให้ลูกหาบเสร็จกว่าจะเริ่มเดินกันได้ ก็ เกือบ 8 โมงเช้า เนื่องจากคนเยอะมาก
ค่าลูกหาบ กิโลละ 30 บาท
สมัยนี้รถต้องจอดที่ อช และรอลูกหาบมาชั่งน้ำหนักเช้า แล้วค่อยนั่งรถ ปิคอัพ อช ไป สองโล แล้ว เริ่มเดินที่ น้ำตก
ระยะทางจากน้ำตกถึงลานสนและลานกางเต็นต์ประมาณ 6.5-7 กม
ผมมาที่นี่ 2 ครั้งภาพจำ คือ ทางคล้ายภูกระดึง แต่ใกล้กว่าชิวๆ เหมือนไปซื้อปลาท่องโก๋ปากซอย 🙂
แต่พอ เอาจริงด้วยอายุ ที่เพิ่มมาจนเกิน 66 แล้วน้ำหน้กตัวขึ้นมาเกือบ 10 โล
รองเท้าเอารองเท้า sneker เดินเล่นมาชิวๆ
จากเคยวิ่งตัวปล่าวลงมา แบบทำสถิติตัวเองไว้ครั้งก่อน#หน้า 35 นาทีกว่าไม่ถึง40 นาที แต่รอบนี้เกือบไม่รอด
ๆ
รอบนี้ขาขึ้นจากข้างล่าง เดินข้ามน้ำตก ผ่านเนินส่งญาติ จุดเหนื่อยจุดที่หนึ่ง (แต่ก็ยังไม่สุด) ไปถึงจุดพัก กลางทาง ป้าย 3.5 โลจากจุดเริ่มน้ำตก และอีกโล3.5 ถึงลานกางเต็นต์
ใช้เวลาไป 1:10 นาทียังชิว แวะถ่ายรูปเล่นได้ ไม่ได้ลงเป้ คงเดินต่อไปเลย วิวข้างทางสวย จนต้องแวะถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย
ป่ายนี่ หน้าหลัง บอกระยะทางเท่ากัน 3,5 กม.เสมือนครึ่งทาง แต่เอาจริงๆขาขึ้น ตรงนี้ ต่อไป ใช้เวลาเพิ่มเกือบเท่าตัวเลย
ผมเอง ด้วยความที่ มาแบบ ชิลเกิน ไม่ได้นึกถึงสังขาร พอช่วงหลังร่างกายที่ไม่พร้อม ร่างกายมันฟ้องเลย
ขาล้าเหมือนไกลโคลเจนหมดจะชนกำแพงยกขาแทบไม่ขึ้น
พร้อมกับตะคริวทำท่ามาเตือนเบาๆต้องคอยเซฟตัวเอง พอเอาตัวรอดมาได้
พอถึงเนินมรณะ ส่วนชันและยากสุดของที่นี่ ที่แต่ก่อนมา ก็รู้สึก ว่าชิล กับมาก
แต่วันนั้ ล้าหมด ขาจะยกข้ามหินที่ สูงเกิน 1 ฟุต นี่ยกไม่ขึ้นแล้ว จะวาง ขาต้องนึกก่อน เอาขาซ้าย หรือขาขวาก่อนดี หมดสภาพ 55555
1.5 โลที่เหลือ นี่ชะเง้อดูว่า จะหมดยอดเขาขวางหน้า หรือยัง แต่ มันมาเรื่อยๆ ไม่หมดซักที จนท้อ
แต่ก้อค่อยๆ เดินจน ในที่สุดก็หลุดเนินมรณะ ไปจนเห็นขอบรั้วของลานสนภาพ จำว่านั่นคือ จุดหมายแล้ว
รวมแล้วครึ่งหลังใช้เวลาไปอีก 2ชมครึ่ง รวมใช้เวลาขึ้น 3 ชม 40 นาที แบบสภาพล้าๆ แบบสงสารตัวเอง จากเคยขั้นแบบชิวๆ สมัยก่อน 2 ชม
หรือ เคยลองวิ่งลมตัวปล่าว ทำเวลาราาวๆ 35-40 นาที ตอนนั้น นึกภาพ ตัวเองตอนนี้ แล้ว ต่างกันฟ้ากับเหว 55555555555
ขึ้นมาถึง หมดสภาพ เลิกความคิด ที่ว่าจะไปขึ้นยอด 2102 ต่อเลย 555555555
และมารู้ที่นี่ว่าจะขึ้นยอดต้องมาค้าง 2 คืน จองมาก่อน คืนแรกนอน
เช้าวันที่2 ประมาณ 7-8 โมงมารับ harness และหมวกนิระภัย มีเจ้าหน้าที่พาขึ้นระยะทางแค่ 2 โลกว่า แต่ไปกลับก้อ 4-8 โลไม่รับ วอล์คอิน
พูดถึงอาหาร บนนั้นมีข้าวไข่เจียวอร่อยมาก ขนาด ผมคนเดียว ผมกิน ไป 3 จาน ตอนไปถึงหนึ่งจาน
ตอนเย็น นอกจากข้าวกองกลางที่มีข้าวผัด และชาบู แล้ว ยังแอบแวะมากินอีกจาน และ ก่อนลง กินข้าวเช้ากองกลาง แล้ว ยังแว่บมาสั่งกินอีกจาน
อร่อย ขนาดไหน คิดเอาเอง 555555555
ราคาข้าวไข่เจียว จานละ 60 บาท แต่อยู่บนดอย ขนของยากขนาดนั้น ถือว่า ราคาดีเลย
ส่วนน้ำอัดลมขวดล่ะ30 บาท ต้องจ่างหลูกหาบขนขึ้นมา ถือว่าถูกกว่า ที่คิด ส่วนน้ำแข็งที่เค้าทำเองบนนี้แก้วละ 20บาท แพงหน่อย เพราะว่าต้องปั่นไฟเอง
แต่เค้าประกันให้ ว่า เย็นทุกก้อน
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ และวางแผนสำหรับคนไม่เคยมา ก็คือ อาหาร และ เครื่องดื่ม และ อุปกรณ์เครื่องนอนต่างๆ แม้มีขายมีให้เช่า แต่ จะไม่ได้จ่ายด้วยเงินสด
เค้าใช้การบันทึก ค่าใช้จ่าย ลงไปในบัตรลงทะเบียน ที่ทำ มาตอนลงทะเบียน ที่ อช. แล้วพอตอนลงไป ก็คิดรวมที่ อช ด้านล่าง
ทีนี้ กลุ่มนึงมีใบเดียว อย่างผมขึ้นไปถึง ตอน 11 โมงกว่า ๆแต่หัวหน้ากลุ่มเค้าต้องคุมลูกทีมที่เดินช้าขึ้นมาถึงบ่าย2-3
เราอยากกินน้ำ มีเงิน แต่ซื้อไม่ได้
สุดท้ายอาศัยความหน้าด้าน แอบขอพ่วงคนที่เค้ามีบัตร สั่งโค้ก กับน้ำแข็ง แล้วจ่ายเงินสดให้เค้า
ซักพัก หอมข้าวไข่เจียว เลย แอบฝากอีกคน อีกรอบ หอมอร่อยสมคำร่ำลือ
ส่วนตัวหลังได้กินน้ำอัดลมไปสองขวด กับ ข้าวไข่เจียว หนึ่งจาน พักหายเมื่อย
ก็กางเต็นน์รอกลุ่มขึ้นมาครบ ออกไปเดินเล่นชมวิวรอบ สวนสนและรอยต่อไทยลาว ตามสันเขา และมาดูพระอาทิตย์ตก
หมุดหลักเขต ชายแดนไทยลาวที่ 5-35 บนสันเขา เหมือน ที่เรา ปักปันกับกัมชา แต่จุดนี้ ณ ตอนนี้เรไม่มีปัญหา แมัะมีป้ายห้ามเข้า แต่ก็เดินข้ามกันไปมาได้
ยอด summit ภูสอยดาว มองจาก จุดชมพระอาทิตย์ ตก อยู่ถัดจากลานกางเต็นไป ระยะทาง ราวๆ 2 โลกว่า แต่การขึ้นต้องไต่เชือกใช้ อุปกรณ์ เซฟ ตี้ และลงทะเบียนล่วงหน้า ใช้เวลาเดินไปกลับ ราวๆ 4-8 ชม.
ใครมีเวลาไปค้างสองคืน น่าลองไปเดินขึ้น
จุดชมพระอาทิตย์ตกที่หน้าผา ห่างจากลานกางเต็นต์ ราวๆ 200 เมตร
มื้อค่าของกองกลาง เราจัด ชาบู ข้าวผัด และ บัวลอยเป็นของหวาน อร่อย แต่ ยังแวะไปกินข้าวไข่เจียว ก่อน
กลางคืนดาวสวย เพราะว่า คืนมืดสนิท
เช้ามาอุณหภูมิ 10 C กำลังเย็นสบายๆ ฟิน